คำอธิบายรายวิชา

หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต

สาขาวิชาปรัชญา แบบ ๑.๒ , แบบ ๒.๑, แบบ ๒.๒

หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐

————

 

ชื่อสถาบันอุดมศึกษา              มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

วิทยาเขต/คณะ/ภาควิชา           บัณฑิตวิทยาลัย

 

หมวดที่ ๑

ข้อมูลทั่วไป

 

๑. ชื่อหลักสูตร

ชื่อหลักสูตรภาษาไทย               :  พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา

ชื่อหลักสูตรภาษาอังกฤษ           :  Doctor of Philosophy in Philosophy

 

๒. ชื่อปริญญาและสาขาวิชา

ชื่อเต็มภาษาไทย                    : พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ปรัชญา)

ชื่อเต็มภาษาอังกฤษ                : Doctor of Philosophy (Philosophy)

ชื่อย่อภาษาไทย                    : พธ.ด. (ปรัชญา)

ชื่อย่อภาษาอังกฤษ                : Ph.D. (Philosophy)

          

๓. วิชาเอก

            สาขาวิชาปรัชญา (Philosophy)

 

๔. จำนวนหน่วยกิตที่เรียนตลอดหลักสูตร

๔.๑ หลักสูตรแบบ ๑.๒ จำนวน ๗๘ หน่วยกิต หลักสูตรทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียว และต้องเรียนรายวิชาไม่นับหน่วยกิต ๓ รายวิชา  รวม ๙ หน่วยกิต

๔.๒ หลักสูตรแบบ  ๒.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต  หลักสูตรเข้าห้องเรียนและทำวิทยานิพนธ์     โดยทำวิทยานิพนธ์ ๓๖ หน่วยกิต ศึกษารายวิชารวม ๑๘  หน่วยกิต

๔.๓ หลักสูตรแบบ  ๒.๒ จำนวน ๗๘ หน่วยกิต  หลักสูตรเข้าห้องเรียนและทำวิทยานิพนธ์     โดยทำวิทยานิพนธ์ ๔๘ หน่วยกิต ศึกษารายวิชารวม ๓๐ หน่วยกิต

๕. รูปแบบของหลักสูตร

๕.๑ รูปแบบ 

เป็นหลักสูตรระดับปริญญาเอก หลักสูตร ๓ ปี ไม่เกิน ๖ ปี

๕.๒ ภาษาที่ใช้

หลักสูตรจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

๕.๓ การรับเข้าศึกษา

รับผู้เข้าศึกษาเป็นชาวไทยและชาวต่างประเทศที่สามารถใช้ภาษาไทยได้

๕.๔ ความร่วมมือกับสถาบันอื่น

เป็นหลักสูตรของสถาบันโดยเฉพาะ

๕.๕ การให้ปริญญาแก่ผู้สำเร็จการศึกษา

ให้ปริญญาเพียงสาขาวิชาเดียว คือ พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา

 

๖. สถานภาพของหลักสูตรและการพิจารณาอนุมัติ/เห็นชอบหลักสูตร

๖.๑ หลักสูตรปรับปรุงใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๐

๖.๒ เริ่มใช้ในภาคการศึกษาที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

๖.๓ คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรเห็นชอบในการประชุม  ครั้งที่ ๒/๒๕๖๐                                   เมื่อวันที่  ๒๑ เดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐

๖.๔ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยเห็นชอบในการประชุม ครั้งที่ ๕/๒๕๖๐                          เมื่อวันที่   ๗ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

๖.๕ สภาวิชาการมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเห็นชอบในการประชุมครั้งที่                   ๖/๒๕๖๐ เมื่อวันที่  ๑๔ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

๖.๖ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อนุมัติในการประชุม ครั้งที่……..                            วันที่…………เดือน ……………………….. พ.ศ. ๒๕๖๐

๖.๗ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รับทราบและให้ความเห็นชอบแล้ว                    เมื่อวันที่ ……. เดือน…………………..  พ.ศ.  ………….

 

๗. ความพร้อมในการเผยแพร่หลักสูตรที่มีคุณภาพและมาตรฐาน

หลักสูตรมีความพร้อมเผยแพร่คุณภาพและมาตรฐานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ  ในปีการศึกษา ๒๕๖๒

๘. อาชีพที่สามารถประกอบได้หลังสำเร็จการศึกษา

๘.๑  ครู อาจารย์ในสถาบันการศึกษา นักวิชาการ

๘.๒  นักวิจัยทางด้านปรัชญา ศาสนา และวัฒนธรรม

๘.๓  นักเขียน นักเทศน์(พระ)

๘.๔  นักบริหาร นักพัฒนา นักวิเคราะห์และประเมินแผนและนโยบายขององค์กร

๘.๕  นักการเมือง นักวิพากษ์

๘.๖  วิทยากรฝึกอบรมคุณธรรมจริยธรรม

๘.๗  ที่ปรึกษาทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน

๘.๘  ประกอบอาชีพอิสระ เช่น นักวิจารณ์ภาพยนตร์ นักวิจารณ์สังคม ผู้นำองค์กรอิสระ เป็นต้น

๘.๙  อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาปรัชญาและศาสนา

 

 

๙. ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชนตำแหน่งและคุณวุฒิการศึกษาของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร

 

ตำแหน่งทางวิชาการ ชื่อ-นามสกุล /

เลขประจำตัวประชาชน

คุณวุฒิการศึกษา สถาบันที่สำเร็จ ปีจบ ภาระงานภายใน   หลักสูตรและรายวิชาที่สอน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พระครูภาวนาโพธิคุณ,ดร.

           

Ph.D. (Philosophy) University of  Pune, India

 

๒๕๔๕ – ๘๐๒ ๑๔๒

งานวิชาการภาษาอังกฤษเพื่อการวิจัยเชิงปรัชญา

– ๘๐๒ ๒๐๓

ระเบียบวิธีวิจัยชั้นสูงเชิงปรัชญา

– ๘๐๒ ๓๒๐

สัมมนาปรัชญาอินเดีย

– ๘๐๐ ๓๐๖

วิปัสสนากรรมฐาน

  ๓๓๖๐๖๐๐๐๑๔๑๗๙ M.A. (Philosophy) University of  Pune, India ๒๕๔๒
    M.A. (Political Science) Tilak College, India ๒๕๓๘
     พธ.บ. (ศาสนา) ม.มหาจุฬาฯ ๒๕๓๔

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ

                                   

Ph.D.(Philosophy) Magadh University, India

 

๒๕๔๖ – ๖๐๓ ๓๐๖

อภิปรัชญาวิเคราะห์

– ๖๐๓ ๓๑๕ สุนทรียศาสตร์

– ๘๐๒ ๓๑๙

สัมมนาปรัชญาจีน

  ๓๒๕๐๒๐๐๖๖๓๒๕๑ M.A. (Pali& Buddhist Studies) Banaras Hindu University, India ๒๕๔๔
    M.A.(Philosophy) University of Madras, India

 

๒๕๔๑
    พธ.บ.(ปรัชญา) ม. มหาจุฬาฯ ๒๕๓๙
   

 

 

 

ป.ธ.๖ บาลีสนามหลวง ๒๕๓๒
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรัส  ลีกา

                                               

 

Ph.D. (Philosophy) Magadh  University, India

 

๒๕๔๙ – ๐๐๐ ๒๑๐ ตรรกศาสตร์เบื้องต้น

– ๘๐๒ ๑๐๑ สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก

– ๖๐๓ ๓๐๘ จริยศาสตร์วิเคราะห์

  ๓๕๓๐๔๐๐๑๗๙๖๙๕ M.A.  (Indian Philosophy) University  of  Madras,India

 

๒๕๓๘

 

    พธ.บ.(ศาสนา) ม.มหาจุฬาฯ ๒๕๓๕
    ป.ธ.๗ บาลีสนามหลวง ๒๕๓๔ – ๖๐๐ ๒๐๗ ญาณวิทยาวิเคราะห์
          – ๘๐๐ ๔๐๑ สัมมนาวิทยานิพนธ์

 

 

๑๐. สถานที่จัดการเรียนการสอน

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  เลขที่ ๓๐  หมู่ ๑ ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

 

๑๑. สถานการณ์ภายนอกหรือการพัฒนาที่จำเป็นต้องนำมาพิจารณาในการวางแผนหลักสูตร

             

              ๑๑.๑ สถานการณ์หรือการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

สถานการณ์ของระบบเศรษฐกิจโลกในยุคโลกาภิวัตน์ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศไทย ที่ได้กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ฉบับที่ ๘  และต่อเนื่องมาจนฉบับที่ ๑๒  ที่ต้องการสร้างการเติบโตของคนไทยอย่างมีคุณภาพ  และหล่อหลอมให้คนไทยมีค่านิยมตามบรรทัดฐานที่ดีทางสังคม  เป็นคนดี มีสุขภาวะที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีระเบียบวินัย และมีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคมส่วนรวม  ตลอดจนพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการในตลาดแรงงานและทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ เมื่อพิจารณาแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๒ ที่ยึดหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” “การพัฒนาที่ยั่งยืน” และ “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” จะพบว่า รัฐบาลต้องการวางรากฐานเพื่อพัฒนาให้คนไทยเป็นคนที่สมบูรณ์  มีคุณธรรมจริยธรรม  มีระเบียบ วินัย ค่านิยมที่ดี มีจิตสาธารณะ และมีความสุข โดยมีสุขภาวะและสุขภาพที่ดี ครอบครัวอบอุ่น ตลอดจน เป็นคนเก่งที่มีทักษะความรู้ความสามารถและพัฒนาตนเองได้ต่อเนื่องตลอดชีวิต

สถานการณ์ดังกล่าวนี้จึงต้องการการจัดการศึกษาที่สามารถพัฒนาคนให้มีความรู้ความสามารถเชิงวิชาการด้านปรัชญา  แนวคิดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน  การพัฒนาโดยมีคนเป็นศูนย์กลาง  แล้วประยุกต์องค์ความรู้นั้นขับเคลื่อนชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไป

 

              ๑๑.๒ สถานการณ์หรือการพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรม

สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกาภิวัตน์ สิ่งที่ปรากฏอย่างเด่นชัดก็คือ ประเทศมีความก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจ โดยมีตัวบ่งชี้ที่สำคัญ คือ GDP (Gross Domestic Product)    ที่เติบโตตามลำดับ แต่ในขณะเดียวกันกลับพบว่า  ปัญหาต่าง ๆ ในสังคมที่ก่อตัวขึ้นและมีผลกระทบต่อชุมชน สังคม ประเทศชาติมีมากมาย เช่น ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น  ปัญหาการว่างงาน ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ปัญหาด้านการบริหารจัดการที่เกิดจากการใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม ปัญหาการขาดธรรมาภิบาลในองค์กร ปัญหาเรื่องค่านิยมที่ดีงาม เป็นต้น ประเด็นปัญหาดังกล่าวข้างต้น ทำให้เกิดการเรียกร้องหาหลักการและวิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ หลักการและวิธีการทางปรัชญาและศาสนา  เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา  เพราะปรัชญาและศาสนาถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต เมื่อมนุษย์ในสังคมประสบปัญหาจำเป็นจะต้องหาหลักการ วิธีการ ที่อยู่ในวิถีชีวิตของมนุษย์มาเป็นกรอบในการพิจารณาแก้ไข ดังนั้น การปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนด้านปรัชญาและศาสนาให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคม ที่ขับเคลื่อนด้วยความเจริญของเทคโนโลยีในสังคมปัจจุบันจึงเป็นสิ่งสำคัญ

 

๑๒. ผลกระทบจากข้อ ๑๑

 

              ๑๒.๑ การพัฒนาหลักสูตร

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านปรัชญาและศาสนาที่มีคุณภาพ  มีองค์ความรู้และประสบการณ์ในลักษณะที่เป็นผู้รู้จริงและปฏิบัติได้  กระตุ้นให้เกิดการใช้ความรู้ความชัดเจนในการสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการปรัชญาและศาสนา ประกอบกับปัจจุบันส่วนงานบัณฑิตวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีความพร้อมในด้านอาจารย์ผู้สอน เจ้าหน้าที่ บุคลากรสนับสนุน  และสถานที่ที่สามารถรองรับการจัดการเรียนการสอนและการศึกษาวิจัยด้านวิชาการปรัชญาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ภาพรวมผลการประเมินผู้ใช้บัณฑิต ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร อาจารย์ และนิสิต เพื่อปรับปรุงหลักสูตร พบว่า หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ได้ผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรมจริยธรรม  มีความรู้ มีทักษะทางปัญญา มีทักษะด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ  ตลอดถึงมีทักษะด้านการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อยู่ในระดับมาก  ดังนั้น หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา จึงมีความสำคัญยิ่ง

 

เมื่อหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ครบ ๕ ปี บัณฑิตวิทยาลัย จึงมีพันธกิจที่จะต้องปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ให้มีความทันสมัยและเป็นประโยชน์ ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน และนโยบายของรัฐบาล  โดยเน้นการจัดการศึกษาและการบูรณาการแนวคิดทางด้านปรัชญาและศาสนาเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่  ให้นิสิตมีทักษะการคิด วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ และสามารถสังเคราะห์องค์ความรู้ทางปรัชญาและศาสนา ตลอดถึงศาสตร์สมัยใหม่ในเชิงลึก  สามารถพัฒนาตนเองและสังคมอย่างยั่งยืนได้  เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของคนไทยในยุคไทยแลนด์ ๔.๐

 

              ๑๒.๒ ความเกี่ยวข้องกับพันธกิจของสถาบัน

ตามที่ปรัชญาของมหาวิทยาลัยหรือนโยบายของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม ไปพร้อมกับการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ และมีความคิดวิเคราะห์ทางด้านศาสนาและปรัชญา  โดยเฉพาะศาสตร์ที่เป็นปรัชญาและศาสนา รวมทั้งศาสตร์สมัยใหม่  เมื่อมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้กำหนดพันธกิจไว้เช่นนั้น  จึงจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรพุทธศาสนาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา เพื่อพัฒนานิสิตให้มีความรู้ความสามารถ แตกฉานด้านปรัชญาและศาสนา  อันจะนำไปสู่การผลิตงานวิจัยเชิงบูรณาการระหว่างปรัชญาและศาสนากับศาสตร์สมัยใหม่  นอกจากนี้ ความรู้ความสามารถดังกล่าวจะทำให้นิสิตเป็นผู้มีทักษะการสื่อสาร  การทำงานเป็นหมู่คณะ  การแก้ปัญหา การบริหารความเสี่ยง  การคิดสร้างสรรค์  ตลอดถึงความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น ตามแนวทางการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นคนที่สมบูรณ์  มีคุณธรรมจริยธรรม  มีระเบียบ วินัย ค่านิยมที่ดี มีจิตสาธารณะ และมีความสุข โดยมีสุขภาวะและสุขภาพที่ดี ครอบครัวอบอุ่น ตลอดจน เป็นคนเก่งที่มีทักษะความรู้ความสามารถและพัฒนาตนเองได้ต่อเนื่องตลอดชีวิต  ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จึงเล็งเห็นความสำคัญอย่างยิ่งในการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา แล้วนำเสนอส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเห็นชอบและดำเนินการในขั้นต่อไป

๑๓. ความสัมพันธ์กับหลักสูตรอื่นที่เปิดสอนในคณะ/ภาควิชาอื่นของสถาบัน

            ๑๓.๑ กลุ่มวิชา/รายวิชาในหลักสูตรนี้ที่เปิดสอนโดยคณะ/ภาควิชา/หลักสูตรอื่น

รายวิชาที่บัณฑิตวิทยาลัยกำหนดให้นิสิตต้องศึกษาในทุกสาขาวิชา คือ พระพุทธศาสนากับศาสตร์แห่งการตีความ ภาษาอังกฤษ และวิปัสสนากรรมฐาน เป็นรายวิชาพื้นฐานที่จำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวหลักคำสอนที่ปรากฏในคัมภีร์หลักทางพระพุทธศาสนาเพื่อความเข้าใจและใช้เป็นเครื่องมือสืบค้นงานวิจัยต่อไป นอกจากนี้ การศึกษาหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ยังเป็นการศึกษาต่อเนื่องจากหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ประกอบด้วยวิชา อภิปรัชญาวิเคราะห์  ญาณวิทยาวิเคราะห์ จริยศาสตร์วิเคราะห์ สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก ซึ่งทำให้นิสิตเกิดความรู้ความเข้าใจหลักการในทางพระพุทธศาสนาและปรัชญามากยิ่งขึ้น

 

 

            ๑๓.๒ กลุ่มวิชา/รายวิชาในหลักสูตรที่เปิดสอนให้ภาควิชา/หลักสูตรอื่นต้องมาเรียน

– ไม่มี

            ๑๓.๓ การบริหารจัดการหลักสูตร

๑๓.๓.๑ โครงการหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พธ.ด.) สาขาวิชาปรัชญา มีรูปแบบการบริหารโดยคณาจารย์ประจำหลักสูตร

๑๓.๓.๒ อาจารย์ประจำหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ควบคุมการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดรายวิชา โดยยึดหลักเกณฑ์การประเมินของ สกอ.

๑๓.๓.๓ อาจารย์ประจำหลักสูตร ทำหน้าที่ประสานงานกับอาจารย์ที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร ตลอดทั้งอาจารย์ผู้สอน เพื่อพิจารณาแนวสังเขปประจำวิชาและรายละเอียดประจำวิชา  การจัดการเรียนการสอน การวัดผลและการประเมินผลการเรียน

 

 

 

หมวดที่ ๒

ข้อมูลเฉพาะของหลักสูตร

 

๑. ปรัชญา ความสำคัญ และวัตถุประสงค์ของหลักสูตร

๑.๑  ปรัชญาของหลักสูตร

ผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ให้เป็นผู้มีความใฝ่รู้ ใฝ่สร้างสรรค์ และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล  ให้เป็นนักคิด นักวิเคราะห์ นักวิจารณ์ นักวิพากษ์และสังเคราะห์องค์ความรู้ทางปรัชญาและศาสนา โดยเฉพาะพุทธปรัชญา เพื่อพัฒนามนุษย์และสังคม

 

    ๑.๒  ความสำคัญของหลักสูตร

ความเจริญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ทำให้สังคมมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบอย่างมากต่อมนุษย์ในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความจริง  ความดี และความงามที่มนุษย์เคยยึดถือ  จึงส่งผลให้สังคมต้องเผชิญปัญหาที่ไม่สามารถจะแก้ไขได้ด้วยกฎหมายหรือระเบียบทางสังคม การจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวจำเป็นจะต้องจัดการศึกษาให้มนุษย์เป็นผู้มีความสามารถรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง  โดยวิเคราะห์ วิจารณ์ วิพากษ์เรื่องความจริง ความดี และความงาม  จนกระทั่งรู้จักแยกแยะคุณค่าที่สำคัญระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับสังคม มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม  และมนุษย์กับเทคโนโลยี  ซึ่งจะทำให้มนุษย์สามารถรู้และตัดสินใจว่าสิ่งใดควรทำ  สิ่งใดไม่ควรทำ  เพื่อการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  การศึกษาวิชาปรัชญาจึงมีความสำคัญต่อมนุษย์อย่างยิ่ง เพราะวิชานี้สอนให้มนุษย์มีความรู้ในด้านความจริง ความดี และความงาม  โดยเน้นการปลูกฝังศักยภาพในด้านการวิเคราะห์ วิจารณ์ วิพากษ์ และสังเคราะห์องค์ความรู้บนฐานของความจริง ความดี และความงาม  ผลที่ได้จากการศึกษาวิชานี้จะทำให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองและสังคมให้มีความผาสุกอย่างยั่งยืนได้

 

.๓ วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

๑.๓.๑ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต  สาขาวิชาปรัชญา ให้มีความใฝ่รู้ ใฝ่สร้างสรรค์ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และเป็นผู้มีเชี่ยวชาญวิชาการด้านปรัชญา โดยเฉพาะพุทธปรัชญาในคัมภีร์พระพุทธศาสนา

๑.๓.๒ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ให้เป็นผู้มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ และสังเคราะห์องค์ความรู้ทางปรัชญาและศาสนาเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่ได้

๑.๓.๓ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการศึกษา วิจัย ประยุกต์ และพัฒนาองค์ความรู้ทางปรัชญาและศาสนา เพื่อพัฒนาสังคม

๑.๓.๔ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม และเป็นต้นแบบที่ดีงามให้แก่สังคม

 

 

. แผนพัฒนาปรับปรุง

แผนการพัฒนา/เปลี่ยนแปลง กลยุทธ์ หลักฐาน/ตัวบ่งชี้
๑. จัดทำและปรับปรุงหลักสูตรให้มีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าที่ สกอ. กำหนด และสอดคล้องกับกรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว ๑๕ ปี ฉบับที่ ๒ (๒๕๕๑-๒๕๖๕) –    พัฒนาหลักสูตรโดยมีพื้นฐานจากหลักสูตรมาตรฐานคุณวุฒิระดับ อุดมศึกษาแห่งชาติ

–    ติดตามประเมินหลักสูตรอย่างสม่ำเสมอ

–  เอกสารปรับปรุงหลักสูตร

–  รายงานผลการประเมิน

หลักสูตร

๒. ปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรภาครัฐและเอกชน –    ติดตามความเปลี่ยนแปลงในความต้องการขององค์กรภาครัฐและเอกชน

–    นำแนวคิด รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มศักยภาพของหลักสูตร

–    ติดตามความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตหรือนายจ้างอย่างสม่ำเสมอ

–   รายงานผลประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนต่อความรู้และความทันสมัยของหลักสูตร

–   รายงานผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตหรือนายจ้าง

๓. พัฒนาบุคลากรด้านการเรียน การสอน การวิจัยและการบริการวิชาการสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัย –    อาจารย์ทุกคนโดยเฉพาะอาจารย์ใหม่ต้องเข้าอบรมเกี่ยวกับหลักสูตรการสอนรูปแบบต่างๆ และการวัดผลประเมินผล ทั้งนี้เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการประเมินผลตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิที่ผู้สอนจะต้องสามารถวัดและประเมินผลได้เป็นอย่างดี

–    สนับสนุนบุคลากรด้านการเรียนการสอนให้ทำงานบริการวิชาการแก่องค์กรภายนอก

–    ส่งเสริมให้มีการนำความรู้ทั้งจากภาคทฤษฎีและปฏิบัติ และงานวิจัยไปใช้จริงเพื่อทำประโยชน์ให้แก่ชุมชน/สังคม

–   รายชื่อบุคลากรและอาจารย์ที่เข้ารับการอบรม

–   ปริมาณงานบริการวิชาการต่ออาจารย์ในหลักสูตร

–   รายงานผลประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้บริการวิชาการ

–   จำนวนโครงการ/กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและความบรรลุผลสำเร็จ

 

 

หมวดที่ ๓

ระบบการจัดการศึกษา การดำเนินการ และโครงสร้างหลักสูตร

 

๑. ระบบการจัดการศึกษา

          ๑.๑ ระบบ

๑.๑.๑ บัณฑิตวิทยาลัย  จัดการศึกษาระบบหน่วยกิตทวิภาค โดยแบ่งเวลาการศึกษาในแต่ละปีการศึกษาออกเป็น ๒ ภาคการศึกษาปกติ  แต่ละภาคการศึกษามีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า  ๑๕ สัปดาห์

บัณฑิตวิทยาลัยอาจจัดการศึกษาภาคฤดูร้อนได้ ๑ ภาค มีเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ สัปดาห์  โดยกำหนดระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อนตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๔๘ และตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อน พ.ศ. ๒๕๕๒

๑.๑.๒  นิสิตต้องสอบวัดคุณสมบัติใน  ๓  รายวิชาต่อไปนี้

๑)    ๘๐๒   ๑๐๑        สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก

๒)    ๘๐๒   ๒๐๗        การวิเคราะห์เชิงปรัชญา

๓)    ๘๐๒   ๓๐๘        สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก

๑.๑.๓  นิสิตต้องเสนอโครงร่างสารนิพนธ์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับรายวิชาที่กำหนดให้สอบวัดคุณสมบัติ  เพื่อขอสอบสารนิพนธ์พร้อมความเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษาสารนิพนธ์ ส่วนระเบียบปฏิบัติอื่น ๆ ให้ถือปฏิบัติตามประกาศบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  เรื่องการสอบวัดคุณสมบัตินิสิตหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต  และประกาศบัณฑิตวิทยาลัยว่าด้วยเรื่องการสอบวัดคุณสมบัติระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๙

๑.๑.๔  นิสิตต้องสอบผ่านภาษาอังกฤษและเลือกภาษาต่างประเทศอีก  ๑ ภาษา คือ  ภาษาบาลี  ภาษาสันสกฤต  ภาษาญี่ปุ่น  ภาษาจีน  ภาษาเยอรมัน  หรือภาษาฝรั่งเศส  นิสิตชาวต่างประเทศที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ  สามารถเลือกสอบภาษาไทยเป็นภาษาต่างประเทศได้

๑.๑.๕  นิสิตที่ศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อยกว่า  ๑  ภาคการศึกษาปกติ  และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า  ๖ หน่วยกิต  มีสิทธิเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์เพื่อขออนุมัติลงทะเบียนทำวิทยานิพนธ์

๑.๑.๖  ระบบการศึกษาในเรื่องอื่น ๆ  ให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา  พ.ศ. ๒๕๔๑  และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม  พ.ศ. ๒๕๔๙ มาใช้โดยอนุโลม

          ๑.๒  การจัดการศึกษาภาคฤดูร้อน

บัณฑิตวิทยาลัยอาจจัดการศึกษาภาคฤดูร้อนได้อีก ๑ ภาคการศึกษา  โดยกำหนดระยะเวลาและจำนวนหน่วยกิตให้มีสัดส่วนเทียบเคียงกันได้กับการศึกษาภาคปกติ  โดยให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๔๙

          ๑.๓ การเทียบเคียงหน่วยกิตในระบบทวิภาค

๑.๓.๑ รายวิชาที่กำหนดให้นิสิตฟังการบรรยายสัปดาห์ละ ๑ ชั่วโมง และศึกษานอกเวลาอีกไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ ๓ ชั่วโมงตลอดภาคการศึกษา ให้มีค่าเท่ากับ ๑ หน่วยกิต

๑.๓.๒ รายวิชาที่นิสิตใช้เวลาปฏิบัติการ อภิปราย หรือสัมมนาสัปดาห์ละ ๒ ถึง ๓ ชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาศึกษานอกเวลาแล้ว นิสิตใช้เวลาไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ ๓ ชั่วโมง ตลอดภาคการศึกษา ให้มีค่าเท่ากับ ๑ หน่วยกิต

๑.๓.๓ รายละเอียดอื่นๆ ใดที่เกี่ยวกับระยะเวลาการศึกษา ให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๙ มาใช้โดยอนุโลม

๒. การดำเนินการหลักสูตร

          ๒.๑ วัน-เวลาในการดำเนินการเรียนการสอน

ให้มีระยะเวลาการศึกษา ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ (๓ ปี)   และไม่เกิน ๑๒ ภาคการศึกษาปกติ (๖ ปี)  โดยแบ่งเป็นภาคการศึกษา ดังนี้

ภาคการศึกษาที่ ๑  เดือนมิถุนายน – เดือนกันยายน

ภาคการศึกษาที่ ๒  เดือนพฤศจิกายน – เดือนมีนาคม

เรียนวันเวลาปกติ คือ วันจันทร์ – วันศุกร์  และวันเสาร์

ภาคฤดูร้อน    เดือนเมษายน – พฤษภาคม

          ๒.๒ คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา

              ๒.๒.๑ คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษาหลักสูตรแบบ ๑.๒

(๑) ต้องเป็นผู้จบเปรียญธรรมเก้าประโยค หรือผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง

(๑.๑) พระภิกษุ ต้องเป็นพระสังฆาธิการ มีประสบการณ์การบริหารงานคณะสงฆ์ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี

(๑.๒) คฤหัสถ์ ต้องเป็นผู้บริหารในองค์กรภาครัฐหรือภาคเอกชน มีประสบการณ์ในการบริหารไม่น้อยกว่า ๕ ปีคณะกรรมการบริหารหลักสูตรพิจารณาเห็นสมควรให้มีสิทธิเข้าศึกษาได้

(๒) ได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า ๓.๒๕ จากระบบ ๔ แต้มยกเว้นผู้จบเปรียญธรรมเก้าประโยค

(๓) คณะกรรมการบริหารหลักสูตรพิจารณาเห็นสมควรให้มีสิทธิเข้าศึกษาได้ และ

(๔) ไม่เคยถูกลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนิสิตบัณฑิตวิทยาลัย

 

              ๒.๒.๒ คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษาหลักสูตรแบบ ๒.๑

(๑) เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หรือเทียบเท่า  จากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรองและต้องมีคุณสมบัติอื่นที่มหาวิทยาลัยกำหนด

(๒) ได้รับค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาโท ไม่ต่ำกว่า  ๓.๕๐ จากระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์ทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า  ๒ ปี  นับแต่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท  หรือมีผลงานทางวิชาการที่คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยเห็นชอบ  และ

(๓) ไม่เคยถูกลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนิสิตบัณฑิตวิทยาลัย

 

              ๒.๒.๓ คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษาหลักสูตรแบบ ๒.๒

(๑) ต้องเป็นผู้จบเปรียญธรรมเก้าประโยค หรือผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง

(๒) ได้รับค่าเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรี ไม่ต่ำกว่า ๓.๒๕  จาก ระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้จบเปรียญธรรม ๙ ประโยค

(๓) คณะกรรมการบริหารหลักสูตรพิจารณาเห็นสมควรให้มีสิทธิเข้าศึกษาได้ และ

(๔) ไม่เคยถูกลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนิสิตบัณฑิตวิทยาลัย

              

การวิธีคัดเลือกผู้เข้าศึกษา

บัณฑิตวิทยาลัยจะดำเนินการเกี่ยวกับการรับนิสิตใหม่  โดยพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบคัดเลือกผู้สมัครเข้าศึกษาในระดับปริญญาเอก ในแต่ละปีการศึกษาโดยมีหลักการดังต่อไปนี้

(๑) ผู้สมัครต้องเสนอหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ที่มีความเป็นไปได้มีรายละเอียดครอบคลุม

(๑.๑) หัวข้อวิทยานิพนธ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

(๑.๒) รายชื่ออาจารย์ควบคุมวิทยานิพนธ์

(๑.๓) ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

(๑.๔) วัตถุประสงค์การวิจัย

(๑.๕) ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

(๑.๖) วิธีการดำเนินการวิจัย

(๑.๗) ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

(๑.๘) โครงสร้างของวิทยานิพนธ์ (สารบัญชั่วคราว)

(๑.๙) บรรณานุกรมและเชิงอรรถ

(๑.๑๐) ประวัติผู้วิจัย

(๒) ผู้สมัครต้องผ่านการสอบข้อเขียนตามที่บัณฑิตวิทยาลัยกำหนด

(๓) ผู้สมัครต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์ในเนื้อหาโครงร่างวิทยานิพนธ์ และความรู้ความ สามารถด้านอื่นๆ ตามที่บัณฑิตวิทยาลัยกำหนด

(๔) ผู้สอบเข้าได้ตามประกาศของบัณฑิตวิทยาลัย ต้องเข้ารายงานตัวตามวัน เวลา และสถานที่ที่บัณฑิตวิทยาลัยกำหนด

(๕) ผู้ที่ไม่ได้จบปริญญาโท สาขาวิชาปรัชญามาโดยตรง ต้องลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มเติม เพื่อปรับพื้นฐานวิชาการด้านปรัชญา ๗ รายวิชา คือ

(๑) ๘๐๒ ๓๒๑  การใช้เหตุผลทางปรัชญา ๒

(๒) ๖๐๓ ๑๐๖  อภิปรัชญาวิเคราะห์

(๓) ๖๐๓  ๓๐๗ ญาณวิทยาวิเคราะห์

(๔) ๖๐๓ ๒๐๘ จริยศาสตร์วิเคราะห์

(๕) ๘๐๒ ๓๑๔ ปรัชญาภาษา

(๖) ๘๐๒ ๓๑๙ สัมมนาปรัชญาจีน

(๗) ๘๐๒ ๓๒๐ สัมมนาปรัชญาอินเดีย

          ๒.๓ ปัญหาของนิสิตแรกเข้า  

               ปัญหาการปรับตัวในการเรียนระดับบัณฑิตศึกษา ปัญหาทักษะด้านภาษาอังกฤษ และปัญหาความรู้พื้นฐานในสาขาวิชาปรัชญา

 

 

.๔ กลยุทธ์ในการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา/ข้อจำกัดของนิสิต

ปัญหาของนิสิตแรกเข้า กลยุทธ์ในการดำเนินการแก้ไขปัญหา
– ปัญหาการปรับตัวในการเรียนระดับ

บัณฑิตศึกษา

– กำหนดให้มีอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อให้คำปรึกษาแก่นิสิต

– ประชุมนิสิตในแต่ละภาคการศึกษาเพื่อติดตามและให้

คำปรึกษา ด้านการปรับตัว

– ขาดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ – ส่งเสริมการเรียนวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ที่สถาบันภาษา

มจร.

–  ปัญหาความรู้พื้นฐานในสาขาวิชาปรัชญา

 

– ลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ๗ รายวิชา คือ

๑) ๘๐๒ ๓๒๑ การใช้เหตุผลทางปรัชญา ๒

๒) ๖๐๓ ๑๐๖ อภิปรัชญาวิเคราะห์

๓) ๖๐๓ ๓๐๗ ญาณวิทยาวิเคราะห์

๔) ๖๐๓ ๒๐๘ จริยศาสตร์วิเคราะห์

๕) ๘๐๒ ๓๑๔ ปรัชญาภาษา

๖) ๘๐๒ ๓๑๙ สัมมนาปรัชญาจีน

๗) ๘๐๒ ๓๒๐ สัมมนาปรัชญาอินเดีย

   

 

             ๒.๕ แผนการรับนิสิตและจำนวนผู้สำเร็จการศึกษาในระยะเวลา ๕ ปี

                 ๒.๕.๑ แผนการรับนิสิตแบบ ๑.๒

 

  ชั้นปี

ปีการศึกษา

จำนวนนิสิต(รูป/คน)
๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔
ชั้นปีที่ ๑
ชั้นปีที่ ๒
ชั้นปีที่ ๓
รวม  
จำนวนที่คาดว่าจะจบ

 

 

                 ๒.๕.๒ แผนการรับนิสิตแบบ ๒.๑

 

  ชั้นปี

ปีการศึกษา

จำนวนนิสิต(รูป/คน)
๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔
ชั้นปีที่ ๑ ๒๕ ๒๕ ๒๕ ๒๕ ๒๕
ชั้นปีที่ ๒ ๒๕ ๒๕ ๒๕ ๒๕
ชั้นปีที่ ๓ ๒๕ ๒๕ ๒๕
รวม ๒๕ ๕๐ ๗๕ ๑๐๐ ๑๒๕
จำนวนที่คาดว่าจะจบ ๓๕ ๓๕ ๓๕

 

                     ๒.๕.๓ แผนการรับนิสิตแบบ ๒.๒ (ยังไม่มีแผนรับนิสิต)

 

  ชั้นปี

ปีการศึกษา

จำนวนนิสิต(รูป/คน)
๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔
ชั้นปีที่ ๑
ชั้นปีที่ ๒
ชั้นปีที่ ๓
รวม  
จำนวนที่คาดว่าจะจบ

           ๒.๖ งบประมาณรายรับตามแผน ก แบบ ๒.๑             

      ๒.๖.๑ บัณฑิตวิทยาลัย (ส่วนกลาง)

          ก. งบประมาณรายรับ (หน่วย : บาท) (สำหรับพระภิกษุและคฤหัสถ์)*

        

รายละเอียดรายรับ ประมาณรายรับในปีงบประมาณ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔)**
๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔
ค่าขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตใหม่ (๒,๕๐๐ บ./คน) ๖๒,๕๐๐ ๖๒,๕๐๐ ๖๒,๕๐๐ ๖๒,๕๐๐ ๖๒,๕๐๐
ค่าบัตรประจำตัวนิสิต (๒๐๐ บ./คน) ๕,๐๐๐ ๕,๐๐๐ ๕,๐๐๐ ๕,๐๐๐ ๕,๐๐๐
ค่าลงทะเบียนรายวิชา (๒,๐๐๐ บ.*๙ นก./คน/เทอม) ๔๕๐,๐๐๐ ๔๕๐,๐๐๐ ๔๕๐,๐๐๐ ๔๕๐,๐๐๐ ๔๕๐,๐๐๐
ค่าลงทะเบียนวิทยานิพนธ์(๒,๐๐๐ บ.*๑๒ นก./คน/ครั้ง)*** ๖๐๐,๐๐๐ ๖๐๐,๐๐๐ ๖๐๐,๐๐๐ ๖๐๐,๐๐๐ ๖๐๐,๐๐๐
ค่าขึ้นทะเบียนรับปริญญา (๓,๕๐๐ บ./คน) ๘๗,๕๐๐ ๘๗,๕๐๐ ๘๗,๕๐๐ ๘๗,๕๐๐ ๘๗,๕๐๐
ค่าบำรุงสิ่งอำนวยความสะดวก (๑,๕๐๐ บ./คน) ๓๗,๕๐๐ ๓๗,๕๐๐ ๓๗,๕๐๐ ๓๗,๕๐๐ ๓๗,๕๐๐
ค่ากิจกรรมนอกสถานที่ (๑,๕๐๐ บ./คน) ๓๗,๕๐๐ ๓๗,๕๐๐ ๓๗,๕๐๐ ๓๗,๕๐๐ ๓๗,๕๐๐
ค่าบำรุงกิจกรรมปฏิบัติธรรม (๓,๐๐๐ บ./คน) ๗๕,๐๐๐ ๗๕,๐๐๐ ๗๕,๐๐๐ ๗๕,๐๐๐ ๗๕,๐๐๐
ค่าประกันอุบัติเหตุ (๓๐๐ บ./คน/ปี) ๗,๕๐๐ ๗,๕๐๐ ๗,๕๐๐ ๗,๕๐๐ ๗,๕๐๐
ค่าบำรุงการศึกษา (๖,๐๐๐ บ./คน/เทอม) ๑๕๐,๐๐๐ ๑๕๐,๐๐๐ ๑๕๐,๐๐๐ ๑๕๐,๐๐๐ ๑๕๐,๐๐๐
ค่าบำรุงห้องสมุด (๑,๐๐๐ บ./คน/เทอม) ๒๕,๐๐๐ ๒๕,๐๐๐ ๒๕,๐๐๐ ๒๕,๐๐๐ ๒๕,๐๐๐
ค่าบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ(๑,๐๐๐ บ./คน/เทอม) ๒๕,๐๐๐ ๒๕,๐๐๐ ๒๕,๐๐๐ ๒๕,๐๐๐ ๒๕,๐๐๐
ค่าบำรุงห้องพยาบาล (๑๐๐ บ./คน/เทอม) ๒๕๐๐ ๒๕๐๐ ๒๕๐๐ ๒๕๐๐ ๒๕๐๐
ค่านิตยสาร วารสาร สิ่งพิมพ์ (๓๐๐ บ./คน/เทอม) ๗,๕๐๐ ๗,๕๐๐ ๗,๕๐๐ ๗,๕๐๐ ๗,๕๐๐
ค่าสอบวัดความรู้ภาษาที่สอง (ครั้งละ ๕,๐๐๐ บ.) ๗๕,๐๐๐ ๗๕,๐๐๐ ๗๕,๐๐๐ ๗๕,๐๐๐ ๗๕,๐๐๐
รวมรายรับทั้งหมด ,๐๓๒,๐๐๐ ,๙๖๗,๐๐๐ ,๔๖๒,๐๐๐ ,๔๖๒,๐๐๐ ,๔๖๒,๐๐๐

* ที่มา:    ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง ค่าธรรมเนียมการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๘  ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘

**  ประมาณการค่าใช้จ่ายต่อหัวในการผลิตดุษฎีบัณฑิต  ปีการศึกษาละ ๔๕,๐๐๐ บาท

*** ลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ๓๖ หน่วยกิต แบ่งเป็น ๓ ครั้ง คือ ๑) สอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ ๑๒ หน่วยกิต  ๒) สอบ Public Hearing ๑๒ หน่วยกิต  และ ๓) สอบป้องกันวิทยานิพนธ์  ๑๒ หน่วยกิต

 

 

  ๒.๖ งบประมาณรายจ่ายตามแผน ก แบบ ๒.๑           

      ๒.๖.๑ บัณฑิตวิทยาลัย(วิทยาเขตขอนแก่น)

          ก. งบประมาณรายจ่าย (หน่วย : บาท) (สำหรับพระภิกษุและคฤหัสถ์)

        

รายละเอียดรายรับ ประมาณรายรับในปีงบประมาณ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔)
๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔
ค่าตอบแทน          
๑)     ค่าตอบแทนกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์

(๓,๐๐๐ บ. X ๕ คน/นิสิต ๑ คน)*

 

๒๒๕,๐๐๐

 

๔๕๐,๐๐๐

 

๔๕๐,๐๐๐

 

๔๕๐,๐๐๐

 

๔๕๐,๐๐๐

๒)     ค่าตอบแทนกรรมการพิจารณาหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์

(๑,๒๐๐ บ. X ๕ คน/นิสิต ๑ คน)**

 

๙๐,๐๐๐

 

๑๘๐,๐๐๐

 

๑๘๐,๐๐๐

 

๑๘๐,๐๐๐

 

๑๘๐,๐๐๐

๓)     ค่าตอบแทนกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์

(๒,๐๐๐ บ. X ๕ คน/นิสิต ๑ คน)***

 

๑๕๐,๐๐๐

 

๓๐๐,๐๐๐

 

๓๐๐,๐๐๐

 

๓๐๐,๐๐๐

 

๓๐๐,๐๐๐

๔)   ค่าตอบแทนอาจารย์ (ภายใน) ๕๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐
๕)   ค่าตอบแทนอาจารย์บรรยายพิเศษ ๘๐,๐๐๐ ๘๐,๐๐๐ ๘๐,๐๐๐ ๘๐,๐๐๐ ๘๐,๐๐๐
ค่าพาหนะแก่อาจารย์ (ภายนอก) ที่บรรยายพิเศษ ๕๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐
ค่าจัดซื้อหนังสือ วารสาร และตำรา ๓๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐
ค่าวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอน ๒๐,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐
งบลงทุน
– ค่าครุภัณฑ์ ๕๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐ ๕๐,๐๐๐
รวมรายรับทั้งหมด ๗๔๕,๐๐๐ ,๒๑๐,๐๐๐ ,๒๑๐,๐๐๐ ,๒๑๐,๐๐๐ ,๒๑๐,๐๐๐

* ที่มา:          ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง การจ่ายค่าตอบแทนคณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์

และคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘

** ที่มา:        ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง การจ่ายค่าตอบแทนคณะกรรมการพิจารณาหัวข้อ

และโครงร่างวิทยานิพนธ์  พ.ศ. ๒๕๔๘

*** ที่มา:       ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง การจ่ายค่าตอบแทนคณะกรรมการควบคุม

วิทยานิพนธ์และคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘

          ๒.๗ ระบบการศึกษา

                เป็นแบบชั้นเรียน ใช้ระบบทวิภาค โดยแบ่งเวลาการศึกษาออกเป็น ๒ ภาคการศึกษาปกติ    คือ ภาคการศึกษาที่ ๑ และภาคการศึกษาที่ ๒ แต่ละภาคการศึกษามีเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ สัปดาห์   ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา   พ.ศ.๒๕๔๑ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๙

          ๒.๘ การเทียบโอนหน่วยกิตรายวิชา และการลงทะเบียนข้ามสถาบัน

– ไม่มี

 

๓.  หลักสูตรและอาจารย์ผู้สอน

          ๓.๑ หลักสูตร

               ๓.๑.๑ จำนวนหน่วยกิต  

(๑) หลักสูตรแบบ ๑.๒ จำนวน ๗๘ หน่วยกิต หลักสูตรทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียว โดยต้องศึกษารายวิชาไม่นับหน่วยกิต ๓ รายวิชา

(๒) หลักสูตรแบบ ๒.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต เป็นหลักสูตรเน้นวิจัยเข้าห้องเรียนและทำวิทยานิพนธ์  โดยทำวิทยานิพนธ์ ๓๖ หน่วยกิต ศึกษารายวิชารวม ๑๘  หน่วยกิต ศึกษารายวิชาที่ไม่นับหน่วยกิตจำนวน ๒๔ หน่วยกิต และศึกษารายวิชาพื้นฐาน ๒๐ หน่วยกิต (เฉพาะผู้ไม่จบปริญญาโท สาขาปรัชญา ต้องศึกษารายวิชาพื้นฐาน)

(๓) หลักสูตรแบบ  ๒.๒ จำนวน ๗๘ หน่วยกิต  เป็นหลักสูตรเน้นวิจัยเข้าห้องเรียนและทำวิทยานิพนธ์  โดยทำวิทยานิพนธ์ ๔๘ หน่วยกิต ศึกษารายวิชารวม ๓๐ หน่วยกิต  ศึกษารายวิชาที่ไม่นับหน่วยกิตจำนวน ๒๔ หน่วยกิต และศึกษารายวิชาพื้นฐาน ๒๐ หน่วยกิต (เฉพาะผู้ไม่จบปริญญาโท สาขาปรัชญา ต้องศึกษารายวิชาพื้นฐาน)

 

 

๓.๑.๒ โครงสร้างหลักสูตร

หมวดวิชา จำนวนหน่วยกิต

แบบ ๑.๒

จำนวนหน่วยกิต

แบบ ๒.๑

จำนวนหน่วยกิต

แบบ ๒.๒

๑. หมวดวิชาบังคับ      
    ๑.๑ นับหน่วยกิต
    ๑.๒ ไม่นับหน่วยกิต (๙) (๒๑) (๒๑)
 ๒. หมวดวิชาเอก      
    ๑.๑ นับหน่วยกิต ๑๒
    ๑.๒ ไม่นับหน่วยกิต   (๓)
 ๓. หมวดวิชาเลือก
 ๔. หมวดวิชาพื้นฐาน (๒๐) (๒๐)
 ๕. วิทยานิพนธ์ ๗๘ ๓๖ ๔๘
รวมทั้งสิ้น ๗๘ ๕๔ ๗๘

              ๓.๑.๓ รายวิชาในหลักสูตร

               รหัสวิชา

ความหมายของเลขรหัสประจำวิชาในหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา

ประกอบด้วยเลข  ๖ หลัก มีความหมายดังนี้

๑. เลข ๓ ตัวแรก  =  ตัวที่ ๑ แสดงคณะ ตัวที่ ๒-๓ แสดงสาขาวิชา/ภาควิชา

๒. เลข ๓ ตัวหลัง  =  ตัวที่ ๑ แสดงภาคการศึกษา ตัวที่ ๒-๓ แสดงชื่อวิชา

(๑) หลักสูตรแบบ ๑.๒ จำนวน ๗๘ หน่วยกิต 

๑) หมวดวิชาบังคับแบบไม่นับหน่วยกิต  จำนวน  ๙ หน่วยกิต

๘๐๒  ๑๐๑      สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก                    (๓) (๓-๐-๙)

Seminar on Buddhist Philosophy in Tipitaka

๘๐๒  ๒๐๗      การวิเคราะห์เชิงปรัชญา                               (๓) (๓-๐-๙)

Philosophical Analysis

๘๐๒  ๓๐๘      สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก                     (๓) (๓-๐-๙)

Seminar on Problems in Eastern Philosophy

                ๒) วิทยานิพนธ์                         

๘๐๐  ๒๐๐    วิทยานิพนธ์                                             ๗๘   หน่วยกิต

Dissertation

(๒) หลักสูตรแบบ ๒.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต

     ๑)  หมวดวิชาบังคับ 

              ก.  วิชาบังคับแบบนับหน่วยกิต  จำนวน  ๖ หน่วยกิต

๘๐๒  ๑๐๑      สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก                    ๓ (๓-๐-๙)

Seminar on Buddhist Philosophy in Tipitaka

๘๐๒  ๑๐๒      พระพุทธศาสนากับศาสตร์แห่งการตีความ             ๓ (๓-๐-๙)

Buddhism and Hermeneutics

 

ข.  วิชาบังคับแบบไม่นับหน่วยกิต  จำนวน  ๒๑ หน่วยกิต

๘๐๒  ๒๐๓      ระเบียบวิธีวิจัยชั้นสูงทางปรัชญา                       (๓) (๓-๐-๙)

Advanced Research Methodology in Philosophy

๘๐๒  ๑๐๔      งานวิชาการภาษาอังกฤษเพื่อการวิจัยเชิงปรัชญา     (๓) (๓-๐-๙)

English Academic Works for Research in Philosophy

๘๐๒  ๑๐๕      งานนิพนธ์ภาษาบาลีและสันสกฤตเพื่อการวิจัย       (๓) (๓-๐-๙)

Pali and Sanskrit Works for Research

 

๘๐๒  ๓๐๖      วิปัสสนากรรมฐาน                                      (๓) (๓-๓-๖)

Insight Meditation

๘๐๐  ๔๐๑      สัมมนาวิทยานิพนธ์                                    (๓) (๓-๐-๙)

Seminar on Dissertation

๑๐๒  ๓๐๒      การใช้ภาษาบาลี ๑                                     (๓) (๓-๐-๖)

Usage on Pali I

๑๐๒  ๓๐๖      การใช้ภาษาบาลี ๒                                     (๓) (๓-๐-๖)

Usarge on Pali II

 

     ๒) หมวดวิชาเอก นิสิตต้องศึกษาวิชาเอกปรัชญา ๖ หน่วยกิต และศึกษาวิชาที่กำหนดให้เพิ่มเติมอีก ๑ รายวิชา  คือ

              ก. วิชาเอกแบบนับหน่วยกิต  จำนวน  ๖ หน่วยกิต

๘๐๒  ๒๐๗      การวิเคราะห์เชิงปรัชญา                               ๓ (๓-๐-๙)

Philosophical Analysis

๘๐๒  ๓๐๘      สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก                     ๓ (๓-๐-๙)

Seminar on Problems in Eastern Philosophy

 

ข.  วิชาเอกแบบไม่นับหน่วยกิต  จำนวน  ๓ หน่วยกิต

๘๐๒  ๒๐๙      สัมมนาปัญหาปรัชญาศาสนา                           (๓) (๓-๐-๙)

Seminar on Problems of Philosophy of Religions

 

     ๓) หมวดวิชาเลือก นิสิตต้องเลือกศึกษาจากรายวิชาที่กำหนดให้ไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต

๘๐๒  ๒๑๑      สัมมนาปรัชญาปรากฏการณ์วิทยาและอัตถิภาวนิยม           ๓ (๓-๐-๙)

Seminar on Philosophy of Phenomenology and Existentialism

๘๐๒  ๒๑๒      สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันตก                                ๓ (๓-๐-๙)

Seminar on Problems in Western Philosophy

๘๐๒  ๒๑๔      ปรัชญาภาษา                                           (๓) (๓-๐-๙)

Philosophy of Language

๘๐๒  ๒๑๖      ปรัชญายุคหลังสมัยใหม่                                ๓ (๓-๐-๙)

Post Modern Philosophy

๘๐๒  ๓๑๔      สัมมนาปัญหาปรัชญาวิทยาศาสตร์                     ๓ (๓-๐-๙)

Seminar on Problems of Philosophy of Science

 

     ๔) หมวดวิชาพื้นฐาน  นิสิตผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทในสาขาวิชาอื่น ที่ไม่ใช่สาขาวิชาปรัชญา จะต้องลงทะเบียนศึกษารายวิชาเพิ่มเติมอีก ๗ รายวิชา โดยไม่นับหน่วยกิต ประกอบด้วยรายวิชาต่อไปนี้

๘๐๒ ๓๒๑      การใช้เหตุผลทางปรัชญา ๒                           (๓) (๓-๐-๙)

Philosophical Reasoning 2

๖๐๓  ๑๐๖      อภิปรัชญาวิเคราะห์                                    (๓) (๓-๐-๙)

Analytic Metaphysics

๖๐๓  ๓๐๗      ญาณวิทยาวิเคราะห์                                    (๓) (๓-๐-๙)

Analytic Epistemology

๖๐๓  ๒๐๘      จริยศาสตร์วิเคราะห์                                    (๓) (๓-๐-๙)

Analytic Ethics

๘๐๒  ๒๑๙      สัมมนาปรัชญาจีน                                      (๓) (๓-๐-๙)

Seminar on Chinese Philosophy

๘๐๒  ๓๒๐      สัมมนาปรัชญาอินเดีย                                  (๓) (๓-๐-๙)

Seminar on Indian Philosophy

              ๕) วิทยานิพนธ์

๘๐๐  ๒๐๐      วิทยานิพนธ์                                             ๓๖   หน่วยกิต

Dissertation

(๓) หลักสูตรแบบ ๒.๒ จำนวน ๗๘ หน่วยกิต

     ๑)  หมวดวิชาบังคับ 

              ก.  วิชาบังคับแบบนับหน่วยกิต  จำนวน  ๙ หน่วยกิต

๘๐๒  ๑๐๑      สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก                    ๓ (๓-๐-๙)

Seminar on Buddhist Philosophy in Tipitaka

๘๐๒  ๑๐๒      พระพุทธศาสนากับศาสตร์แห่งการตีความ             ๓ (๓-๐-๙)

Buddhism and Hermeneutics

๘๐๒  ๒๐๓      ระเบียบวิธีวิจัยชั้นสูงทางปรัชญา                       ๓ (๓-๐-๙)

Advanced Research Methodology in Philosophy

 

                ข.  วิชาบังคับแบบไม่นับหน่วยกิต  จำนวน  ๒๑ หน่วยกิต

๘๐๒  ๑๐๔      งานวิชาการภาษาอังกฤษเพื่อการวิจัยเชิงปรัชญา     (๓) (๓-๐-๙)

English Academic Works for Research in Philosophy

๘๐๒  ๑๐๕      งานนิพนธ์ภาษาบาลีและสันสกฤตเพื่อการวิจัย       (๓) (๓-๐-๙)

Pali and Sanskrit Works for Research

๘๐๒  ๓๐๖      วิปัสสนากรรมฐาน                                      (๓) (๓-๓-๖)

Insight Meditation

๘๐๐  ๔๐๑      สัมมนาวิทยานิพนธ์                                    (๓) (๓-๐-๙)

Seminar on Dissertation

๘๐๒  ๒๑๖      ปรัชญายุคหลังสมัยใหม่                                (๓) (๓-๐-๙)

Post Modern Philosophy

๑๐๒  ๓๐๒      การใช้ภาษาบาลี ๑                                     (๓) (๓-๐-๖)

Usage on Pali I

๑๐๒  ๓๐๖      การใช้ภาษาบาลี ๒                                     (๓) (๓-๐-๖)

Usarge on Pali II

 

     ๒)  หมวดวิชาเอก ๑๒ หน่วยกิต  นิสิตต้องศึกษาวิชาเอกปรัชญา ๑๒ หน่วยกิต

                ก. วิชาเอกแบบนับหน่วยกิต

๘๐๒  ๒๐๗      การวิเคราะห์เชิงปรัชญา                               ๓ (๓-๐-๙)

Philosophical Analysis

๘๐๒  ๓๐๘      สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก                     ๓ (๓-๐-๙)

Seminar on Problems in Eastern Philosophy

๘๐๒  ๒๐๙      สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันตก                      ๓ (๓-๐-๙)

Seminar on Problems in Western Philosophy

๘๐๒  ๒๑๐      สัมมนาปัญหาปรัชญาศาสนา                           ๓ (๓-๐-๙)

Seminar on Problems of Philosophy of Religions

 

     ๓) หมวดวิชาเลือก ๙ หน่วยกิต  นิสิตต้องเลือกศึกษาจากรายวิชาที่กำหนดให้ไม่น้อยกว่า ๙ หน่วยกิต

                     ๘๐๒  ๒๒๑     สัมมนาปรัชญาปรากฏการณ์วิทยาและอัตถิภาวนิยม    ๓ (๓-๐-๙)

Seminar on Philosophy of Phenomenology and

Existentialism

๘๐๒  ๒๑๔      ปรัชญาภาษา                                           (๓) (๓-๐-๙)

Philosophy of Language

๘๐๒  ๓๑๔      สัมมนาปัญหาปรัชญาวิทยาศาสตร์                     ๓ (๓-๐-๙)

Seminar on Problems of Philosophy of Science

 

     ๔) หมวดวิชาพื้นฐาน  นิสิตผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทในสาขาวิชาอื่น ที่ไม่ใช่สาขาวิชาปรัชญา จะต้องลงทะเบียนศึกษารายวิชาเพิ่มเติมอีก ๗ รายวิชา โดยไม่นับหน่วยกิต ประกอบด้วยรายวิชาต่อไปนี้

๘๐๒  ๓๒๑      การใช้เหตุผลทางปรัชญา ๒                           (๓) (๓-๐-๙)

Philosophical Reasoning 2

๖๐๓  ๑๐๖      อภิปรัชญาวิเคราะห์                                    (๓) (๓-๐-๙)

Analytic Metaphysics

๖๐๓  ๓๐๗      ญาณวิทยาวิเคราะห์                                    (๓) (๓-๐-๙)

Analytic Epistemology

๖๐๓  ๒๐๘      จริยศาสตร์วิเคราะห์                                    (๓) (๓-๐-๙)

Analytic Ethics

๘๐๒  ๒๑๙      สัมมนาปรัชญาจีน                                      (๓) (๓-๐-๙)

Seminar on Chinese Philosophy

๘๐๒ ๓๒๐       สัมมนาปรัชญาอินเดีย                                  (๓) (๓-๐-๙)

Seminar on Indian Philosophy

              ๕) วิทยานิพนธ์

๘๐๐  ๒๐๐    วิทยานิพนธ์                                             ๔๘   หน่วยกิต

Dissertation

 

 

 

 

 

๓.๑.๔  แผนการศึกษา

(๑)  แผนการศึกษาหลักสูตรแบบ ๑.๒

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิชาบังคับไม่นับหน่วยกิต

๘๐๒  ๑๐๑  สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก

๘๐๒  ๒๐๗  การวิเคราะห์เชิงปรัชญา

๘๐๒  ๓๐๘  สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก

วิทยานิพนธ์

๘๐๐ ๔๐๐  สัมมนาวิทยานิพนธ์

 

(๓)

(๓)

(๓)

 

  รวม

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิทยานิพนธ์

๘๐๐ ๔๐๐  สัมมนาวิทยานิพนธ์

 

 

 

  รวม

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิทยานิพนธ์

๘๐๐ ๔๐๐  สัมมนาวิทยานิพนธ์

 

 

 

  รวม

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิทยานิพนธ์

๘๐๐ ๔๐๐  สัมมนาวิทยานิพนธ์

 

 

 

  รวม

 

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิทยานิพนธ์

๘๐๐ ๔๐๐  สัมมนาวิทยานิพนธ์

 

 

  รวม

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิทยานิพนธ์

๘๐๐ ๔๐๐  สัมมนาวิทยานิพนธ์

 

 

  รวม

(๒)  แผนการศึกษาหลักสูตรแบบ ๒.๑

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิชาบังคับ

๘๐๒  ๑๐๑  สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก

๘๐๐  ๑๐๒  พระพุทธศาสนากับศาสตร์แห่งการตีความ

วิชาบังคับไม่นับหน่วยกิต

๘๐๒  ๑๐๔  งานวิชาการภาษาอังกฤษเพื่อการวิจัยเชิงปรัชญา

๘๐๒  ๑๐๕  งานนิพนธ์ภาษาบาลีและสันสกฤตเพื่อการวิจัย

วิชาพื้นฐาน

๖๐๓  ๑๐๖  อภิปรัชญาวิเคราะห์**

๘๐๒ ๓๒๑   การใช้เหตุผลทางปรัชญา ๒

 

 

(๓)

(๓)

 

(๓)

(๓)

  รวม

** รายวิชาสำหรับผู้ไม่จบสาขาวิชาปรัชญา

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิชาบังคับไม่นับหน่วยกิต

๘๐๒  ๒๐๓  ระเบียบวิธีวิจัยชั้นสูงทางปรัชญา

๑๐๒  ๓๐๒  การใช้ภาษาบาลี ๑

วิชาเอก

๘๐๒  ๒๐๗  การวิเคราะห์เชิงปรัชญา

 

วิชาเลือก

(เลือกศึกษาจากหมวดวิชาเลือก จำนวน ๑ รายวิชา)

วิชาพื้นฐาน

๖๐๓ ๒๐๘   จริยศาสตร์วิเคราะห์**

๘๐๒ ๒๑๔   ปรัชญาภาษา**

 

(๓)

(๓)

 

 

 

 

(๓)

(๓)

  รวม

** รายวิชาสำหรับผู้ไม่จบสาขาวิชาปรัชญา

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิชาบังคับ

๘๐๒  ๓๐๖   วิปัสสนากรรมฐาน

วิชาบังคับไม่นับหน่วยกิต

๑๐๒  ๓๐๖   การใช้ภาษาบาลี ๒

วิชาเอก

๘๐๒  ๒๐๙  สัมมนาปัญหาปรัชญาศาสนา

๘๐๒  ๓๐๘  สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก

วิชาเลือก

(เลือกศึกษาจากหมวดวิชาเลือก จำนวน ๑ รายวิชา)

วิชาพื้นฐาน

๖๐๓  ๓๐๗  ญาณวิทยาวิเคราะห์**

๘๐๒  ๓๑๙  สัมมนาปรัชญาจีน**

๘๐๒  ๓๒๐  สัมมนาปรัชญาอินเดีย**

วิทยานิพนธ์

๘๐๐  ๔๐๐  วิทยานิพนธ์

 

(๓)

 

(๓)

 

(๓)

 

 

(๓)

(๓)

(๓)

  รวม ๑๒

** รายวิชาสำหรับผู้ไม่จบสาขาวิชาปรัชญา

 

 

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิชาบังคับไม่นับหน่วยกิต

๘๐๐ ๔๐๑  สัมมนาวิทยานิพนธ์

 

วิทยานิพนธ์

๘๐๐  ๔๐๐  วิทยานิพนธ์

 

(๓)

 

 

  รวม

 

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิทยานิพนธ์

๘๐๐  ๔๐๐  วิทยานิพนธ์

 

 

  รวม

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิทยานิพนธ์

๘๐๐  ๔๐๐  วิทยานิพนธ์

 

 

  รวม

 

(๓)  แผนการศึกษาหลักสูตรแบบ ๒.๒

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิชาบังคับ

๘๐๒  ๑๐๑  สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก

๘๐๐  ๑๐๒  พระพุทธศาสนากับศาสตร์แห่งการตีความ

วิชาเอก

๘๐๒  ๒๐๘  สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก

๘๐๒  ๒๐๙  สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันตก

วิชาพื้นฐาน

๖๐๓  ๑๐๖  อภิปรัชญาวิเคราะห์**

๘๐๒  ๓๒๑   การใช้เหตุผลทางปรัชญา ๒**

 

 

 

(๓)

(๓)

  รวม ๑๒

** รายวิชาสำหรับผู้ไม่จบสาขาวิชาปรัชญา

 

 

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิชาบังคับ

๘๐๒  ๒๐๓  ระเบียบวิธีวิจัยชั้นสูงทางปรัชญา

วิชาเอก

๘๐๒  ๒๐๗  การวิเคราะห์เชิงปรัชญา

๘๐๒  ๒๐๙  สัมมนาปัญหาปรัชญาศาสนา

วิชาพื้นฐาน

๖๐๐ ๒๐๘  จริยศาสตร์วิเคราะห์**

๘๐๒ ๓๑๔  ปรัชญาภาษา**

 

 

 

(๓)

(๓)

  รวม

** รายวิชาสำหรับผู้ไม่จบสาขาวิชาปรัชญา

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิชาบังคับ

๘๐๒  ๓๐๖   วิปัสสนากรรมฐาน

วิชาเลือก

(เลือกศึกษาจากหมวดวิชาเลือก จำนวน ๒ รายวิชา)

วิชาพื้นฐาน

๖๐๓  ๓๐๗  ญาณวิทยาวิเคราะห์**

 

(๓)

 

(๓)

  รวม

** รายวิชาสำหรับผู้ไม่จบสาขาวิชาปรัชญา

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิชาบังคับไม่นับหน่วยกิต

๘๐๐ ๔๐๑   สัมมนาวิทยานิพนธ์

๘๐๒ ๑๐๔   งานวิชาการภาษาอังกฤษเพื่อการวิจัยเชิงปรัชญา

๘๐๒ ๑๐๕   งานนิพนธ์ภาษาบาลีและสันสกฤตเพื่อการวิจัย

วิชาเลือก

(เลือกศึกษาจากหมวดวิชาเลือก จำนวน ๑ รายวิชา)

วิชาพื้นฐาน

๘๐๒  ๓๑๙ สัมมนาปรัชญาจีน**

๘๐๒  ๓๒๐ สัมมนาปรัชญาอินเดีย**

วิทยานิพนธ์

๘๐๐  ๔๐๐  วิทยานิพนธ์

 

(๓)

(๓)

(๓)

 

 

(๓)

(๓)

 

  รวม ๑๒

** รายวิชาสำหรับผู้ไม่จบสาขาวิชาปรัชญา

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิทยานิพนธ์

๘๐๐  ๔๐๐  วิทยานิพนธ์

 

 

  รวม

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิทยานิพนธ์

๘๐๐  ๔๐๐  วิทยานิพนธ์

 

 

  รวม

 

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิทยานิพนธ์

๘๐๐  ๔๐๐  วิทยานิพนธ์

 

 

  รวม

 

 

ภาคเรียน รหัสวิชา/รายวิชา หน่วยกิต
วิทยานิพนธ์

๘๐๐  ๔๐๐  วิทยานิพนธ์

 

๑๒

 

  รวม

 

        ๓.๑.๕  คำอธิบายรายวิชา

(๑) คำอธิบายรายวิชาหลักสูตรแบบ ๑.๒ จำนวน ๗๘ หน่วยกิต  หลักสูตรทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียว โดยต้องศึกษารายวิชาไม่นับหน่วยกิต ๓ รายวิชา ประกอบด้วย

 

๑) หมวดวิชาบังคับแบบไม่นับหน่วยกิต จำนวน ๙ หน่วยกิต 

 

๘๐๒  ๑๐๑     สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก                  (๓) (๓-๐-๙)

                                      Seminar on Buddhist Philosophy in Tipitaka

ศึกษาวิเคราะห์แนวความคิดพื้นฐานทางปรัชญาที่สำคัญในพระไตรปิฎก ประกอบด้วยแนวความคิดทางอภิปรัชญา  จักรวาลวิทยา ญาณวิทยา จริยศาสตร์และอื่น ๆ ในการศึกษารายวิชานี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย ๑ ประเด็น  แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

                   ๘๐๒  ๒๐๗     การวิเคราะห์เชิงปรัชญา                               ๓ (๓-๐-๙)

                                      Philosophical Analysis

ศึกษาวิเคราะห์แนวความคิดทางปรัชญาสำนักต่าง ๆ โดยเน้นการวิเคราะห์เหตุผลที่ใช้ในหลักการ วิธีการ และจุดมุ่งหมายของการนำเสนอแนวคิดทางปรัชญานั้น  ในการศึกษาวิชานี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย  ๑ ประเด็น  แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

                   ๘๐๒  ๓๐๘     สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก                   ๓ (๓-๐-๙)

                                      Seminar on Problems in Eastern Philosophy

สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก เช่น ปรัชญาอินเดีย ปรัชญาจีน เป็นต้น โดยผู้บรรยายตั้งคำถาม ให้นิสิตตอบพร้อมแสดงเหตุผลทั้งในแง่สนับสนุนและในแง่คัดค้าน  ในการศึกษาวิชานี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย  ๑ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

๒) วิทยานิพนธ์  ๕๔ หน่วยกิต 

๘๐๐  ๒๐๐     วิทยานิพนธ์                                  ๓๖ หน่วยกิต

                                      Dissertation

วิชานี้เป็นโครงการวิจัยทางปรัชญาเฉพาะบุคคล นิสิตต้องทำวิจัย เริ่มตั้งแต่การหาประเด็นปัญหา การเขียนโครงร่าง  การสอบโครงร่าง การเขียนวิจัยจนสำเร็จแล้วนำเสนอสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ และการตีพิมพ์บทความวิจัย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัยว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ และระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง

 

         (๒) คำอธิบายรายวิชาหลักสูตรแบบ ๒.๑ จำนวน ๕๔ หน่วยกิต เป็นหลักสูตรเน้นวิจัยเข้าห้องเรียนและทำวิทยานิพนธ์  โดยทำวิทยานิพนธ์ ๓๖ หน่วยกิต ศึกษารายวิชารวม ๑๘  หน่วยกิต ศึกษารายวิชาที่ไม่นับหน่วยกิตจำนวน ๒๔ หน่วยกิต และศึกษารายวิชาพื้นฐาน ๒๐ หน่วยกิต (เฉพาะผู้ไม่จบปริญญาโท สาขาปรัชญา ต้องศึกษารายวิชาพื้นฐาน) ประกอบด้วย

 

๑) หมวดวิชาบังคับ 

ก. วิชาบังคับแบบนับหน่วยกิต  จำนวน ๖ หน่วยกิต

                    ๘๐๒  ๑๐๑     สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก                  (๓) (๓-๐-๙)

                                      Seminar on Buddhist Philosophy in Tipitaka

ศึกษาวิเคราะห์แนวความคิดพื้นฐานทางปรัชญาที่สำคัญในพระไตรปิฎก ประกอบด้วยแนวความคิดทางอภิปรัชญา  จักรวาลวิทยา ญาณวิทยา จริยศาสตร์และอื่น ๆ ในการศึกษารายวิชานี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย ๑ ประเด็น  แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

๘๐๒   ๑๐๒     พระพุทธศาสนากับศาสตร์แห่งการตีความ           ๓ (๓-๐-๙)

                                      Buddhism and Hermeneutics

ศึกษาศาสตร์แห่งการตีความแบบตะวันตกและตะวันออก  โดยเน้นศาสนสัมพันธ์ภายในศาสนาและระหว่างศาสนา (Intra – Inter Relationship) และปรัชญาที่นำไปสู่การสร้างรูปแบบการตีความแบบต่าง ๆ รวมทั้งบริบทแวดล้อมทางสังคมและทางวิชาการที่มีอิทธิพลต่อการตีความคำสอนทางศาสนาให้เหมาะสมกับยุคสมัย  โดยเฉพาะหลักการตีความในพระพุทธศาสนาเถรวาทและมหายานที่ปรากฏในคัมภีร์ต่าง ๆ เช่น กถาวัตถุ  อรรถกถาเปฏโกปเทส เนตติปกรณ์  วิสุทธิมรรค  มิลินทปัญหา ปรัชญาปารมิตาสูตร  ลังกาวตารสูตร และหัวข้อธรรมบางข้อในพระอภิธรรมปิฎก เป็นต้น

 

ข.  วิชาบังคับแบบไม่นับหน่วยกิต จำนวน  ๒๑  หน่วยกิต

                    ๘๐๒  ๒๐๓     ระเบียบวิธีวิจัยชั้นสูงทางปรัชญา                     (๓) (๓-๐-๙)

                                      Advanced Research Methodology in Philosophy 

                   ศึกษาหลักการและวิธีการวิจัย  กระบวนการและขั้นตอนของการวิจัย การรวบรวมเอกสารและวิเคราะห์ข้อมูล  ลักษณะและประเภทของงานวิจัยทางปรัชญา โดยเฉพาะด้านคุณภาพซึ่งเหมาะกับสาขาวิชาปรัชญา  นำวิธีการถกปัญหาของ จอห์น ฮอสเปอร์ มาฝึกใช้  เน้นฝึกปฏิบัติโดยการเลือกหัวข้อวิจัยและดำเนินการวิจัย  เพื่อนำไปสู่การวิจัยจริง

 

๘๐๒  ๑๐๔      งานวิชาการภาษาอังกฤษเพื่อการวิจัยเชิงปรัชญา (๓) (๓-๐-๙)

                                       English Academic Works for Research in Philosophy

ศึกษางานวิชาการหรืองานวิจัยที่สำคัญทางปรัชญาในภาคภาษาอังกฤษ โดยเน้นให้นิสิตเกิดทักษะด้านการอ่านเอกสารวิชาการภาษาอังกฤษ รู้ศัพท์สำนวนทางปรัชญาในภาษาอังกฤษ รวมทั้งศึกษาวิเคราะห์รูปแบบ โครงสร้าง เนื้อหา และองค์ความรู้ใหม่ในงานวิชาการหรืองานวิจัยเรื่องนั้นๆ ตลอดทั้งศึกษางานพุทธปรัชญาที่มีความโดดเด่นและมีผลกระทบอย่างสูงต่อการศึกษาวิจัยทางพุทธปรัชญาในอดีตและปัจจุบัน  โดยเลือกศึกษาจากเอกสาร บทความทางวิชาการ และตำราภาษาอังกฤษ เพื่อให้นิสิตมีทักษะด้านการอ่านเอกสารวิชาการภาษาอังกฤษ มีข้อมูลและองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการค้นคว้า วิจัยด้านพุทธปรัชญา เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าข้อมูลประกอบการทำวิจัย

 

๘๐๒  ๑๐๕     งานนิพนธ์ภาษาบาลีและสันสกฤตเพื่อการวิจัย     (๓) (๓-๐-๙)

                   Pali and Sanskrit Works for Research 

ศึกษางานนิพนธ์ภาษาบาลีและสันสกฤตจากคัมภีร์สำคัญ เช่น มิลินทปัญหา วิมุตติมรรค  วิสุทธิมรรค มังคลัตถทีปนี  สัทธรรมปุณฑริกสูตร วิมลเกียรตินิเทศสูตร ลังกาวตรสูตร โดยเน้นประเด็นปัญหาทางปรัชญา เช่น ปัญหาเรื่องโลกหน้า ปัญหาเรื่องการคบเพื่อน  แนวคิดเรื่องจิต ภพภูมิ  ปัญญา กรุณา พระโพธิสัตว์ เป็นต้น เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าข้อมูลประกอบการทำวิจัย

 

๘๐๒  ๓๐๖     วิปัสสนากรรมฐาน                                    (๓) (๓-๓-๖)

                                      Insight Meditation

ศึกษาหลักสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานที่ปรากฏในคัมภีร์พระไตรปิฎก โดยเน้นศึกษาสติปัฏฐาน ๔  รวมทั้งรูปแบบการปฏิบัติกรรมฐานของสำนักต่างๆ ในสังคมไทย ลำดับขั้นตอนของการเจริญกรรมฐาน และผลที่เกิดจากการเจริญกรรมฐาน ได้แก่ สมาบัติ ๘ และวิปัสสนาญาณ ๑๖ เป็นต้น

 

๖๐๐ ๔๐๑       สัมมนาวิทยานิพนธ์                                    (๓) (๓-๓-๖)

                                       Seminar on Dissertation

สัมมนาเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับเทคนิคการเขียนวิทยานิพนธ์  การวิเคราะห์และการสังเคราะห์ข้อมูล การตีความในเชิงพรรณนา การอ้างอิง การเขียนบทความวิจัย รูปแบบและวิธีการนำเสนอวิทยานิพนธ์ เน้นตรวจสอบกระบวนการและความก้าวหน้าในการเขียนวิทยานิพนธ์ของนิสิต

๑๐๒ ๓๐๒       การใช้ภาษาบาลี ๑                                    (๓)  (๓-๐-๖)

                   Usage of Pali I

ศึกษาภาษาบาลี โดยเน้นแนวคิดทางปรัชญา เช่น แนวคิดอภิปรัชญา แนวคิดญาณวิทยา แนวคิดจริยศาสตร์ เป็นต้น ที่ปรากฏในหนังสือธรรมบท ๘ ภาค เน้นวิเคราะห์แนวคิดทางปรัชญาที่ปรากฏอยู่ในภาษาบาลี ในแต่ละบริบท

 

๑๐๒ ๓๐๖       การใช้ภาษาบาลี ๒                                    (๓)  (๓-๐-๖)

                   Usage of Pali II

ศึกษาภาษาบาลี โดยเน้นแนวคิดทางปรัชญา เช่น แนวคิดอภิปรัชญา แนวคิดญาณวิทยา แนวคิดจริยศาสตร์ เป็นต้น ที่ปรากฏในหนังสือมังคลัตถทีปนีและวิสุทธิมรรค เน้นการอธิบายเพื่อตรวจสอบ ความเชื่อมโยงแนวคิดทางปรัชญา และอธิบายพัฒนาการแนวคิดที่แฝงอยู่ในคัมภีร์ทั้งสอง

 

๒) หมวดวิชาเอก ๖ หน่วยกิต นิสิตต้องศึกษาวิชาเอกปรัชญา ๖ หน่วยกิต และศึกษาวิชาที่กำหนดให้เพิ่มเติมอีก ๑ รายวิชา  คือ

 

ก. วิชาเอกแบบนับหน่วยกิต

                   ๘๐๒  ๒๐๗     การวิเคราะห์เชิงปรัชญา                               ๓ (๓-๐-๙)

                                      Philosophical Analysis

ศึกษาวิเคราะห์แนวความคิดทางปรัชญาสำนักต่าง ๆ โดยเน้นการวิเคราะห์เหตุผลที่ใช้ในหลักการ วิธีการ และจุดมุ่งหมายของการนำเสนอแนวคิดทางปรัชญานั้น  ในการศึกษาวิชานี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย  ๑ ประเด็น  แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

                   ๘๐๒  ๓๐๘     สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก                   ๓ (๓-๐-๙)

                                      Seminar on Problems in Eastern Philosophy

สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก เช่น ปรัชญาอินเดีย ปรัชญาจีน เป็นต้น โดยผู้บรรยายตั้งคำถาม ให้นิสิตตอบพร้อมแสดงเหตุผลทั้งในแง่สนับสนุนและในแง่คัดค้าน  ในการศึกษาวิชานี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย  ๑ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

ข.  วิชาเอกแบบไม่นับหน่วยกิต จำนวน ๓  หน่วยกิต

                   ๘๐๒  ๒๐๙     สัมมนาปัญหาปรัชญาศาสนา                         (๓) (๓-๐-๙)

                                      Seminar on Problems of Philosophy of Religions

สัมมนาปัญหาทางปรัชญาศาสนา เช่น  เป้าหมายสูงสุดของศาสนา ปัญหาเกี่ยวกับพระเจ้า  กรรม นิพพาน  โมกษะ ภาษาศาสนา  ประสบการณ์ทางศาสนา สัญลักษณ์ทางศาสนา ความเชื่อและความจริงทางศาสนา ศาสนากับเสรีภาพ ศาสนากับการกดขี่ทางเพศ ศาสนากับสันติภาพและความขัดแย้ง เป็นต้น ในการศึกษาวิชานี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย  ๑ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษา  โดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

๓) หมวดวิชาเลือก ๖ หน่วยกิต  นิสิตต้องเลือกศึกษาจากรายวิชาที่กำหนดให้ไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต

 

                    ๘๐๒  ๒๒๑     สัมมนาปรัชญาปรากฏการณ์วิทยาและอัตถิภาวนิยม    ๓ (๓-๐-๙)

                                      Seminar on Philosophy of Phenomenology and Existentialism

ศึกษาวิเคราะห์แนวคิดทางปรัชญาที่สำคัญของนักคิดกลุ่มอัตถิภาวนิยม เช่น ปรัชญาของเซอเรน เกียร์เกการ์ด  เฟดริก นิตส์เช คาร์ล จัสเปิร์ส  มาร์ติน ไฮเดกเกอร์  อัลแบรต์ กามูส์  และฌอง-ปอล ซาตร์ และศึกษาแนวความคิดสำคัญในปรากฏการณ์วิทยา เช่น การมุ่งอารมณ์ (Intentionality) สารัตถะ การลดทอน (Reduction) อัตตาเชิงอุตรวิสัย (Transcendental Ego) ในปรัชญาของ ฟรันซ์ เบรนทาโน เอดมุนด์ฮุสเซิร์ล มาร์ติน ไฮเดกเกอร์ แมร์โล ปองตี และฌอง-ปอล ซาตร์  ทั้งนี้ ให้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปรากฏการณ์วิทยากับอัตถิภาวนิยม เพื่อให้เห็นพัฒนาการทางด้านแนวคิดด้วย

 

 

                   ๘๐๒  ๒๑๒     สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันตก                    ๓ (๓-๐-๙)

                                      Seminar on Problems in Western Philosophy

สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันตก เน้นศึกษาประเด็นปัญหาทางปรัชญา เช่น ปัญหาทางอภิปรัชญา ญาณวิทยา  จริยศาสตร์ ของนักปรัชญาคนสำคัญในแต่ละยุค เช่น  เพลโต อริสโตเติล โทมัส อไควนัส โทมัส ฮอบส์  คาร์ล มาร์ก เป็นต้น ในการศึกษาวิชานี้ นิสิตต้องแสดงโครงสร้างของรายงานอย่างน้อย ๑ เรื่อง  แล้วดำเนินการศึกษาค้นคว้าโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา แล้วเสนอผลการศึกษาค้นคว้าในชั้นเรียน

 

๘๐๒  ๓๑๔     สัมมนาปัญหาปรัชญาวิทยาศาสตร์                   ๓ (๓-๐-๙)

                                      Seminar on Problems of Philosophy of Science

ศึกษาปัญหาเรื่องกฎและทฤษฎีในวิทยาศาสตร์  การอธิบายปรากฏการณ์การยืนยันความจริง  และความน่าจะเป็น  วิธีการทางวิทยาศาสตร์  ทฤษฎีการลดทอนกับวิทยาศาสตร์ การกำหนดขอบเขตของความเป็นและความไม่เป็นวิทยาศาสตร์  ในการศึกษาวิชานี้  นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย ๑ ประเด็น  แล้วจัดทำโครงร่างรายงานดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษา

 

๘๐๒  ๓๑๖     ปรัชญายุคหลังสมัยใหม่                               ๓ (๓-๐-๙)

                                      Post Modern Philosophy

ศึกษากำเนิดและพัฒนาการของแนวคิดปรัชญาหลังสมัยใหม่  เช่น แนวคิดธรรมชาติของมนุษย์ แนวคิดเรื่องกฎหมาย แนวคิดเรื่องภาษา แนวคิดเรื่องความจริง แนวคิดเรื่องเสรีภาพ แนวคิดเรื่องเพศ เรื่องประวัติศาสตร์  เป็นต้น โดยเน้นศึกษาแนวคิดของนักปรัชญาคนสำคัญ เช่น วิตเกนสไตน์ (Witgenstein) ฟูโกลท์ (Michel Foucault) แมคอินไตน์ (Mcintyre) เดอร์ริดา (Jacques Derrida)      ฮาเบอร์มัส  (Jurgen Habermus) เลียวทาร์ด (Jean-Francois Lyotard) เจมสัน (Fredric Jameson)  แนนซี่  (Fean-Luc Nancy) วัตติโม (Gianni Vattimo) เป็นต้น

 

                   ๘๐๒  ๒๑๔     ปรัชญาภาษา                                          (๓) (๓-๐-๙)                                          Philosophy of Language

ศึกษาวิเคราะห์มโนทัศน์ของปรัชญาภาษา  ทฤษฎีความหมาย  ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับความจริง  ธรรมชาติของภาษา  ของนักปรัชญาตะวันตก เช่น วิตเกนสไตน์ เบอร์ทัน รัสเซลล์ ฟรีเก้เป็นต้น และนักปรัชญาตะวันออก เช่น  ธรรมกีรติ ปรัชญานยายะ เป็นต้น

 

          ๔) หมวดวิชาพื้นฐาน ไม่นับหน่วยกิต (สำหรับผู้ไม่จบสาขาวิชาปรัชญาโดยตรง)     

 

๘๐๒ ๓๒๑       การใช้เหตุผลทางปรัชญา ๒                          ๓ (๓-๐-๙)

                                      Philosophical Reasoning 2

ศึกษาหลักการและวิธีการใช้เหตุผลแบบนิรนัย (Deductive) และอุปนัย (Inductive) แบบเปรียบเทียบ วิธีการให้เหตุผลแบบมิลล์ เหตุผลวิบัติ (Fallacy) การให้เหตุผลในปรัชญาเชน ทฤษฎีจตุโกฏิของนาคารชุน   โดยศึกษากรณีตัวอย่างงานอภิปรัชญา ญาณวิทยา จริยศาสตร์ สุนทรียศาสตร์ ของนักปรัชญาตะวันตกและตะวันออก แล้วพัฒนาศักยภาพในการคิดเชิงวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ และสังเคราะห์ประเด็นปัญหาตามกรอบการให้เหตุผลนั้นๆ

 

          ๖๐๓   ๑๐๖     อภิปรัชญาวิเคราะห์                                   (๓) (๓-๐-๙)

                             Analytic Metaphysics

ศึกษาแนวคิดทางอภิปรัชญาหรือทฤษฎีความเป็นจริงในปรัชญาตะวันตกและตะวันออก เช่น แนวคิดของเพลโต้ อริสโตเติล วัตถุนิยม (Materialism) จิตนิยม (Idealism) ปฏิบัตินิยม (Pragmatism) สัจนิยม (Realism) ปฏิฐานนิยมเชิงตรรกะ (Logical Positivism) อภิปรัชญาเชน  โยคาจาร อภิปรัชญาในพุทธปรัชญา ปัญหาเรื่องเสรีภาพกับความรับผิดชอบทางศีลธรรม : ทัศนะของนิยัตินิยม (Determinism) อนิยัตินิยม (Indeterminism) และทัศนะประนีประนอม (Compatibility) ปัญหาเรื่องเวลาว่าเวลามีจริงหรือไม่ (Is time real?) ความเป็นจริง (Reality) ในพุทธปรัชญาสำนักมัธยมิก (Madhyamika) ความเป็นจริง (Reality) ในพุทธปรัชญาสำนักโยคาจาร

 

          ๖๐๓   ๓๐๗    ญาณวิทยาวิเคราะห์                                   (๓) (๓-๐-๙)

                             Analytic Epistemology

ศึกษาแนวคิดเรื่องความรู้หรือทฤษฏีความรู้ของปรัชญาตะวันตกและตะวันออกสำนักต่างๆ ในประเด็นเรื่องธรรมชาติของความรู้ ที่มาของความรู้ มาตรฐานในการตัดสินความรู้ ลักษณะของความเชื่อและความมั่นใจ โดยเปรียบเทียบกับญาณวิทยาในพุทธปรัชญา

 

          ๖๐๓  ๒๐๘     จริยศาสตร์วิเคราะห์                                   (๓) (๓-๐-๙)

                             Analytic Ethics

ศึกษาทฤษฎีจริยศาสตร์ในปรัชญาตะวันตก เช่น ประโยชน์นิยม (Utilitarianism) กรณียธรรม (Deontology) อัตตนิยม (Egoism) เน้นศึกษาแนวคิดเรื่องความดีสูงสุดของชีวิต เกณฑ์ตัดสินความดี (Good) ความชั่ว (Bad) ความถูก (Right) ความผิด (Wrong)  นอกจากนี้ยังศึกษาอภิจริยศาสตร์ (Metaethics) และศึกษาทฤษฎีจริยศาสตร์ในปรัชญาตะวันออก  เช่น พุทธจริยศาสตร์ จริยศาสตร์ของเชน เป็นต้น  พร้อมกับวิเคราะห์ประเด็นปัญหาทางจริยศาสตร์ร่วมสมัย เช่น ปัญหาการทำแท้ง การฆ่าตัวตาย การุณยฆาต การตัดสินประหารชีวิต การทำสำเนาพันธุกรรม (Cloning) และการวิจัยเซลล์ต้นแบบ (Stem Cell Research) โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบกับแนวคิดทางจริยศาสตร์ในพุทธปรัชญา

 

          ๘๐๒ ๒๑๙       สัมมนาปรัชญาจีน                                     (๓) (๓-๐-๙)

                             Seminar on Chinese Philosophy

สัมมนาเกี่ยวกับแนวคิดมนุษยนิยม  ธรรมชาติของมนุษย์ ทางสายกลาง ธรรมชาติและความจริงของเต๋า แนวคิดเรื่องหยิน-หยาง  ความรักสากล  สวรรค์ สวัสดิการสังคม  สำนักกฎหมายนิยม (Legalism) แนวคิดเรื่องการศึกษา แนวคิดว่าด้วยความดี ความชั่ว โดยเน้นศึกษานักปรัชญาที่มีอิทธิพลต่อแนวคิดและการพัฒนาทางสังคม เช่น ขงจื่อ  เม้งจื่อ เหล่าจื่อ หานเฟยจื่อ ซุนจื่อ   เป็นต้น ในการศึกษาวิชานี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย ๑ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษา โดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

 

          ๘๐๒ ๓๒๐       สัมมนาปรัชญาอินเดีย                                (๓) (๓-๐-๙)

                             Seminar on Indian Philosophy

สัมมนาเกี่ยวกับแนวความคิดทางปรัชญาอินเดีย เช่น แนวคิดเรื่องโมกษะ กรรม การเกิดใหม่ เป้าหมายสูงสุด พระพรหม ความหลุดพ้น จากสำนักจารวาก เชน นยายะ ไวเษศิกะ สังขยา โยคะ      มีมางสา  เวทานตะ  อไวทะเวทานตะ พุทธะ เป็นต้น  ในการศึกษาวิชานี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย ๑ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษา โดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

๕) วิทยานิพนธ์

๘๐๐  ๒๐๐     วิทยานิพนธ์                                     ๓๖   หน่วยกิต

                                      Dissertation

วิชานี้เป็นโครงการวิจัยทางปรัชญาเฉพาะบุคคล นิสิตต้องทำวิจัย เริ่มตั้งแต่การหาประเด็นปัญหา การเขียนโครงร่าง  การสอบโครงร่าง การเขียนวิจัยจนสำเร็จแล้วนำเสนอสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ และการตีพิมพ์บทความวิจัย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัยว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ และระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง

 

(๓) คำอธิบายรายวิชาหลักสูตรแบบ ๒.๒ จำนวน ๗๘ หน่วยกิต  เป็นหลักสูตรเน้นวิจัยเข้าห้องเรียนและทำวิทยานิพนธ์  โดยทำวิทยานิพนธ์ ๔๘ หน่วยกิต ศึกษารายวิชารวม ๓๐ หน่วยกิต ศึกษารายวิชาที่ไม่นับหน่วยกิตจำนวน ๒๔ หน่วยกิต และศึกษารายวิชาพื้นฐาน ๒๐ หน่วยกิต (เฉพาะผู้ไม่จบปริญญาโท สาขาปรัชญา ต้องศึกษารายวิชาพื้นฐาน)  ประกอบด้วย

 

๑) หมวดวิชาบังคับ

ก.   วิชาบังคับแบบนับหน่วยกิต  จำนวน  ๙ หน่วยกิต

๘๐๒  ๑๐๑     สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก                  (๓) (๓-๐-๙)

                                      Seminar on Buddhist Philosophy in Tipitaka

ศึกษาวิเคราะห์แนวความคิดพื้นฐานทางปรัชญาที่สำคัญในพระไตรปิฎก ประกอบด้วยแนวความคิดทางอภิปรัชญา  จักรวาลวิทยา ญาณวิทยา จริยศาสตร์และอื่น ๆ ในการศึกษารายวิชานี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย ๑ ประเด็น  แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

                   ๘๐๒  ๒๐๗     การวิเคราะห์เชิงปรัชญา                               ๓ (๓-๐-๙)

                                      Philosophical Analysis

ศึกษาวิเคราะห์แนวความคิดทางปรัชญาสำนักต่าง ๆ โดยเน้นการวิเคราะห์เหตุผลที่ใช้ในหลักการ วิธีการ และจุดมุ่งหมายของการนำเสนอแนวคิดทางปรัชญานั้น  ในการศึกษาวิชานี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย  ๑ ประเด็น  แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

                   ๘๐๒  ๓๐๘     สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก                   ๓ (๓-๐-๙)

                                      Seminar on Problems in Eastern Philosophy

สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก เช่น ปรัชญาอินเดีย ปรัชญาจีน เป็นต้น โดยผู้บรรยายตั้งคำถาม ให้นิสิตตอบพร้อมแสดงเหตุผลทั้งในแง่สนับสนุนและในแง่คัดค้าน  ในการศึกษาวิชานี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย  ๑ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

ข.  วิชาบังคับแบบไม่นับหน่วยกิต

๘๐๒  ๑๐๔      งานวิชาการภาษาอังกฤษเพื่อการวิจัยเชิงปรัชญา (๓) (๓-๐-๙)

                                       English Academic Works for Research in Philosophy

ศึกษางานวิชาการหรืองานวิจัยที่สำคัญทางปรัชญาในภาคภาษาอังกฤษ โดยเน้นให้นิสิตเกิดทักษะด้านการอ่านเอกสารวิชาการภาษาอังกฤษ รู้ศัพท์สำนวนทางปรัชญาในภาษาอังกฤษ รวมทั้งศึกษาวิเคราะห์รูปแบบ โครงสร้าง เนื้อหา และองค์ความรู้ใหม่ในงานวิชาการหรืองานวิจัยเรื่องนั้นๆ ตลอดทั้งศึกษางานพุทธปรัชญาที่มีความโดดเด่นและมีผลกระทบอย่างสูงต่อการศึกษาวิจัยทางพุทธปรัชญาในอดีตและปัจจุบัน  โดยเลือกศึกษาจากเอกสาร บทความทางวิชาการ และตำราภาษาอังกฤษ เพื่อให้นิสิตมีทักษะด้านการอ่านเอกสารวิชาการภาษาอังกฤษ มีข้อมูลและองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการค้นคว้า วิจัยด้านพุทธปรัชญา เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าข้อมูลประกอบการทำวิจัย

 

๘๐๒  ๑๐๕     งานนิพนธ์ภาษาบาลีและสันสกฤตเพื่อการวิจัย     (๓) (๓-๐-๙)

                   Pali and Sanskrit Works for Research 

ศึกษางานนิพนธ์ภาษาบาลีและสันสกฤตจากคัมภีร์สำคัญ เช่น มิลินทปัญหา วิมุตติมรรค  วิสุทธิมรรค มังคลัตถทีปนี  สัทธรรมปุณฑริกสูตร วิมลเกียรตินิเทศสูตร ลังกาวตรสูตร โดยเน้นประเด็นปัญหาทางปรัชญา เช่น ปัญหาเรื่องโลกหน้า ปัญหาเรื่องการคบเพื่อน  แนวคิดเรื่องจิต ภพภูมิ  ปัญญา กรุณา พระโพธิสัตว์ เป็นต้น เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าข้อมูลประกอบการทำวิจัย

 

๘๐๒  ๓๑๖     ปรัชญายุคหลังสมัยใหม่                               ๓ (๓-๐-๙)

                                      Post Modern Philosophy

ศึกษากำเนิดและพัฒนาการของแนวคิดปรัชญาหลังสมัยใหม่  เช่น แนวคิดธรรมชาติของมนุษย์ แนวคิดเรื่องกฎหมาย แนวคิดเรื่องภาษา แนวคิดเรื่องความจริง แนวคิดเรื่องเสรีภาพ แนวคิดเรื่องเพศ เรื่องประวัติศาสตร์  เป็นต้น โดยเน้นศึกษาแนวคิดของนักปรัชญาคนสำคัญ เช่น วิตเกนสไตน์ (Witgenstein) ฟูโกลท์ (Michel Foucault) แมคอินไตน์ (Mcintyre) เดอร์ริดา (Jacques Derrida)      ฮาเบอร์มัส  (Jurgen Habermus) เลียวทาร์ด (Jean-Francois Lyotard) เจมสัน (Fredric Jameson)  แนนซี่  (Fean-Luc Nancy) วัตติโม (Gianni Vattimo) เป็นต้น

 

๘๐๒  ๓๐๖     วิปัสสนากรรมฐาน                                    (๓) (๓-๓-๖)

                                      Insight Meditation

ศึกษาหลักสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานที่ปรากฏในคัมภีร์พระไตรปิฎก โดยเน้นศึกษาสติปัฏฐาน ๔  รวมทั้งรูปแบบการปฏิบัติกรรมฐานของสำนักต่างๆ ในสังคมไทย ลำดับขั้นตอนของการเจริญกรรมฐาน และผลที่เกิดจากการเจริญกรรมฐาน ได้แก่ สมาบัติ ๘ และวิปัสสนาญาณ ๑๖ เป็นต้น

 

๖๐๐ ๔๐๑       สัมมนาวิทยานิพนธ์                                    (๓) (๓-๓-๖)

                                       Seminar on Dissertation

สัมมนาเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับเทคนิคการเขียนวิทยานิพนธ์  การวิเคราะห์และการสังเคราะห์ข้อมูล การตีความในเชิงพรรณนา การอ้างอิง การเขียนบทความวิจัย รูปแบบและวิธีการนำเสนอวิทยานิพนธ์ เน้นตรวจสอบกระบวนการและความก้าวหน้าในการเขียนวิทยานิพนธ์ของนิสิต

 

๑๐๒ ๓๐๒       การใช้ภาษาบาลี ๑                                    (๓)  (๓-๐-๖)

                   Usage of Pali I

ศึกษาภาษาบาลี โดยเน้นแนวคิดทางปรัชญา เช่น แนวคิดอภิปรัชญา แนวคิดญาณวิทยา แนวคิดจริยศาสตร์ เป็นต้น ที่ปรากฏในหนังสือธรรมบท ๘ ภาค เน้นวิเคราะห์แนวคิดทางปรัชญาที่ปรากฏอยู่ในภาษาบาลี ในแต่ละบริบท

 

๑๐๒ ๓๐๖       การใช้ภาษาบาลี ๒                                    (๓)  (๓-๐-๖)

                   Usage of Pali II

ศึกษาภาษาบาลี โดยเน้นแนวคิดทางปรัชญา เช่น แนวคิดอภิปรัชญา แนวคิดญาณวิทยา แนวคิดจริยศาสตร์ เป็นต้น ที่ปรากฏในหนังสือมังคลัตถทีปนีและวิสุทธิมรรค เน้นการอธิบายเพื่อตรวจสอบ ความเชื่อมโยงแนวคิดทางปรัชญา และอธิบายพัฒนาการแนวคิดที่แฝงอยู่ในคัมภีร์ทั้งสอง

 

           ๒) หมวดวิชาเอก ๖ หน่วยกิต นิสิตต้องศึกษาวิชาเอกปรัชญา ๖ หน่วยกิต

                   ๘๐๒  ๒๐๗     การวิเคราะห์เชิงปรัชญา                               ๓ (๓-๐-๙)

                                      Philosophical Analysis

ศึกษาวิเคราะห์แนวความคิดทางปรัชญาสำนักต่าง ๆ เน้นวิเคราะห์หลักการ วิธีการและจุดมุ่งหมายของการนำเสนอทฤษฎีทางปรัชญา  สรุปประเด็นสำคัญแห่งทฤษฎีทางปรัชญา เน้นวิธีการทางตรรกศาสตร์ ทั้งนี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย  ๓ ประเด็น  แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

                   ๘๐๒  ๓๐๘     สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก                   ๓ (๓-๐-๙)

                                      Seminar on Problems in Eastern Philosophy

สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก เช่น ปรัชญาอินเดีย ปรัชญาจีน เป็นต้น โดยผู้บรรยายตั้งคำถาม ให้นิสิตตอบพร้อมแสดงเหตุผลทั้งในแง่สนับสนุนและในแง่คัดค้าน ทั้งนี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย  ๓ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

                   ๘๐๒  ๒๐๙     สัมมนาปัญหาปรัชญาศาสนา                         ๓ (๓-๐-๙)

                                      Seminar on Problems of Philosophy of Religions

สัมมนาปัญหาทางปรัชญาศาสนา  เช่น  ปัญหาเกี่ยวกับพระเป็นเจ้า  กรรมและนิพพาน  ภาษาศาสนา  ประสบการณ์ทางศาสนา สัญลักษณ์ทางศาสนา ความเชื่อและความจริงทางศาสนากับความรู้ทางวิทยาศาสตร์  ทั้งนี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย  ๓ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษา  โดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

๓) หมวดวิชาเลือก ๙ หน่วยกิต นิสิตต้องเลือกศึกษาจากรายวิชาที่กำหนดให้ไม่น้อยกว่า ๙ หน่วยกิต          

 

                    ๘๐๒  ๒๒๑     สัมมนาปรัชญาปรากฏการณ์วิทยาและอัตถิภาวนิยม    ๓ (๓-๐-๙)

                                      Seminar on Philosophy of Phenomenology and Existentialism

ศึกษาวิเคราะห์แนวคิดทางปรัชญาที่สำคัญของนักคิดกลุ่มอัตถิภาวนิยม เช่น ปรัชญาของเซอเรน เกียร์เกการ์ด  เฟดริก นิตส์เช คาร์ล จัสเปิร์ส  มาร์ติน ไฮเดกเกอร์  อัลแบรต์ กามูส์  และฌอง-ปอล ซาตร์ และศึกษาแนวความคิดสำคัญในปรากฏการณ์วิทยา เช่น การมุ่งอารมณ์ (Intentionality) สารัตถะ การลดทอน (Reduction) อัตตาเชิงอุตรวิสัย (Transcendental Ego) ในปรัชญาของ ฟรันซ์ เบรนทาโน เอดมุนด์ฮุสเซิร์ล มาร์ติน ไฮเดกเกอร์ แมร์โล ปองตี และฌอง-ปอล ซาตร์  ทั้งนี้ ให้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปรากฏการณ์วิทยากับอัตถิภาวนิยม เพื่อให้เห็นพัฒนาการทางด้านแนวคิดด้วย

 

                  

๘๐๒  ๒๑๒     สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันตก                    ๓ (๓-๐-๙)

                                      Seminar on Problems in Western Philosophy

สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันตก เน้นศึกษาประเด็นปัญหาทางปรัชญา เช่น ปัญหาทางอภิปรัชญา ญาณวิทยา  จริยศาสตร์ ของนักปรัชญาคนสำคัญในแต่ละยุค เช่น  เพลโต อริสโตเติล โทมัส อไควนัส โทมัส ฮอบส์  คาร์ล มาร์ก เป็นต้น ในการศึกษาวิชานี้ นิสิตต้องแสดงโครงสร้างของรายงานอย่างน้อย ๑ เรื่อง  แล้วดำเนินการศึกษาค้นคว้าโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา แล้วเสนอผลการศึกษาค้นคว้าในชั้นเรียน

 

๘๐๒  ๓๑๔     สัมมนาปัญหาปรัชญาวิทยาศาสตร์                   ๓ (๓-๐-๙)

                                      Seminar on Problems of Philosophy of Science

ศึกษาปัญหาเรื่องกฎและทฤษฎีในวิทยาศาสตร์  การอธิบายปรากฏการณ์การยืนยันความจริง  และความน่าจะเป็น  วิธีการทางวิทยาศาสตร์  ทฤษฎีการลดทอนกับวิทยาศาสตร์ การกำหนดขอบเขตของความเป็นและความไม่เป็นวิทยาศาสตร์  ในการศึกษาวิชานี้  นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย ๑ ประเด็น  แล้วจัดทำโครงร่างรายงานดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษา

 

                   ๘๐๒  ๒๑๔     ปรัชญาภาษา                                          (๓) (๓-๐-๙)                                          Philosophy of Language

ศึกษาวิเคราะห์มโนทัศน์ของปรัชญาภาษา  ทฤษฎีความหมาย  ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับความจริง  ธรรมชาติของภาษา  ของนักปรัชญาตะวันตก เช่น วิตเกนสไตน์ เบอร์ทัน รัสเซลล์ ฟรีเก้เป็นต้น และนักปรัชญาตะวันออก เช่น  ธรรมกีรติ ปรัชญานยายะ เป็นต้น

 

          ๔) หมวดวิชาพื้นฐาน ไม่นับหน่วยกิต (สำหรับผู้ไม่จบสาขาวิชาปรัชญาโดยตรง)     

                   ๘๐๒ ๓๒๑       การใช้เหตุผลทางปรัชญา ๒                          ๓ (๓-๐-๙)

                                      Philosophical Reasoning 2

ศึกษาหลักการและวิธีการใช้เหตุผลแบบนิรนัย (Deductive) และอุปนัย (Inductive) แบบเปรียบเทียบ วิธีการให้เหตุผลแบบมิลล์ เหตุผลวิบัติ (Fallacy) การให้เหตุผลในปรัชญาเชน ทฤษฎีจตุโกฏิของนาคารชุน   โดยศึกษากรณีตัวอย่างงานอภิปรัชญา ญาณวิทยา จริยศาสตร์ สุนทรียศาสตร์ ของนักปรัชญาตะวันตกและตะวันออก แล้วพัฒนาศักยภาพในการคิดเชิงวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ และสังเคราะห์ประเด็นปัญหาตามกรอบการให้เหตุผลนั้นๆ

 

          ๖๐๓   ๑๐๖     อภิปรัชญาวิเคราะห์                                   (๓) (๓-๐-๙)

                             Analytic Metaphysics

ศึกษาแนวคิดทางอภิปรัชญาหรือทฤฏีความจริงในปรัชญาตะวันตก เช่น แนวคิดของเพลโตอาริสโตเติล เรอเน เดส์การ์ดส์ บารุก สปิโนซา กอตต์ฟริค วิลเฮล์ม ไลบ์นิช จอร์จ เบิร์กลีย์ เดวิด ฮูม      อิมมานูเอล คานต์  เกออร์ก วิลเฮล์ม  ฟรีดริช เฮเกล และปรัชญาตะวันออก เช่น ปรัชญาอินเดีย ปรัชญาจีน และพุทธปรัชญา รวมทั้งการปฏิเสธอภิปรัชญาโดยนักปฏิฐานนิยม และแนวโน้มในอนาคตของอภิปรัชญา

 

          ๖๐๓   ๓๐๗    ญาณวิทยาวิเคราะห์                                   (๓) (๓-๐-๙)

                             Analytic Epistemology

ศึกษาแนวคิดเรื่องความรู้หรือทฤษฏีความรู้ของปรัชญาตะวันตกและตะวันออกสำนักต่างๆ ในประเด็นเรื่องธรรมชาติของความรู้ ที่มาของความรู้ มาตรฐานในการตัดสินความรู้ ลักษณะของความเชื่อและความมั่นใจ โดยเปรียบเทียบกับญาณวิทยาในพุทธปรัชญา

 

          ๖๐๓  ๒๐๘     จริยศาสตร์วิเคราะห์                                   (๓) (๓-๐-๙)

                             Analytic Ethics

ศึกษาจริยศาสตร์ในปรัชญาตะวันตกและตะวันออกของสำนักต่างๆ เช่น สำนักสัมพัทธนิยม และสำนักสัมบูรณนิยม แนวคิดเรื่องความดีงามสูงสุดของชีวิต เกณฑ์ตัดสินความดี-ความชั่วทางจริยศาสตร์ ทฤษฏีอภิจริยศาสตร์ (Metaethics) และวิเคราะห์ประเด็นปัญหาทางจริยศาสตร์ร่วมสมัย เช่น ปัญหาการทำแท้ง การฆ่าตัวตาย การุณยฆาต การตัดสินประหารชีวิต การทำสำเนาพันธุกรรม (Cloning) และการวิจัยเซลล์ต้นแบบ (Stem Cell Research) โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบกับแนวคิดทางจริยศาสตร์ในพุทธปรัชญา

 

          ๘๐๒ ๒๑๙       สัมมนาปรัชญาจีน                                     (๓) (๓-๐-๙)

                             Seminar on Chinese Philosophy

สัมมนาเกี่ยวกับแนวความคิดทางปรัชญาของจีนโบราณสำนักต่าง ๆ เช่น ปรัชญาสำนักหยู สำนักขงจื้อ สำนักเต๋า และสำนักฝ่าเจีย จากคัมภีร์สำคัญของนักปรัชญาแต่ละสำนักทั้งในภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ประเด็นปัญหาใหม่ ๆ ในปรัชญาจีนจากเอกสารบทความ และหนังสือวิชาการทางปรัชญาปัจจุบัน ทั้งนี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย ๓ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษา โดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

          ๘๐๒ ๓๒๐       สัมมนาปรัชญาอินเดีย                                (๓) (๓-๐-๙)

                             Seminar on Indian Philosophy

สัมมนาเกี่ยวกับแนวความคิดทางปรัชญาอินเดียโบราณสำนักต่าง ๆ จากคัมภีร์สำคัญของแต่ละสำนักทั้งในภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ประเด็นปัญหาใหม่ ๆ ในปรัชญาอินเดียจากเอกสาร บทความ และหนังสือวิชาการทางปรัชญาปัจจุบัน ทั้งนี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย ๓ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษา โดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

๕) วิทยานิพนธ์

๘๐๐  ๒๐๐     วิทยานิพนธ์                                        ๔๘    หน่วยกิต

                                      Dissertation

วิชานี้เป็นโครงการวิจัยทางปรัชญาเฉพาะบุคคล นิสิตต้องทำวิจัย เริ่มตั้งแต่การหาประเด็นปัญหา การเขียนโครงร่าง  การสอบโครงร่าง การเขียนวิจัยจนสำเร็จแล้วนำเสนอสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ และการตีพิมพ์บทความวิจัย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัยว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ และระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง

 

๓.๒ ชื่อ สกุล เลขประจำตัวบัตรประชาชน  ตำแหน่งและคุณวุฒิของอาจารย์                 

          ๓.๒.๑ อาจารย์ประจำหลักสูตร

                   ก. บัณฑิตวิทยาลัย (วิทยาเขตขอนแก่น)

 

ตำแหน่ง ชื่อนามสกุล/

เลขประจำตัวประชาชน

คุณวุฒิการศึกษา สถาบันที่สำเร็จ ปีจบ ภาระงานภายในหลักสูตร

และรายวิชาที่สอน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ***พระครูภาวนาโพธิคุณ,ดร.

           

Ph.D. (Philosophy) University of  Pune, India

ใบเทียบวุฒิเลขที่ศธ๐๕๐๖(๒)/๒๙๒๐

๒๕๔๕ – ๘๐๒ ๑๔๒

งานวิชาการภาษาอังกฤษเพื่อการวิจัยเชิงปรัชญา

– ๘๐๒ ๒๐๓

ระเบียบวิธีวิจัยชั้นสูงเชิงปรัชญา

– ๘๐๒ ๓๒๐

สัมมนาปรัชญาอินเดีย

– ๘๐๐ ๓๐๖

วิปัสสนากรรมฐาน

  ๓๓๖๐๖๐๐๐๑๔๑๗๙ M.A. (Philosophy) University of  Pune, India ๒๕๔๒  
    M.A. (Political Science) Tilak College, India ๒๕๓๘  
     พธ.บ. (ศาสนา) ม.มหาจุฬาฯ ๒๕๓๔

 

 
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ***ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ

                                   

Ph.D.(Philosophy) Magadh University, Indiaใบเทียบวุฒิเลขที่ศธ๐๕๐๖(๒)/๓๒๒๒ ๒๕๔๖ – ๖๐๓ ๓๐๖

อภิปรัชญาวิเคราะห์

– ๖๐๓ ๓๑๕ สุนทรียศาสตร์

– ๘๐๒ ๓๑๙

สัมมนาปรัชญาจีน

  ๓๒๕๐๒๐๐๖๖๓๒๕๑ M.A. (Pali& Buddhist Studies) Banaras Hindu University, India ๒๕๔๔  
    M.A.(Philosophy) University of Madras, India

ใบเทียบวุฒิเลขที่ศธ๐๕๐๖(๒)/๑๓๑๒๘

 

๒๕๔๑  
    พธ.บ.(ปรัชญา) ม. มหาจุฬาฯ ๒๕๓๙  
   

 

 

 

ป.ธ.๖ บาลีสนามหลวง ๒๕๓๒  
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ***ดร.จรัส  ลีกา

                                               

 

Ph.D. (Philosophy) Magadh  University, India

ใบเทียบวุฒิเลขที่ศธ๐๕๐๖(๒)/๓๒๓๔

๒๕๔๙ – ๐๐๐ ๒๑๐ ตรรกศาสตร์เบื้องต้น

– ๘๐๒ ๑๐๑ สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก

– ๖๐๓ ๓๐๘ จริยศาสตร์วิเคราะห์

  ๓๕๓๐๔๐๐๑๗๙๖๙๕ M.A.  (Indian Philosophy) University  of  Madras,India

ใบเทียบวุฒิเลขที่ศธ๐๕๐๖(๒)/๑๒๐๙๓

๒๕๓๘

 

 
    พธ.บ.(ศาสนา) ม.มหาจุฬาฯ ๒๕๓๕  
    ป.ธ.๗ บาลีสนามหลวง ๒๕๓๔ – ๖๐๐ ๒๐๗ ญาณวิทยาวิเคราะห์
          – ๘๐๐ ๔๐๑ สัมมนาวิทยานิพนธ์
           
อาจารย์ พระมหาบรรจง สิริจนฺโท,ดร.

                  ๓ ๔๑๑ ๒๐๐ ๑๐๐ ๙๘ ๑

 

Ph.D. (Philosophy) University of Madras, India

ใบเทียบวุฒิเลขที่ศธ๐๕๐๖(๒)/๑๒๘๕๓

๒๕๕๘

 

– ระเบียบวิธีวิจัยชั้นสูง

– พระพุทธศาสนากับวิชาชีพ

  ๓ ๔๑๑ ๒๐๐ ๑๐๐ ๙๘ ๑

 

พธ.ม. (ปรัชญา) ม.มหาจุฬาฯ ๒๕๓๙  
    พธ.บ. (ปรัชญา) ม.มหาจุฬาฯ ๒๕๓๖  
    ป.ธ. ๔ บาลีสนามหลวง ๒๕๓๔  
           
รองศาสตราจารย์ พระโสภณพัฒนบัณฑิต, รศ.

๓ ๔๔๐๙ ๐๐๑๔๒ ๑๐ ๔

 

ศศ.ม.(ปรัชญา) ม.ขอนแก่น ๒๕๔๘ – สัมมนาพระพุทธศาสนาเพื่อสังคม
    พธ.บ.(ศาสนา) ม.หาจุฬาฯ ๒๕๓๔  
  ศษ.บ.(ปฐมวัย) ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ๒๕๓๕  
           

***อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร

 

๔. ข้อกำหนดเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ 

          ๔.๑ คำอธิบายโดยย่อ

๔.๑.๑ นิสิตที่ศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ  และมีหน่วยกิต สะสมไม่น้อยกว่า  ๖ หน่วยกิต  มีสิทธิเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์เพื่อขออนุมัติลงทะเบียนทำวิทยานิพนธ์

๔.๑.๒ วิทยานิพนธ์ต้องมีเนื้อหาประกอบด้วยจำนวนบทอย่างน้อย  ๕ บท  แต่ไม่เกิน  ๗ บท โดยมีกระบวนการ ขั้นตอน ดังนี้

ครั้งที่ ๑  สอบโครงร่างวิทยานิพนธ์

ครั้งที่ ๒  นำเสนองานต่อสาธารณะ (Public Hearing)

ครั้งที่ ๓  สอบป้องกันวิทยานิพนธ์

๔.๑.๓ การลงทะเบียนและชำระค่าลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ตามที่บัณฑิตวิทยาลัยกำหนด

๔.๑.๔ นิสิตมีสิทธิเสนอขอสอบวิทยานิพนธ์ เมื่อได้ศึกษารายวิชาครบตามหลักสูตร มีหน่วยกิตสะสมและผลคะแนนผ่านเกณฑ์ประเมินของมหาวิทยาลัย ผ่านการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ผ่านการสอบวัดคุณสมบัติรายวิชาที่กำหนด ผ่านการสอบภาษาต่างประเทศ และผ่านการขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตครบ  ๖  ภาคการศึกษาปกติแล้ว

๔.๑.๕ การเสนอสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์  การลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ นำเสนองานต่อสาธารณะ (Public Hearing) และการสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ ให้เป็นไปตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐

         ๔.๒  กระบวนการประเมินผล

การประเมินผลวิทยานิพนธ์  ให้เป็นไปตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๐ หมวดที่ ๖  การประเมินผลวิทยานิพนธ์  ข้อ ๑๔ และข้อ ๑๕

         

หมวดที่ ๔

ผลการเรียนรู้ กลยุทธ์การสอนและการประเมินผล

๑. การพัฒนาคุณลักษณะพิเศษของนิสิต

คุณลักษณะพิเศษ กลยุทธ์หรือกิจกรรมของนิสิต
๑  M – Morality

มีมารยาททางกายและวาจาที่เหมาะสม

ตามกาลเทศะ

 

มีการฝึกฝนด้านระเบียบวินัยกิริยามารยาททั้งทางกายและวาจาที่เหมาะสม เช่น การแต่งกาย การพูด
๒. A – Awareness

รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงทางสังคม

มีการส่งเสริมให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคมปัจจุบันในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และเทคโนโลยี
๓. H – Helpfulness

มีศรัทธา อุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา

 

มีการส่งเสริมให้นิสิตมีศรัทธาอุทิศตน ให้บริการวิชาการ แก่สังคมและองค์กร
๔. A – Ability

มีความสามารถในการแก้ปัญหา

 

มีการส่งเสริมให้นิสิตมีทักษะในการแก้ปัญหาตนเองและสังคม โดยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากกรณีปัญหา (Problem-Based Learning: PBL) เพื่อนำไปสู่การคิดแก้ไขปัญหานั้น ๆ ตามกระบวนการคิดทางปรัชญา
๕. C – Curiosity

มีความใฝ่รู้ใฝ่คิด

 

มีการส่งเสริมให้นิสิตแสวงหาความรู้รอบด้าน  คิดสร้างสรรค์ ต่อยอดองค์ความรู้ ด้วยการศึกษาค้นคว้าวิจัย วิเคราะห์ สังเคราะห์ และวิจารณ์ประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม
๖. H – Hospitality

มีน้ำใจเสียสละเพื่อส่วนรวม

มีการส่งเสริมให้นิสิตมีจิตอาสาในการเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ เช่น กิจกรรมสังคมสงเคราะห์ กิจกรรมช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ
๗. U – Universality

มีโลกทัศน์กว้างไกล

มีการส่งเสริมให้นิสิตเข้าร่วมกิจกรรมทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ด้านปรัชญา
๘. L – Leadership

มีความเป็นผู้นำด้านจิตใจและปัญญา

มีการส่งเสริมให้นิสิตวางตนเป็นแบบอย่างด้านจิตใจและปัญญา
๙. A – Aspiration

มีความมุ่งมั่นพัฒนาตนให้เพียบพร้อม

ด้วยคุณธรรมจริยธรรม

มีการส่งเสริมให้นิสิตฝึกอบรมคุณธรรมจริยธรรม โดยการบูรณาการหลักคุณธรรมจริยธรรมไว้ในรายวิชาต่างๆ

 

๒. การพัฒนาผลการเรียนรู้ในแต่ละด้าน

      ๒.๑ คุณธรรมจริยธรรม (Moral and Ethics)

            ๒.๑.๑ ผลการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม

นิสิตมีคุณธรรม จริยธรรม มีความตระหนักในคุณค่าของการดำเนินภารกิจ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต การทำประโยชน์ การป้องกันและการแก้ไขปัญหา และการดำเนินชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างราบรื่น โดยมีคุณสมบัติสรุปพอสังเขปดังนี้

(๑) ตระหนักรู้ในคุณค่า คุณธรรม จริยธรรม เสียสละ และซื่อสัตย์สุจริต

(๒) มีวินัย ตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบต่อตนเอง และสังคม

(๓) มีการพัฒนาลักษณะความมีวินัยเพิ่มขึ้น

(๔) มีภาวะความเป็นผู้นำและผู้ตาม สามารถทำงานเป็นทีม และสามารถแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

(๕) มีจรรยาบรรณทางวิชาการ

(๖) เคารพสิทธิ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รวมถึงเคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์สามารถวิเคราะห์ปัญหาทางจริยธรรมที่เกิดและส่งผลกระทบต่อสังคมได้

(๗) เคารพกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ ขององค์กรและสังคม

(๘) การยอมรับประเด็นทางศีลธรรมและจริยธรรมอันเนื่องมาจากความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

      ๒.๑.๒ กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม

เพื่อให้เกิดผลการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม หลักสูตรจึงใช้กลยุทธ์ในการสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนดังนี้

(๑) การจัดกิจกรรมในรายวิชาที่เน้นการปลูกฝังให้นิสิตมีระเบียบวินัยในตนเอง แต่งกายเหมาะสมกับสถานภาพนิสิต มีความรับผิดชอบในการเข้าเรียนและการส่งงานตรงเวลา

(๒) ฝึกฝนภาวะความเป็นผู้นำ ผู้ตาม รวมถึงการเคารพสิทธิ และการรับฟังความคิดเห็นผู้อื่นในการปฏิบัติงานเป็นทีมและการทำงานวิจัย

(๓) การสอดแทรกความรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม ในการเรียนการสอน ทั้งในด้านการดำรงชีวิตอยู่ในสังคม และในการวิจัย

    ๒.๑.๓ กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม

มีการประเมินผลการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม ทั้งระหว่างกำลังศึกษา และภายหลังสำเร็จการศึกษา ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม การใช้แบบสอบถาม แบบประเมิน และแบบวัดผล โดยประเมินจากหลายๆ ด้าน ดังนี้

(๑) ประเมินจากการมีวินัยในการเรียน การตรงเวลา การทำงานเสร็จและส่งงานตามกำหนด

(๒) ประเมินจากความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานเป็นทีม การทำงานวิจัย และการเข้าร่วมกิจกรรมในการใช้องค์ความรู้ทางการศึกษาทำประโยชน์ต่อสังคม

(๓) ประเมินจากความซื่อสัตย์ และจรรยาบรรณในการสอบ

(๔) ผู้เรียนประเมินตนเองและประเมินโดยเพื่อนและอาจารย์ โดยใช้แบบประเมินและแบบวัดผล

(๕) ภายหลังสำเร็จการศึกษา ให้ดุษฎีบัณฑิตประเมินตนเอง ประเมินจากผู้ใช้บัณฑิต และประเมินจากผู้ปกครองของดุษฎีบัณฑิต โดยใช้แบบสอบถาม

๒.๒ ด้านความรู้ (Knowledge)

      ๒.๒.๑ ผลการเรียนรู้ด้านความรู้

นิสิตมีความรู้และเชี่ยวชาญทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติมีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง  สามารถคิดและวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีความในการวิจัยสร้างนวัตกรรมใหม่ที่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมได้ และมีศักยภาพในการผลิตงานวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อการพัฒนาประเทศ  โดยมีคุณสมบัติสรุปโดยสังเขปดังต่อไปนี้

(๑) มีความรู้ความเชี่ยวชาญในกระบวนการคิด วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ และสังเคราะห์

(๒) มีความใฝ่รู้ ใฝ่คิดสร้างสรรค์ในงานวิชาการด้านปรัชญา และสามารถบูรณาการองค์ความรู้ในปรัชญากับศาสตร์สมัยใหม่ได้

(๓) สามารถพัฒนาสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่จากงานวิจัย เพื่อตอบสนองความต้องการทางสังคมในด้านวิชาการด้านปรัชญา

(๔) มีโลกทรรศน์กว้างไกลและรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงทางสังคม

 

      ๒.๒.๒ กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านความรู้

เพื่อให้เกิดผลการเรียนรู้ด้านความรู้ หลักสูตรจึงใช้กลยุทธ์ในการสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนดังนี้

(๑) การจัดการเรียนรู้ให้นิสิตเป็นผู้มีทักษะการวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ และสังเคราะห์ เช่น ให้มีการนำเสนองาน การร่วมแสดงความคิดเห็น การตอบคำถาม เพื่อสนับสนุนให้นิสิตคิดเป็นและมีนิสัยใฝ่รู้

(๒) การจัดการเรียนรู้ให้นิสิตมีอิสระในการแสวงหาความรู้โดยไม่ยึดติดกับการรับข้อมูลจากผู้สอนเพียงฝ่ายเดียว

(๓) การจัดการเรียนรู้ให้นิสิตสร้างสรรค์แนวคิดผ่านงานวิจัย โดยศึกษาโจทย์ทางสังคม  ทั้งในรายวิชาที่เกี่ยวข้องและวิทยานิพนธ์

(๔) การจัดการเรียนรู้ให้นิสิตใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเพื่อรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก

      ๒.๒.๓ กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านความรู้

ประเมินจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการปฏิบัติของนิสิต ให้ครอบคลุมในทุกด้าน ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

(๑) การทดสอบย่อย

(๒) การสอบกลางภาคและปลายภาค

(๓) การวัดผลสำเร็จของการปฏิบัติงานเป็นทีม

(๔) การนำเสนอผลงาน

(๕) การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้สัมพันธ์กับศาสตร์สมัยใหม่

(๖) การสอบประมวลความรู้

(๗) การสอบวัดคุณสมบัติในรายวิชาที่หลักสูตรกำหนด และสอบความรู้ภาษาที่หลักสูตรกำหนด

(๘) การสอบวิทยานิพนธ์

          ๒.๓ ทักษะทางปัญญา (Cognitive Skills)

                ๒.๓.๑ ผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา

นิสิตมีวิจารณญาณในการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์ โดยใช้องค์ความรู้ทางวิชาชีพที่เรียนมาทั้งภาคทฤษฎี  ภาคปฏิบัติ และประสบการณ์จริง มาบูรณาการใช้ในการแก้ไขปัญหา การเรียนรู้ การประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิต เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ และเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและสังคม โดยมีคุณสมบัติสรุปโดยสังเขปดังต่อไปนี้

(๑) สามารถใช้ความรู้ทางทฤษฎีและปฏิบัติในการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อการพัฒนาและสร้างสรรค์งานวิจัยทางด้านปรัชญาอย่างเหมาะสม

(๒) สามารถสืบค้นข้อมูลผลงานวิจัย สิ่งตีพิมพ์ทางวิชาการ จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย สังเคราะห์ และนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาความคิดใหม่ๆ โดยการบูรณาการแนวคิดต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอกสาขาวิชาที่ศึกษาในขั้นสูง

(๓) สามารถประยุกต์ใช้ผลงานวิจัยและองค์ความรู้ทางด้านปรัชญาในการสร้างสรรค์งานวิชาการให้ดีมีคุณภาพและลึกซึ้งมากขึ้น

(๔) สามารถใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจดำเนินการหรือแก้ไขปัญหาได้ภายใต้สถานการณ์ที่เร่งด่วนและมีความเสี่ยง

(๕) สามารถออกแบบและดำเนินการโครงการวิจัยค้นคว้าทางวิชาการที่สำคัญ ในเรื่องที่ซับซ้อนที่เกี่ยวกับการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ และสามารถผลิตผลงานทางวิชาการและงานวิจัย ในระดับชาติ และนานาชาติ

(๖) สามารถทำกิจกรรมศาสนสัมพันธ์ในระดับชาติและนานาชาติ

(๗) สามารถตีความและทำความเข้าใจความรู้ทางด้านปรัชญาและศาสนา

           ๒.๓.๒ กลยุทธ์การสอนที่ใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา

เพื่อให้เกิดผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา หลักสูตรจึงใช้กลยุทธ์ในการสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนดังนี้

(๑) เน้นการฝึกทักษะด้านการคิดและการสร้างสรรค์งานวิชาการ

(๒) เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเอง และการปฏิบัติงานวิจัยอย่างจริงจัง

(๓) เน้นการเรียนรู้ที่สามารถประยุกต์ใช้กับการวิจัยค้นคว้าในสถานการณ์จริง โดยใช้ปัญหาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้

(๔) เน้นการอภิปรายกลุ่ม

 

          ๒.๓.๓  กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา

ประเมินทักษะทางปัญญาด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

(๑) วัดผลจากการแสดงออกทางการกระบวนการคิดและการแก้ไขปัญหา

(๒) วัดผลจากการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย

(๓) วัดผลจากการนำเสนอผลงาน

(๔) วัดผลจากการอธิบาย การถามและตอบคำถาม

(๕) วัดผลจากการโต้ตอบสื่อสารกับผู้อื่น

                   (๖) วัดผลจากการอภิปรายกลุ่ม

          ๒.๔ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ (Interpersonal Skill and Responsibilies)

                ๒.๔.๑ ผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ

นิสิตมีปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์ สามารถในการปรับตัวเข้ากับกลุ่มคนต่างๆ ได้ มีความเคารพและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคลและสังคม มีความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ เรียนรู้และพัฒนาตนเอง และสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยมีคุณสมบัติสรุปโดยสังเขปดังต่อไปนี้

(๑) มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบในการดำเนินงานของตนเอง ทั้งต่อหน้าที่ องค์กร และสังคม

(๒) มีความสามารถตัดสินใจในการดำเนินงานด้วยตนเอง ประเมินตนเอง รวมทั้งวางแผนปรับปรุงตนเองและองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(๓) มีความรับผิดชอบในการพัฒนาความรู้ของตนเอง องค์กร และสังคม และมีความสามารถสูงในการแสดงความเห็นทางวิชาการ สามารถใช้ความรู้ในศาสตร์มาชี้นำองค์กร แก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนสูงมากด้วยตนเอง และเปลี่ยนแปลงสังคมในประเด็นที่เหมาะสม

(๔) มีความสามารถทำงานเป็นทีม เคารพสิทธิ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และมีปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์กับผู้ร่วมงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

(๕) มีภาวะการเป็นผู้นำที่โดดเด่นในองค์กร บริหารการทำงานเป็นทีม และภาวะการเป็นผู้ตามในทีมได้อย่างเหมาะสมตามโอกาสและสถานการณ์ เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการทำงานของกลุ่ม และสามารถแก้ไขข้อขัดแย้งตามลำดับความสำคัญ

                ๒.๔.๒ กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และ ความรับผิดชอบ

เพื่อให้เกิดผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และความรับผิดชอบหลักสูตรจึงใช้กลยุทธ์ในการสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนดังนี้

(๑) การจัดกิจกรรมในรายวิชาที่เน้นการเรียนการสอนที่มีการปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เรียนและผู้สอน

(๒) จัดให้มีกิจกรรมฝึกฝนภาวะความเป็นผู้นำ ผู้ตาม การแสดงออกถึงภาวะความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ร่วมงาน และการรับฟังความคิดเห็นผู้อื่นในการปฏิบัติงานเป็นทีมและการทำงานวิจัย

(๓) จัดให้มีกิจกรรมฝึกฝนการทำกิจกรรมเพื่อสังคม

(๔) จัดให้มีกิจกรรมฝึกฝนการวางตัวที่เหมาะสมต่อกาลเทศะ

(๕) จัดให้มีกิจกรรมฝึกฝนการประสานงานกับผู้อื่นทั้งภายในและภายนอกสถาบันการศึกษา

          ๒.๔.๓  กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และ ความรับผิดชอบ

ประเมินทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

(๑) สังเกตจากพฤติกรรมและการแสดงออกของนิสิตในหลายๆ ด้าน ระหว่างกิจกรรมการเรียนการสอน เช่น พฤติกรรมความสนใจ ตั้งใจเรียนรู้ และพัฒนาตนเอง

(๒) สังเกตจากพฤติกรรมการแสดงบทบาทภาวะผู้นำและผู้ตามที่ดี ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

(๓) สังเกตจากพฤติกรรมความรับผิดชอบในการเรียนและงานที่ได้รับมอบหมาย การนำเสนอผลงาน การทำงานวิจัย และการร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม

          ๒.๕ ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (Numerical Analysis, Communication and Information Technology Skills)

               ๒.๕.๑ ผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ   

นิสิตสามารถประยุกต์ใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สถิติและคณิตศาสตร์ ในการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลหรือสถานการณ์ต่าง ๆ ในการเรียนการสอน การปฏิบัติงาน และการทำงานวิจัยได้ สามารถเรียนรู้ศาสตร์ทางด้านวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี และรู้จักนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม โดยมีคุณสมบัติสรุปโดยสังเขปดังต่อไปนี้

(๑) สามารถคัดกรองข้อมูลและใช้หลักตรรกะทางคณิตศาสตร์และสถิติ ในการศึกษาค้นคว้าปัญหา เชื่อมโยงประเด็นปัญหาที่สำคัญและซับซ้อน และเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ  โดยเฉพาะทางด้านปรัชญาในเชิงลึกได้เป็นอย่างดี

(๒) สามารถสื่อสารโดยใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งการพูด การอ่าน การฟัง การเขียน และการนำเสนอ และสื่อสารกับกลุ่มบุคคลต่างๆ ทั้งในวงการวิชาการและวิชาชีพ รวมถึงชุมชนทั่วไปได้อย่างเหมาะสม

(๓) สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอรายงานการวิจัย วิทยานิพนธ์ หรือโครงการค้นคว้าที่สำคัญ ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ รวมถึงการตีพิมพ์ผ่านสื่อทางวิชาการและวิชาชีพได้อย่างเหมาะสม

(๔) สามารถบริหารจัดการข้อมูลที่ได้จากการศึกษาและวิจัย

          ๒.๕.๒ กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

เพื่อให้เกิดผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หลักสูตรจึงใช้กลยุทธ์ในการสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนดังนี้

(๑) จัดการเรียนรายวิชาสัมมนาให้นิสิตได้ฝึกทักษะทั้งด้านการวิเคราะห์ การวิจารณ์ การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการค้นคว้าและนำเสนองานทั้งเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

(๒) จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนทักษะการสื่อสาร และการนำเสนอโดยใช้เทคโนโลยีทั้งด้วยตนเองและร่วมกับผู้อื่น การอภิปราย

(๓) จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นการวิเคราะห์ปัญหาทางปรัชญาและการทำงานวิจัย

(๔) จัดกิจกรรมเพื่อให้เกิดทักษะในการบริหารจัดการข้อมูลที่ได้จากการศึกษาและวิจัย

          ๒.๕.๓ กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

ประเมินทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

(๑) การทดสอบความรู้และเทคนิคการวิเคราะห์และวิจารณ์ทฤษฎีหรือแนวคิดใหม่ ๆ

(๒) การทำงานวิจัย ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนการเขียนรายงาน และการนำเสนอผลงาน


แผนที่แสดงการกระจายความรับผิดชอบมาตรฐานผลการเรียนรู้จากหลักสูตรสู่รายวิชา (Curriculum mapping)

˜ ความรับผิดชอบหลัก  ™ ความรับผิดชอบรอง

 

รายวิชา ๑.ด้านคุณธรรมจริยธรรม ๒.ด้านความรู้ ๓. ด้านทักษะทางปัญญา ๔. ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ ๕. ด้านทักษะการวิเคราะห์การสื่อสาร เทคโนโลยีสารสนเทศ
สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก ™ ™ ™ ™  ˜  ˜ ™ ™  ˜ ˜ ™ ™  ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ˜ ™ ™  ˜ ™ ˜
พระพุทธศาสนากับศาสตร์แห่งการตีความ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™  ˜ ™ ˜
ระเบียบวิธีวิจัยชั้นสูงทางปรัชญา ˜ ˜ ™ ˜  ˜ ™  ˜  ™  ˜ ˜ ™ ™  ˜ ˜ ™ ™  ˜ ™ ™ ™ ™  ˜ ˜  ™  ˜  ˜ ™ ™
งานวิชาการภาษาอังกฤษ เพื่อการวิจัยเชิงปรัชญา ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™  ™  ˜  ™ ˜
งานนิพนธ์ภาษาบาลีและสันสกฤตเพื่อการวิจัย ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™  ™  ˜  ™ ˜
วิปัสสนากรรมฐาน ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™  ™  ˜  ™ ˜
การวิเคราะห์เชิงปรัชญา ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™  ™  ˜  ™ ˜
สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก ™ ™ ™ ™  ˜  ˜ ™ ™  ˜ ˜ ™ ™  ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ˜ ™ ™  ˜   ˜
สัมมนาปัญหาปรัชญาศาสนา ™ ™ ™ ™  ˜  ˜ ™ ™  ˜ ˜ ™ ™  ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ˜  ™  ™  ˜   ˜
สัมมนาปรัชญาปรากฏการณ์วิทยาและอัตถิภาวนิยม ˜ ˜  ˜ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™  ™  ˜  ™ ˜
สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันตก ™ ™ ™ ™  ˜  ˜ ™ ™  ˜ ˜ ™ ™  ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ˜  ™  ™  ˜  ™ ˜
สัมมนาปัญหาปรัชญาวิทยาศาสตร์ ™ ™ ™ ™  ˜  ˜ ™ ™  ˜ ˜ ™ ™  ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ˜ ™ ™  ˜ ™ ˜
ปรัชญายุคหลังสมัยใหม่ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™  ™  ˜  ™ ˜
การใช้เหตุผลทางปรัชญา ๒ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™  ™  ˜  ™ ˜
อภิปรัชญาวิเคราะห์ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™  ™  ˜  ™ ˜
ญาณวิทยาวิเคราะห์ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™  ™  ˜  ™ ˜
จริยศาสตร์วิเคราะห์ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™  ™  ˜  ™ ˜
ปรัชญาภาษา ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ™  ™  ˜  ™ ˜
สัมมนาปรัชญาจีน ™ ™ ™ ™  ˜  ˜ ™ ™  ˜ ˜ ™ ™  ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ˜ ™ ™  ˜ ™ ˜
สัมมนาปรัชญาอินเดีย ™ ™ ™ ™  ˜  ˜ ™ ™  ˜ ˜ ™ ™  ˜ ˜ ™ ™ ™ ™ ˜ ˜ ™ ™ ˜ ™ ™  ˜  ™ ˜
วิทยานิพนธ์ ˜ ˜  ˜ ™  ˜  ˜ ™ ™  ˜ ˜ ˜ ™  ˜ ˜ ™  ™  ˜  ™ ˜ ˜ ™  ˜ ˜  ™  ˜  ˜ ˜ ˜

 


หมวดที่ ๕

หลักเกณฑ์ในการประเมินผลนิสิต

๑. กฎระเบียบหรือหลักเกณฑ์ในการให้ระดับคะแนน (เกรด)

เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๙

๒. กระบวนการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ของนิสิต

การกำหนดระบบและกลไกการทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้ เกิดขึ้นเพื่อแสดงหลักฐานยืนยันหรือสนับสนุนว่านิสิตและดุษฎีบัณฑิตทุกคนมีมาตรฐานผลการเรียนรู้ทุกด้านเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาเอก สาขาวิชาปรัชญาเป็นอย่างน้อย

.. การทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้ขณะนิสิตยังไม่สำเร็จการศึกษา

การทวนสอบในทุกรายวิชา ทั้งทางทฤษฎี การปฏิบัติการวิจัย การสัมมนา การทำวิทยานิพนธ์  จะต้องสอดคล้องกับกลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ โดยให้เป็นความรับผิดชอบของอาจารย์ผู้สอนในการออกข้อสอบหรือกำหนดกลไกและกระบวนการสอบ  และมีการประเมินแผนการสอนสัมพันธ์กับการประเมินข้อสอบ การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอนจากผลการสอบ โดยคณะกรรมการประจำหลักสูตร และ/หรือ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากภายในและภายนอกสถาบัน รวมถึงการประเมินอาจารย์ และการประเมินผลการเรียนการสอนโดยนิสิตเอง ส่วนการทวนสอบในระดับหลักสูตร ให้มีระบบประกันคุณภาพภายในของสาขาวิชาปรัชญาเอง ระบบประกันคุณภาพภายในระดับคณะ และระบบประกันคุณภาพภายในระดับสถาบัน เพื่อดำเนินการทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้และรายงานผล

 ๒.. การทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้หลังจากนิสิตสำเร็จการศึกษา

การทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้หลังจากนิสิตสำเร็จการศึกษา เน้นการทำวิจัยสัมฤทธิผลของการประกอบอาชีพหรือการศึกษาต่อของดุษฎีบัณฑิต โดยทำการวิจัยอย่างต่อเนื่อง แล้วนำผลที่ได้มาเป็นข้อมูลในการประเมินคุณภาพของหลักสูตร การพัฒนาหรือปรับปรุงหลักสูตร และกระบวนการเรียนการสอน โดยมีหัวข้อการทวนสอบมาตรฐานผลการเรียนรู้ ดังต่อไปนี้

๒.๒.๑ สภาวะการได้งานทำหรือศึกษาต่อของดุษฎีบัณฑิต  ประเมินจากการได้งานทำหรือศึกษาต่อตรงตามสาขาหรือในสาขาที่เกี่ยวข้อง และระยะเวลาในการหางาน โดยทำการประเมินจากดุษฎีบัณฑิตแต่ละรุ่นที่สำเร็จการศึกษา

๒.๒.๒ ตำแหน่งงานและความก้าวหน้าในสายงานของดุษฎีบัณฑิต

๒.๒.๓ ความพึงพอใจของดุษฎีบัณฑิต ต่อความรู้ความสามารถที่ได้เรียนรู้จากหลักสูตร ที่ใช้ในการประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อ พร้อมกับเปิดโอกาสให้มีการเสนอข้อคิดเห็นในการปรับปรุงหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

๒.๒.๔ ความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตหรือนายจ้าง พร้อมกับเปิดโอกาสให้มีข้อเสนอแนะต่อสิ่งที่คาดหวังหรือต้องการจากหลักสูตรในการนำไปใช้ในการปฏิบัติงานในสถานประกอบการ

๒.๒.๕ ความพึงพอใจของสถาบันการศึกษาอื่น ซึ่งรับบัณฑิตที่สำเร็จจากหลักสูตรเข้าศึกษาต่อเพื่อปริญญาที่สูงขึ้น โดยประเมินทางด้านความรู้ ความพร้อม และคุณสมบัติอื่นๆ

๒.๒.๖ ความเห็นและข้อเสนอแนะจากอาจารย์พิเศษและผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของดุษฎีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา กระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ องค์ความรู้ และการปรับปรุงหลักสูตร ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางการศึกษา และสังคมในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

๒.๒.๗ ผลงานของนิสิตและวิทยานิพนธ์ที่สามารถวัดเป็นรูปธรรมได้ เช่น

(๑) จำนวนผลงานวิจัยที่เผยแพร่

(๒) จำนวนสิทธิบัตร

(๓) จำนวนกิจกรรมเพื่อสังคมและประเทศชาติ

(๔) จำนวนกิจกรรมอาสาสมัครในองค์กรที่ทำประโยชน์เพื่อสังคม

๓. เกณฑ์การสำเร็จการศึกษาของหลักสูตร

การประเมินการสำเร็จการศึกษา เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ (หมวด ๖ การสำเร็จการศึกษา)

 

หมวดที่ ๖

การพัฒนาคณาจารย์และบุคลากร

๑. การเตรียมการสำหรับอาจารย์ใหม่

มีการปฐมนิเทศแนะแนวอาจารย์ใหม่ ให้มีความรู้และเข้าใจนโยบายของสถาบันอุดมศึกษา คณะและหลักสูตรที่สอน โดยสาระประกอบด้วย

๑.๑ บทบาทหน้าที่ของอาจารย์ในพันธกิจของสถาบัน

๑.๒ สิทธิผลประโยชน์ของอาจารย์ และกฎระเบียบต่างๆ

๑.๓ หลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และกิจกรรมต่างๆ ของสาขาวิชาปรัชญา และมีอาจารย์อาวุโสเป็นอาจารย์พี่เลี้ยง โดยมีหน้าที่ให้คำแนะนำและการปรึกษาเพื่อเรียนรู้และปรับตัวเองเข้าสู่การเป็นอาจารย์ในสาขาวิชาปรัชญา มีการนิเทศการสอนภาคทฤษฎีที่ต้องสอน และมีการประเมินและติดตามความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานของอาจารย์ใหม่

๒. การพัฒนาความรู้และทักษะให้แก่คณาจารย์

๒.๑ ส่งเสริมอาจารย์ให้มีการเพิ่มพูนความรู้ สร้างสมประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่รับผิดชอบ เพื่อส่งเสริมการสอนและการวิจัยอย่างต่อเนื่องทั้งอาจารย์เก่าและอาจารย์ใหม่ โดยการสนับด้านการศึกษาต่อ ฝึกอบรม ดูงานทางวิชาการและวิชาชีพในองค์กรต่างๆ การประชุมทางวิชาการทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ การลาเพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์

๒.๒ การเพิ่มพูนทักษะการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผลให้ทันสมัย

๒.๓ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมบริการวิชาการแก่ชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาความรู้และคุณธรรม

๒.๔ มีการกระตุ้นอาจารย์พัฒนาผลงานทางวิชาการสายตรงในสาขาวิชาปรัชญา

๒.๕ ส่งเสริมการทำวิจัยสร้างองค์ความรู้ใหม่เป็นหลักและเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและมีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพ

 

หมวดที่ ๗

การประกันคุณภาพหลักสูตร

๑. การบริหารหลักสูตร

  •   จัดให้มีคณะกรรมการผู้รับผิดชอบหลักสูตร (คณะกรรมการจัดทำรายวิชา) แต่ละรายวิชาที่เปิดสอนในหลักสูตร  พร้อมทั้งมีกระบวนการจัดการเรียนการสอนโดยดำเนินการตามรายละเอียดต่อไปนี้

๑.๑ มีการจัดทำรายละเอียดของรายวิชา (มคอ.๓)

๑.๒ รูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย

๑.๓ มีอาจารย์ประจำหลักสูตรทั้งอาจารย์ประจำ อาจารย์พิเศษ (ผู้ทรงคุณวุฒิ) อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ มีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘ (ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา) และข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑

๑.๔ มีการพัฒนาทักษะการสอนและการให้คำปรึกษาวิทยานิพนธ์ของอาจารย์

๑.๕ มีการประเมินและวิเคราะห์ข้อสอบให้ได้มาตรฐาน

๑.๖ มีระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับรายวิชาในหลักสูตร

๑.๗ มีการประกันคุณภาพวิทยานิพนธ์

โดยให้ดำเนินการตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ในหัวข้อหลัก ดังนี้

  • ๑.๗.๑. การทำวิทยานิพนธ์
  • ๑.๗.๒. การสอบวัดคุณสมบัติ มีสอบวัดคุณสมบัติภาษา ๒ ภาษา สอบวัดคุณสมบัติ ๓ รายวิชา(สำหรับแบบ ๒.๑)
  • ๑.๗.๓. การสอบวิทยานิพนธ์
เป้าหมาย การดำเนินการ การประเมินผล
๑. พัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยโดยอาจารย์และนิสิตสามารถก้าวทันหรือเป็นผู้นำในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ท า ง ด้าน ปรัชญา

๒. กระตุ้นให้นิสิตเกิดความใฝ่รู้ มีแนวทางการเรียนที่สร้างทั้งความรู้ความสามารถในวิชาการวิชาชีพที่ทันสมัย

๓. ตรวจสอบและปรับปรุงหลักสูตรให้มีคุณภาพและตรงตามมาตรฐาน

๔. มีการประเมินมาตรฐานของหลักสูตรอย่างสม่ำเสมอ

๑. จัดหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพด้านปรัชญาในระดับสากลหรือระดับชาติ

๒. ปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยโดยมีการพิจารณาปรับปรุงหลักสูตรทุกๆ ๕ ปี

๓. จัดแนวทางการเรียนในวิชาเรียนให้มีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติการวิจัย และมีแนวทางการเรียนหรือกิจกรรมประจำวิชาให้นิสิตได้ศึกษาความรู้ที่ทันสมัยด้วยตนเอง

๔. จัดให้มีผู้สนับสนุนการเรียนรู้ และผู้ช่วยสอน เพื่อกระตุ้นให้นิสิตเกิดความใฝ่รู้

๕. กำหนดให้อาจารย์ที่สอนมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาเอกหรือเป็นผู้มีประสบการณ์ในการสอนในระดับปริญญาเอกหลายปี  มีอัตราจำนวนคณาจารย์ประจำไม่น้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานและมีตำแหน่งทางวิชาการตามเกณฑ์

๖. สนับสนุนให้อาจารย์ผู้สอนเป็นผู้นำในทางวิชาการ และ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางวิชาชีพด้านปรัชญา หรือในด้านที่เกี่ยวข้อง

๗. ส่งเสริมให้อาจารย์ประจำหลักสูตรไปดูงานในหลักสูตรหรือวิชาการที่เกี่ยวข้อง ทั้งในและต่างประเทศ

๘. มีการประเมินหลักสูตรโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายในทุกปี และภายนอกอย่างน้อยทุก ๔ ปี

๙. จัดทำฐานข้อมูลทางด้านนิสิต อาจารย์ อุปกรณ์ เครื่องมือวิจัย งบประมาณ ความร่วมมือกับต่างประเทศ ผลงานทางวิชาการทุกภาคการศึกษาเพื่อเป็นข้อมูลในการประเมินของ

คณะกรรมการ

๑๐.ประเมินความพึงพอใจของหลักสูตรและการเรียนการสอน โดยดุษฎีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา

๑. หลักสูตรที่สามารถอ้างอิงกับมาตรฐานที่กำหนดโดยหน่วยงานวิชาชีพด้านปรัชญา มีความทันสมัยและมีการปรับปรุงสม่ำเสมอ

๒.จำนวนวิชาเรียนที่มีภาคปฏิบัติ และวิชาเรียนที่มีแนวทางให้นักศึกษาได้ศึกษาค้นคว้าความรู้ใหม่ได้ด้วยตนเอง

๓. จำนวนและรายชื่อคณาจารย์ประจำ ประวัติอาจารย์ด้านคุณ วุฒิประสบการณ์ และการพัฒนาอบรมของอาจารย์

๔.จำนวนบุคลากรผู้สนับสนุนการเรียนรู้ และบันทึกกิจกรรมในการสนับสนุนการเรียนรู้

๕. ผลการประเมินการเรียนการสอนอาจารย์ผู้สอน และการสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้สนับสนุนการเรียนรู้โดยนิสิต

๖.ประเมินผลโดยคณะกรรม การที่ประกอบด้วยอาจารย์ภายในบัณฑิตวิทยาลัยทุก ๒ ปี

๗.ประเมินผลโดยคณะกรรมการ

ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกทุก ๆ ๔ ปี

๘.ประเมินผลโดยดุษฎีบัณฑิตผู้      สำเร็จการศึกษาทุก ๆ ๒ ปี

 

 

๒. การบริหารทรัพยากรการเรียนการสอน 

.. การบริหารงบประมาณ

บัณฑิตวิทยาลัยจัดสรรงบประมาณประจำปี ทั้งงบประมาณแผ่นดินและเงินรายได้เพื่อจัดซื้อตำรา สื่อการเรียนการสอน โสตทัศนูปกรณ์ และ วัสดุครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์อย่างเพียงพอเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนในชั้นเรียนและสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ด้วยตนเองของนิสิต 

.. ทรัพยากรการเรียนการสอนที่มีอยู่เดิม

บัณฑิตวิทยาลัยมีความพร้อมด้านหนังสือ ตำราเฉพาะทาง และมีอุปกรณ์ที่ใช้สนับสนุนการจัดการเรียนการสอนอย่างพอเพียง ซึ่งมีเอกสารสิ่งพิมพ์และสื่อการศึกษาที่สัมพันธ์กับสาขาวิชาปรัชญาดังนี้

ในปีการศึกษา ๒๕๕๔   มีตำราภาษาไทย                        ๙๔,๓๐๑       เล่ม

ตำราภาษาอังกฤษ                        ๒,๗๙๐       เล่ม

วารสารภาษาไทยและอังกฤษ                ๙๑       ชื่อเรื่อง

ฐานข้อมูลออนไลน์               ๒,๐๐๐,๐๐๐        ชื่อเรื่อง

บัณฑิตวิทยาลัยมีสื่อการศึกษาในรูปแบบอื่นๆ เช่น VCD, DVD, CD-ROM, แผนที่, หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และบริการห้องสมุดผ่านระบบอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ (Journal-Link) และฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

บัณฑิตวิทยาลัยมีความพร้อมด้านหนังสือ ตำราวิชาการทางปรัชญา และการสืบค้นผ่านฐานข้อมูลโดยมีสำนักหอสมุดกลางที่มีหนังสือ ตำราด้านปรัชญาและด้านอื่น ๆ รวมถึงฐานข้อมูลที่จะให้สืบค้นเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนอย่างพอเพียง

.. การจัดหาทรัพยากรการเรียนการสอนเพิ่มเติม

มีการประสานงานกับห้องสมุดประจำบัณฑิตวิทยาลัยในการจัดซื้อหนังสือ และตำราที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริการให้อาจารย์และนิสิตได้ค้นคว้า และใช้ประกอบการเรียนการสอน ในการประสานการจัดซื้อหนังสือนั้น อาจารย์ผู้สอนแต่ละรายวิชา จะมีส่วนร่วมในการเสนอแนะรายชื่อหนังสือ ตลอดจนสื่ออื่นๆ ที่จำเป็น นอกจากนี้อาจารย์พิเศษที่เชิญมาสอนบางรายวิชาและบางหัวข้อ ก็มีส่วนในการเสนอแนะรายชื่อหนังสือ สำหรับให้หอสมุดกลางจัดซื้อหนังสือด้วย และในส่วนของบัณฑิตวิทยาลัยมีการสั่งซื้อหนังสือ ตำรา หรือวารสารเฉพาะทาง เพื่อให้บริการห้องสมุดย่อยทุกปีการศึกษา

.. การประเมินความเพียงพอของทรัพยากร

มีเจ้าหน้าที่ประจำห้องสมุดของบัณฑิตวิทยาลัย  ซึ่งจะประสานงานการจัดซื้อจัดหาหนังสือเพื่อเข้าห้องสมุดประจำบัณฑิตวิทยาลัยและทำหน้าที่ประเมินความพอเพียงของหนังสือ ตำรา นอกจากนี้มีเจ้าหน้าที่ ด้านโสตทัศน์อุปกรณ์ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกในการใช้สื่อของอาจารย์

๓. การบริหารคณาจารย์      

      ๓.๑ การรับอาจารย์ใหม่

มีการคัดเลือกอาจารย์ใหม่ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยโดยอาจารย์ใหม่จะต้องมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกในสาขาวิชาปรัชญา

. การมีส่วนร่วมของคณาจารย์ในการวางแผน การติดตามและทบทวนหลักสูตร

คณาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร และผู้สอน จะต้องประชุมร่วมกันในการวางแผนจัดการเรียนการสอน ประเมินผล และให้ความเห็นชอบการประเมินผลทุกรายวิชา เก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อเตรียมไว้สำหรับการปรับปรุงหลักสูตร ตลอดจนปรึกษาหารือแนวทางที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายตามหลักสูตร และได้ดุษฎีบัณฑิตเป็นไปตามคุณลักษณะดุษฎีบัณฑิตที่พึงประสงค์

. การแต่งตั้งคณาจารย์พิเศษ

สำหรับอาจารย์พิเศษถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติมาให้กับนิสิต ดังนั้นทางสาขาวิชาปรัชญา จึงกำหนดนโยบายว่าจะต้องมีการเชิญอาจารย์พิเศษหรือวิทยากรมาบรรยาย โดยที่อาจารย์พิเศษหรือวิทยากรจะต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ตรง หรือมีวุฒิการศึกษาอย่างต่ำเป็นปริญญาเอก หรือรองศาสตราจารย์ หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง

๔. การบริหารบุคลากรสนับสนุนการเรียนการสอน

. การกำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

บุคลากรสายสนับสนุนควรมีวุฒิปริญญาโทที่เกี่ยวข้องกับภาระงานที่รับผิดชอบ และมีความรู้ด้านวิชาการปรัชญาที่ใช้การได้

. การเพิ่มทักษะความรู้เพื่อการปฏิบัติงาน

บุคลากรต้องเข้าใจโครงสร้างและธรรมชาติของหลักสูตร และจะต้องสามารถบริการให้อาจารย์สามารถใช้สื่อการสอนได้อย่างสะดวก

๕. การสนับสนุนและให้คำแนะนำแก่นิสิต

.. การให้คำปรึกษาด้านวิชาการและอื่น แก่นิสิต

คณะมีการแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาทางวิชาการให้แก่นิสิตทุกคน โดยนิสิตที่มีปัญหาในการเรียนสามารถปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาทางวิชาการได้ โดยอาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัยทุกคนจะต้องทำหน้าที่อาจารย์ที่ปรึกษาทางวิชาการให้แก่นิสิต และทุกคนต้องกำหนดชั่วโมงให้คำปรึกษา  (Office hours) เพื่อให้นิสิตเข้าปรึกษาได้ นอกจากนี้ยังมีระบบอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ซึ่งจะคอยชี้แนะกระบวนการในการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ และการวิจัย และมีระบบให้ข้อมูลย้อนกลับจากผลการศึกษาและการประเมินด้านต่างๆ เพื่อให้นิสิตได้มีการพัฒนาตนเอง

.. การอุทธรณ์ของนิสิต

บัณฑิตวิทยาลัยจะดำเนินการเพื่อให้นิสิตสามารถยื่นอุทธรณ์ ในกรณีที่นิสิตมีความสงสัยเกี่ยวกับผลการประเมินในรายวิชาใดสามารถที่จะยื่นคำร้องขอดูกระดาษคำตอบในการสอบ ตลอดจนดูคะแนน และวิธีการประเมินของอาจารย์ในแต่ละรายวิชาได้ ซึ่งจะต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยก่อนประกาศใช้ 

๖. ความต้องการของตลาดแรงงาน สังคม และ/หรือ ความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิต

๖.๑ มีการศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของตลาด สังคม เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการเปิดและการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่องทุกๆ ๕ ปี

  • ๖.๒ มีการศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตและนายจ้าง (ทุกๆ ปีการศึกษา)

๖.๓ มีการติดตามการพัฒนาอาชีพและความก้าวหน้าในการทำงานของดุษฎีบัณฑิต เพื่อให้ได้ข้อมูลย้อนกลับมาพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร

๗. ตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินการบรรลุตามเป้าหมายตัวบ่งชี้ทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง ๒ ปี การศึกษาเพื่อติดตามการดำเนินการตาม TQF  ต่อไป ทั้งนี้เกณฑ์การประเมินผ่าน คือ มีการดำเนินงานตามข้อ ๑-๕ และอย่างน้อยร้อยละ ๘๐ ของตัวชี้ผลการดำเนินงานที่ระบุไว้ในแต่ละปี

 

ดัชนีบ่งชี้ผลการดำเนินงาน ปีที่ ๑ ปีที่ ๒ ปีที่ ๓ ปีที่ ๔
๑. อาจารย์ประจำหลักสูตรอย่างน้อยร้อยละ ๘๐ มีส่วนร่วมในการประชุมเพื่อวางแผน ติดตาม และทบทวนการดำเนินงานหลักสูตร X X X x
๒. มีรายละเอียดของหลักสูตร ตามแบบ มคอ.๒ ที่สอดคล้องกับมาตรฐานคุณวุฒิสาขาวิชา/สาขาวิชา X X X x
๓. มีรายละเอียดของรายวิชา และประสบการณ์ภาคสนาม (ถ้ามี) ตามแบบ มคอ.๓ และ มคอ.๔ อย่างน้อยก่อนการเปิดสอนในแต่ละภาคการศึกษาให้ครบทุกรายวิชา X X X x
๔. จัดทำรายงานผลการดำเนินการของรายวิชา และประสบการณ์ภาคสนาม (ถ้ามี) ตามแบบ มคอ.๕ &๖ ภายใน ๓๐วัน หลังสิ้นสุดภาคการศึกษาที่เปิดสอนให้ครบทุกรายวิชา X X X x
๕. จัดทำรายงานผลการดำเนินการของหลักสูตร ตามแบบ มคอ.๗ ภายใน ๖๐วัน หลังสิ้นสุดปีการศึกษา X X X x
๖. มีการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ของนิสิตตามมาตรฐานผลการเรียนรู้ ที่กำหนดในมคอ.๓ และมคอ.๔ (ถ้ามี) อย่างน้อยร้อยละ ๒๕ ของรายวิชาที่เปิดสอนในแต่ละปีการศึกษา X X X  
๗. มีการพัฒนา/ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน กลยุทธ์การสอน หรือ การประเมินผลการเรียนรู้ จากผลการประเมินการดำเนินงานที่รายงานใน มคอ.๗ ปีที่แล้ว   X X  
๘. อาจารย์ใหม่ (ถ้ามี) ทุกคน ได้รับการปฐมนิเทศหรือคำแนะนำด้านการจัดการเรียนการสอน X X X x
๙. อาจารย์ประจำทุกคนได้รับการพัฒนาทางวิชาการ และ/หรือวิชาชีพ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง X X X x
๑๐. จำนวนบุคลากรสนับสนุนการเรียนการสอน (ถ้ามี) ได้รับการพัฒนาวิชาการ และ/หรือวิชาชีพ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ต่อปี X X X x
๑๑. ระดับความพึงพอใจของนิสิตปีสุดท้าย/ดุษฎีบัณฑิตใหม่ที่มีต่อคุณภาพหลักสูตร เฉลี่ยไม่น้อยกว่า ๓.๕ จากคะแนน ๕.๐     X x
๑๒. ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้ดุษฎีบัณฑิตที่มีต่อบัณฑิตใหม่ เฉลี่ยไม่น้อยกว่า ๓.๕ จากคะแนนเต็ม ๕.๐     X x

 

หมวดที่ ๘

การประเมินและปรับปรุงการดำเนินการของหลักสูตร

๑. การประเมินประสิทธิผลของการสอน

.. การประเมินกลยุทธ์การสอน

กระบวนการที่จะใช้ในการประเมินและปรับปรุงยุทธศาสตร์ที่วางแผนไว้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนนั้น พิจารณาจากตัวนิสิต โดยอาจารย์ผู้สอนจะต้องประเมินผู้เรียนในทุกๆ หัวข้อ ว่ามีความเข้าใจหรือไม่ โดยอาจประเมินจากการทดสอบย่อย การสังเกตพฤติกรรมของนิสิต การอภิปรายโต้ตอบจากนิสิต การตอบคำถามของนิสิตในชั้นเรียน ซึ่งเมื่อรวบรวมข้อมูลจากที่กล่าวข้างต้นแล้ว ก็ควรจะสามารถประเมินเบื้องต้นได้ว่า ผู้เรียนมีความเข้าใจหรือไม่ หากวิธีการที่ใช้ไม่สามารถทำให้นิสิตเข้าใจได้ ก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีสอน การทดสอบกลางภาคเรียนและปลายภาคเรียน จะสามารถชี้ได้ว่านิสิตมีความเข้าใจหรือไม่ในเนื้อหาที่ได้สอนไป หากพบว่ามีปัญหาก็จะต้องมีการดำเนินการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนในโอกาสต่อไป

­     ๑.. การประเมินทักษะของอาจารย์ในการใช้แผนกลยุทธ์การสอน

ให้นิสิตได้มีการประเมินผลการสอนของอาจารย์ในทุกด้าน ทั้งด้านทักษะกลยุทธ์การสอน การตรงต่อเวลา การชี้แจงเป้าหมาย วัตถุประสงค์รายวิชา ชี้แจงเกณฑ์การประเมินผลรายวิชา และการใช้สื่อการสอนในทุกรายวิชา

๒.  การประเมินหลักสูตรในภาพรวม

. ประเมินจากนิสิตและศิษย์เก่า

ดำเนินการประเมินจากนิสิต โดยติดตามจากผลการทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งอาจารย์สามารถประเมินผลการทำงานได้ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการจนถึงขั้นตอนการนำเสนอเป็นรายบุคคล และสำหรับศิษย์เก่านั้นจะประเมินโดยใช้แบบสอบถามหรืออาจจะจัดประชุมศิษย์เก่าตามโอกาสที่เหมาะสม

. ประเมินจากนายจ้างหรือสถานประกอบการ

ดำเนินการโดยการสัมภาษณ์จากสถานประกอบการ หรือใช้วิธีการส่งแบบสอบถามไปยังผู้ใช้บัณฑิต

. ประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิหรือที่ปรึกษา

ดำเนินการโดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ความเห็นหรือจากข้อมูลในรายงานผลการดำเนินงานหลักสูตร หรือจากรายงานของการประเมินผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน

๓. การประเมินผลการดำเนินงานตามที่กำหนดในรายละเอียดหลักสูตร

ให้ประเมินตามตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงานที่ระบุไว้ในหมวด ๗ ข้อ ๗  โดยคณะกรรมการประเมินอย่างน้อย ๓ คน ซึ่งต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาเดียวกันอย่างน้อย ๑ คน (ควรเป็นคณะกรรมการประเมินชุดเดียวกับการประกันคุณภาพภายใน)

๔. การทบทวนผลการประเมินและวางแผนปรับปรุง

จากการรวบรวมข้อมูลการประเมินทั้งหมด จะทำให้ทราบปัญหาของการบริหารหลักสูตรทั้งในภาพรวม และในแต่ละรายวิชา กรณีที่พบปัญหาในรายวิชาก็สามารถที่จะดำเนินการปรับปรุงรายวิชานั้นๆ ได้ทันที ซึ่งก็จะเป็นการปรับปรุงย่อย ในการปรับปรุงย่อยนั้นควรทำให้ตลอดเวลาที่พบปัญหา สำหรับการปรับปรุงหลักสูตรทั้งฉบับนั้น จะกระทำทุก ๕ ปี ทั้งนี้เพื่อให้หลักสูตรมีความทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บัณฑิตอยู่เสมอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาคผนวก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาคผนวก ก

 

ตารางเปรียบเทียบรายวิชาในหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต

สาขาวิชาปรัชญา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รายละเอียดในการพัฒนา ปรับปรุง และตารางเปรียบเทียบรายวิชา

หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต  สาขาวิชาปรัชญา

 

การปรับปรุงแก้ไขหลักสูตรครั้งนี้  มีสาระสำคัญดังนี้

 

  • ปรับปรุงอาชีพที่ประกอบได้หลังสำเร็จการศึกษา

 

หลักสูตรเดิม

(พ.ศ. ๒๕๕๕)

หลักสูตรใหม่

(พ.ศ. ๒๕๖๐)

สรุปการเปลี่ยนแปลง
. อาชีพที่ประกอบได้หลังสำเร็จการศึกษา

๘.๑ อาจารย์มหาวิทยาลัย

๘.๒ นักวิชาการด้านการศึกษา

๘.๓ นักวิจัยทางปรัชญาและพุทธปรัชญา

๘.๔ ที่ปรึกษาทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน เช่น ราชบัณฑิต นักเจรจา เป็นต้น

๘.๕ ประกอบอาชีพอิสระ

๘.๖ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาปรัชญา

. อาชีพที่ประกอบได้หลังสำเร็จการศึกษา

๘.๑  ครู อาจารย์ในสถาบันการศึกษา นักวิชาการ

๘.๒  นักบริหาร นักพัฒนา นักวิเคราะห์และประเมินแผนและนโยบายขององค์กร

๘.๓  นักวิจัยทางด้านปรัชญา ศาสนา และวัฒนธรรม

๘.๔  นักเขียน นักเทศน์(พระ)

๘.๕  นักการเมือง นักวิพากษ์

๘.๖  นักฝึกอบรมคุณธรรมจริยธรรม วิทยากรด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศ

๘.๗  ที่ปรึกษาทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน เช่น ราชบัณฑิต นักเจรจา เป็นต้น

๘.๘  ประกอบอาชีพอิสระ เช่น นักวิจารณ์ภาพยนตร์ นักวิจารณ์สังคม ผู้นำองค์อิสระ เป็นต้น

๘.๙  อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาปรัชญาและศาสนา

ปรับให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐ พันธกิจของมหาวิทยาลัย และวัตถุประสงค์ของหลักสูตร

 

  • ปรับปรุงอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร
หลักสูตรเดิม  (พ.ศ. ๒๕๕๕) หลักสูตรใหม่ (พ.ศ. ๒๕๖๐) สรุปการเปลี่ยนแปลง
๑. พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร. ๑. พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร. ปรับให้สอดคล้องกับข้อบังคับของ สกอ. และวัตถุประสงค์ของหลักสูตร
๒. ผศ.ดร.สุวิน  ทองปั้น ๒. ผศ.ดร.จักรพรรณ  วงศ์พรพวัณ
๓. ผศ.ดร.จักรพรรณ  วงศ์พรพวัณ ๓. ผศ.ดร.จรัส  ลีกา

 

  • ปรับปรุงอาจารย์ประจำหลักสูตร

 

หลักสูตรเดิม  (พ.ศ. ๒๕๕๕) หลักสูตรใหม่ (พ.ศ. ๒๕๖๐) สรุปการเปลี่ยนแปลง  
๑) พระครูภาวนาโพธิคุณ

(พระสมชาย  กนฺตสีโล,ผศ.ดร.)

๑)  พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.***

(พระสมชาย  กนฺตสีโล,ผศ.ดร.)

ปรับให้สอดคล้องกับข้อบังคับของ สกอ. และวัตถุประสงค์ของหลักสูตร  
๒)  รศ.อุดม  บัวศรี

 

๒)  ผศ.ดร.จักรพรรณ  วงศ์พรพวัณ***
๓)  ผศ.ดร.จักรพรรณ  วงศ์พรพวัณ ๓)  ผศ.ดร.จรัส  ลีกา***

 

 
๔)  ผศ.ดร.จรัส  ลีกา

 

๔)  พระมหาบรรจง  สิริจนฺโท,ดร.  
๕) ผศ.ดร.สุวิน  ทองปั้น

 

๕)  พระโสภณพัฒนบัณฑิต,รศ.

 

 
   
 
 

*** อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร

 

  • ปรับปรุงสถานการณ์ภายนอกหรือการพัฒนาที่จำเป็นที่ต้องนำมาพิจารณาในการวางแผนหลักสูตร และผลกระทบ

 

หลักสูตรเดิม (พ.ศ. ๒๕๕๕) หลักสูตรใหม่ (พ.ศ. ๒๕๖๐) สรุปการเปลี่ยนแปลง
๑๑.๑ สถานการณ์หรือการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

สถานการณ์ของระบบเศรษฐกิจโลกในยุคโลกาภิวัตน์ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศไทย ที่ได้กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ฉบับที่ ๘  และต่อเนื่องมาจนฉบับที่ ๑๑  ในปัจจุบัน โดยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาจากวิกฤตเศรษฐกิจให้ลุล่วง และสร้างฐานเศรษฐกิจภายในประเทศให้เข้มแข็งและมีภูมิคุ้มกันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงจากภายนอก  ขณะเดียวกันมุ่งการพัฒนาที่สมดุลทั้งตัวคน สังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยังยืนและความอยู่ดีมีสุขของคนไทย แนวคิดการพัฒนาประเทศตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ แนวทางการดำรงอยู่และการปฏิบัติตนของประชาชนทุกระดับตั้งแต่ครอบครัว ระดับชุมชน  จนถึงระดับรัฐ  ทั้งในการพัฒนาและการบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทิศทางสายกลาง  โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์

สถานการณ์ดังกล่าวนี้ จึงต้องการนักพัฒนาที่มีความรู้ความสามารถ เข้าใจถึงแก่นแท้ของการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านวิชาการทางปรัชญา เพื่อมาทำหน้าที่ในการพัฒนาตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงตั้งแต่ระดับชุมชน สังคม จนถึงระดับประเทศต่อไป

๑๑.๑ สถานการณ์หรือการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

สถานการณ์ของระบบเศรษฐกิจโลกในยุคโลกาภิวัตน์ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศไทย ที่ได้กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ฉบับที่ ๘  และต่อเนื่องมาจนฉบับที่ ๑๒ ที่ต้องการสร้างการเติบโตของคนไทยอย่างมีคุณภาพ  และหล่อหลอมให้คนไทยมีค่านิยมตามบรรทัดฐานที่ดีทางสังคม  เป็นคนดี มีสุขภาวะที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีระเบียบวินัย และมีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคมส่วนรวม  ตลอดจนพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการในตลาดแรงงานและทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑   เมื่อพิจารณาแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๒ ที่ยึดหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” “การพัฒนาที่ยั่งยืน” และ “คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” จะพบว่า รัฐบาลต้องการวางรากฐานเพื่อพัฒนาให้คนไทยเป็นคนที่สมบูรณ์  มีคุณธรรมจริยธรรม  มีระเบียบ วินัย ค่านิยมที่ดี มีจิตสาธารณะ และมีความสุข โดยมีสุขภาวะและสุขภาพที่ดี ครอบครัวอบอุ่น ตลอดจน เป็นคนเก่งที่มีทักษะความรู้ความสามารถและพัฒนาตนเองได้ต่อเนื่องตลอดชีวิต

สถานการณ์ดังกล่าวนี้จึงต้องการการจัดการศึกษาที่สามารถพัฒนาคนให้มีความรู้ความสามารถเชิงวิชาการด้านปรัชญา  แนวคิดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน  การพัฒนาโดยมีคนเป็นศูนย์กลาง  แล้วประยุกต์องค์ความรู้นั้นขับเคลื่อนชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไป

 

ปรับให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ พันธกิจของมหาวิทยาลัย ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร
๑๑.๒ สถานการณ์หรือการพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรม

สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกาภิวัตน์ สิ่งที่ปรากฏอย่างเด่นชัดก็คือ ประเทศมีความก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจ โดยมีตัวบ่งชี้ที่คัญ คือ GDP (Gross Domestic Product) ที่เติบโตตามลำดับ แต่ในขณะเดียวกันกลับพบว่า  ปัญหาต่าง ๆ ในสังคมที่ก่อตัวขึ้นและมีผลกระทบต่อชุมชน สังคม ประเทศชาติมีมากมาย เช่น ปัญหาความรุนแรงในประเทศ ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น  ปัญหาการว่างงาน ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ปัญหาด้านการบริหารจัดการที่เกิดจากการใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม ปัญหาการขาดธรรมาภิบาลในองค์กร และนำมาสู่การที่องค์กรกำกับดูแลด้านคุณภาพจำเป็นต้องเสนอแนวคิดที่ใช้สำหรับกำกับให้องค์กรต่าง ๆ ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามเกณฑ์ จึงจะรับรองหน่วยงาน เช่น การให้การรับรองคุณภาพ หรือการประกันคุณภาพ จากประเด็นปัญหาต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้มีความต้องการนักบริหารที่มีศักยภาพสูงในการประยุกต์ความรู้ทางทฤษฎี การศึกษาวิจัยและองค์ความรู้ใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนาและปรัชญา เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริง และใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน

๑๑.๒  สถานการณ์หรือการพัฒนาทางสังคมและวัฒนธรรม

สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกาภิวัตน์ สิ่งที่ปรากฏอย่างเด่นชัดก็คือ ประเทศมีความก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจ โดยมีตัวบ่งชี้ที่สำคัญ คือ GDP (Gross Domestic Product) ที่เติบโตตามลำดับ แต่ในขณะเดียวกันกลับพบว่า  ปัญหาต่าง ๆ ในสังคมที่ก่อตัวขึ้นและมีผลกระทบต่อชุมชน สังคม ประเทศชาติมีมากมาย เช่น ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น  ปัญหาการว่างงาน ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ปัญหาด้านการบริหารจัดการที่เกิดจากการใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม ปัญหาการขาดธรรมาภิบาลในองค์กร ปัญหาเรื่องค่านิยมที่ดีงาม เป็นต้น ประเด็นปัญหาดังกล่าวข้างต้น ทำให้เกิดการเรียกร้องหาหลักการและวิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ หลักการและวิธีการทางปรัชญาและศาสนา  เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา  เพราะปรัชญาและศาสนาถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต เมื่อมนุษย์ในสังคมประสบปัญหาจำเป็นจะต้องหาหลักการ วิธีการ ที่อยู่ในวิถีชีวิตของมนุษย์มาเป็นกรอบในการพิจารณาแก้ไข ดังนั้น การปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนด้านปรัชญาและศาสนาให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคม ที่ขับเคลื่อนด้วยความเจริญของเทคโนโลยีในสังคมปัจจุบันจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ปรับให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ พันธกิจของมหาวิทยาลัย ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร
ผลกระทบจากสถานการณ์ ผลกระทบจากสถานการณ์  
๑๒.๑ การพัฒนาหลักสูตร

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านวิชาการพระพุทธศาสนาและปรัชญาที่มีคุณภาพ มีองค์ความรู้และประสบการณ์ในลักษณะที่เป็นผู้รู้จริงและปฏิบัติได้ กระตุ้นให้เกิดการใช้ความรู้ความชัดเจนในการสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ ประกอบกับปัจจุบันส่วนงานบัณฑิตวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีความพร้อมในด้านต่าง ๆ สามารถรองรับการจัดการเรียนการสอนและการศึกษาวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ส่วนงานบัณฑิตวิทยาลัย จึงได้ปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา เพื่อให้ทันสมัยและเป็นประโยชน์มากขึ้น โดยมีการ บูรณาการแนวคิดทางด้านพระพุทธศาสนาและปรัชญาให้มากขึ้น มุ่งเน้นให้นิสิตมีความรู้ความเข้าใจในหลักพระพุทธศาสนาและปรัชญาในเชิงลึก และผสมผสานพุทธธรรมให้นำไปสู่วิธีคิดที่นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน  ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งในการพัฒนาบุคลากรของประเทศไทยให้มีขีดความสามารถมากขึ้นต่อไป

 

๑๒.๑ การพัฒนาหลักสูตร

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านปรัชญาและศาสนาที่มีคุณภาพ  มีองค์ความรู้และประสบการณ์ในลักษณะที่เป็นผู้รู้จริงและปฏิบัติได้  กระตุ้นให้เกิดการใช้ความรู้ความชัดเจนในการสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการปรัชญาและศาสนา ประกอบกับปัจจุบันส่วนงานบัณฑิตวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มีความพร้อมในด้านอาจารย์ผู้สอน เจ้าหน้าที่ บุคลากรสนับสนุน  และสถานที่ที่สามารถรองรับการจัดการเรียนการสอนและการศึกษาวิจัยด้านวิชาการปรัชญาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ภาพรวมผลการประเมินผู้ใช้บัณฑิต ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร อาจารย์ และนิสิต เพื่อปรับปรุงหลักสูตร พบว่า หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ได้ผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรมจริยธรรม  มีความรู้ มีทักษะทางปัญญา มีทักษะด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ  ตลอดถึงมีทักษะด้านการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อยู่ในระดับมาก  ดังนั้น หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา จึงมีความสำคัญยิ่ง 

        เมื่อหลักสูตรพุทธศาสตรโบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ครบ ๕ ปี บัณฑิตวิทยาลัย จึงมีพันธกิจที่จะต้องปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ให้มีความทันสมัยและเป็นประโยชน์ ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน และนโยบายของรัฐบาล  โดยเน้นการจัดการศึกษาและการบูรณาการแนวคิดทางด้านปรัชญาและศาสนาเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่  ให้นิสิตมีทักษะการคิด วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ และสามารถสังเคราะห์องค์ความรู้ทางปรัชญาและศาสนา ตลอดถึงศาสตร์สมัยใหม่ในเชิงลึก  สามารถพัฒนาตนเองและสังคมอย่างยั่งยืนได้  เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของคนไทยในยุคไทยแลนด์ ๔.๐

ปรับให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ พันธกิจของมหาวิทยาลัย ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร
๑๒.๒ ความเกี่ยวข้องกับพันธกิจของสถาบัน

นโยบายของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม พร้อมๆ ไปกับการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ และมีความคิดวิเคราะห์ทางด้านศาสนาและปรัชญา โดยเฉพาะศาสตร์ที่เป็นพระพุทธศาสนาและปรัชญา  ด้วยแนวคิดดังกล่าวจึงจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรเพื่อพัฒนาบุคลากรที่เข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาและปรัชญา เพื่อทำหน้าที่ผลิตงานวิจัยเชิงบูรณาการที่ถอดองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนานำไปสู่การสร้างความคิดใหม่ที่ทันยุคทันสมัย

นอกจากนั้น ยังต้องประกอบด้วยความสามารถที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนอันได้แก่ ทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นหมู่คณะ การแก้ปัญหา การรับความเสี่ยง การออกแบบและความสร้างสรรค์ ความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการตนเอง และการพัฒนาด้านคุณธรรมและจริยธรรม  ด้วยเหตุผลดังกล่าวมาข้างต้น บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จึงเล็งเห็นความสำคัญอย่างยิ่งในการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา แล้วนำเสนอส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเห็นชอบและดำเนินการในขั้นต่อไป

๑๒.๒ ความเกี่ยวข้องกับพันธกิจของสถาบัน

ตามที่ปรัชญาของมหาวิทยาลัยหรือนโยบายของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม ไปพร้อมกับการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ และมีความคิดวิเคราะห์ทางด้านศาสนาและปรัชญา  โดยเฉพาะศาสตร์ที่เป็นปรัชญาและศาสนา รวมทั้งศาสตร์สมัยใหม่ เมื่อมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้กำหนดพันธกิจไว้เช่นนั้น  จึงจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรพุทธศาสนามหาบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา เพื่อพัฒนานิสิตให้มีความรู้ความสามารถ แตกฉานด้านปรัชญาและศาสนา อันจะนำไปสู่การผลิตงานวิจัยเชิงบูรณาการระหว่างปรัชญาและศาสนากับศาสตร์สมัยใหม่ 

นอกจากนี้ ความรู้ความสามารถดังกล่าวจะทำให้นิสิตเป็นผู้มีทักษะการสื่อสาร  การทำงานเป็นหมู่คณะ  การแก้ปัญหา การบริหารความเสี่ยง  การคิดสร้างสรรค์  ตลอดถึงความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น ตามแนวทางการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นคนที่สมบูรณ์  มีคุณธรรมจริยธรรม  มีระเบียบ วินัย ค่านิยมที่ดี มีจิตสาธารณะ และมีความสุข โดยมีสุขภาวะและสุขภาพที่ดี ครอบครัวอบอุ่น ตลอดจน เป็นคนเก่งที่มีทักษะความรู้ความสามารถและพัฒนาตนเองได้ต่อเนื่องตลอดชีวิต  ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จึงเล็งเห็นความสำคัญอย่างยิ่งในการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา แล้วนำเสนอส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเห็นชอบและดำเนินการในขั้นต่อไป

 

ปรับให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ พันธกิจของมหาวิทยาลัย ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร

 

  • ปรับปรุงปรัชญาของหลักสูตรให้มีความสอดคล้องกับนโยบายรัฐ พันธกิจของมหาวิทยาลัย และวัตถุประสงค์ของหลักสูตร

 

หลักสูตรเดิม

(พ.ศ. ๒๕๕๕)

หลักสูตรใหม่

(พ.ศ. ๒๕๖๐)

สรุปการเปลี่ยนแปลง
ผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตให้มีความรอบรู้เชี่ยวชาญในทฤษฏีทางปรัชญาและพุทธปรัชญา สามารถวิจัย ค้นคว้า และพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ด้วยวิธีการทางปรัชญาเพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนา  เป็นนักคิดที่มีความใฝ่รู้ ใฝ่สร้างสรรค์และมีวิสัยทรรศน์กว้างไกล เป็นผู้นำทางปัญญา พัฒนาจิตใจและสังคม ผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ให้เป็นผู้มีความใฝ่รู้ ใฝ่สร้างสรรค์ และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล  ให้เป็นนักคิด นักวิเคราะห์ นักวิจารณ์ นักวิพากษ์และสังเคราะห์องค์ความรู้ทางปรัชญาและศาสนา โดยเฉพาะพุทธปรัชญา เพื่อพัฒนามนุษย์และสังคม ปรับให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐ พันธกิจของมหาวิทยาลัย และวัตถุประสงค์ของหลักสูตร

 

 

  • เพิ่มเติมความสำคัญของหลักสูตร เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในโลกยุคโลกาภิวัตน์  พันธกิจของมหาวิทยาลัย  และวัตถุประสงค์ของหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา

 

หลักสูตรเดิม

(พ.ศ. ๒๕๕๕)

หลักสูตรใหม่

(พ.ศ. ๒๕๖๐)

สรุปการเปลี่ยนแปลง
_ ความเจริญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ทำให้สังคมมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบอย่างมากต่อมนุษย์ในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความจริง  ความดี และความงามที่มนุษย์เคยยึดถือ  จึงส่งผลให้สังคมต้องเผชิญปัญหาที่ไม่สามารถจะแก้ไขได้ด้วยกฎหมายหรือระเบียบทางสังคม การจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวจำเป็นจะต้องจัดการศึกษาให้มนุษย์เป็นผู้มีความสามารถรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง  โดยวิเคราะห์  วิจารณ์  วิพากษ์เรื่องความจริง ความดี และความงาม  จนกระทั่งรู้จักแยกแยะคุณค่าที่สำคัญระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับสังคม มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม  และมนุษย์กับเทคโนโลยี  ซึ่งจะทำให้มนุษย์สามารถรู้และตัดสินใจว่าสิ่งใดควรทำ  สิ่งใดไม่ควรทำ  เพื่อการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  การศึกษาวิชาปรัชญาจึงมีความสำคัญต่อมนุษย์อย่างยิ่ง  เพราะวิชานี้สอนให้มนุษย์มีความรู้ในด้านความจริง  ความดี และความงาม  โดยเน้นการปลูกฝังศักยภาพในด้านการวิเคราะห์ วิจารณ์ วิพากษ์ และสังเคราะห์องค์ความรู้บนฐานของความจริง ความดี และความงาม  ผลที่ได้จากการศึกษาวิชานี้จะทำให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองและสังคมให้มีความผาสุกอย่างยั่งยืนได้

 

ปรับให้สอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัย และวัตถุประสงค์ของหลักสูตร

 

 

 

 

  • ปรับปรุงวัตถุประสงค์ของหลักสูตร เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในยุคปัจจุบันมากขึ้น และให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคโลกาภิวัตน์
หลักสูตรเดิม

(พ.ศ. ๒๕๕๕)

หลักสูตรใหม่

(พ.ศ. ๒๕๖๐)

สรุปการเปลี่ยนแปลง
๑.๒ วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

๑.๒.๑ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต ให้เป็นผู้มีความรอบรู้ในหลักการทฤษฏีทางปรัชญา และมีความเชี่ยวชาญแม่นยำในหลักพุทธปรัชญาและคัมภีร์พระพุทธศาสนา พร้อมกับบูรณาการองค์ความรู้ทางปรัชญาเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน

๑.๒.๒ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตให้เป็นผู้มีความรู้ เชี่ยวชาญในการศึกษา วิจัย พัฒนาองค์ความรู้ใหม่เพื่อความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการปรัชญา

๑.๒.๓ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตให้เป็นผู้นำทางปัญญา จิตใจและสังคม มีความใฝ่รู้ ใฝ่สร้างสรรค์และพัฒนาภายใต้ปรัชญาแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน

 ๑.๓ วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

๑.๓.๑ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต  สาขาวิชาปรัชญา ให้มีความใฝ่รู้ ใฝ่สร้างสรรค์ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และเป็นผู้มีเชี่ยวชาญวิชาการด้านปรัชญา โดยเฉพาะพุทธปรัชญาในคัมภีร์พระพุทธศาสนา

๑.๓.๒ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ให้เป็นผู้มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ และสังเคราะห์องค์ความรู้ทางปรัชญาและศาสนาเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่ได้

๑.๓.๓ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการศึกษา วิจัย ประยุกต์ และพัฒนาองค์ความรู้ทางปรัชญาและศาสนา เพื่อพัฒนาสังคม

๑.๓.๔ เพื่อผลิตพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา ให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม และเป็นต้นแบบที่ดีงามให้แก่สังคม

 

ปรับให้เหมาะสมและสอดคล้องกับนโยบายรัฐพันธกิจของมหาวิทยาลัย ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของหลักสูตร

 

             

๗. รายละเอียดการปรับปรุงแก้ไข และเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ดังนี้

๗.๑ ปรับรหัส ในหมวดวิชาพื้นฐาน ๑ รายวิชา คือ รายวิชา ๖๐๓   ๒๐๗ ญาณวิทยาวิเคราะห์  เป็นรายวิชา ๖๐๓   ๓๐๗ ญาณวิทยาวิเคราะห์

๗.๒ ปรับรหัสและคำอธิบายรายวิชา ในหมวดวิชาพื้นฐาน ๑ รายวิชาคือ รายวิชา ๖๐๓ ๓๐๘ เป็นรายวิชา ๖๐๓  ๒๐๘    จริยศาสตร์วิเคราะห์

๗.๓ ปรับคำอธิบายรายวิชา จำนวน ๑๔ รายวิชา ดังนี้

๑) รายวิชา ๘๐๒  ๑๐๒ พระพุทธศาสนากับศาสตร์แห่งการตีความ

๒) รายวิชา ๘๐๒  ๑๐๕ งานนิพนธ์ภาษาบาลีและสันสกฤตเพื่อการวิจัย

๓) รายวิชา ๘๐๒  ๓๐๖   วิปัสสนากรรมฐาน

๔) รายวิชา ๑๐๒  ๓๐๖ การใช้ภาษาบาลี ๒

๕) รายวิชา ๘๐๒  ๒๐๗   การวิเคราะห์เชิงปรัชญา

๖) รายวิชา ๘๐๒  ๓๐๘   สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก

๗) รายวิชา ๘๐๒  ๒๐๙   สัมมนาปัญหาปรัชญาศาสนา

๘) รายวิชา ๘๐๒  ๒๑๒   สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันตก

๙) รายวิชา ๘๐๒  ๓๑๔   สัมมนาปัญหาปรัชญาวิทยาศาสตร์

๑๐) รายวิชา ๘๐๒  ๓๑๖ ปรัชญายุคหลังสมัยใหม่

๑๑) รายวิชา ๖๐๓ ๑๐๖ อภิปรัชญาวิเคราะห์

๑๒) รายวิชา ๘๐๒ ๒๑๙ สัมมนาปรัชญาจีน

๑๓) รายวิชา ๘๐๒ ๓๒๐ สัมมนาปรัชญาอินเดีย

๑๔) รายวิชา ๘๐๐ ๒๐๐  วิทยานิพนธ์

๗.๔ ปรับชื่อภาษาอังกฤษ ในหมวดวิชาบังคับแบบไม่นับหน่วยกิต จำนวน ๑ รายวิชา คือ ๖๐๐ ๔๐๑  สัมมนาวิทยานิพนธ์ จาก Seminar on Thesis เป็น Seminar on Dissertation

๗.๕ ตัดรายวิชา

๑) ตัดรายวิชาในหมวดวิชาเลือก จำนวน ๕ รายวิชา คือ

(๑) รายวิชา ๘๐๒ ๒๑๑  ปรัชญาปรากฏการณ์วิทยาและอัตถิภาวนิยม

(๒) รายวิชา ๘๐๒  ๒๑๐   พุทธปรัชญาในพระสุตตันตปิฎก

(๓) รายวิชา ๘๐๒  ๒๑๓   ปรัชญาสังคมและการเมืองในพระพุทธศาสนา

(๔) รายวิชา ๘๐๒  ๒๑๖   พุทธปรัชญาในพระอภิธรรมปิฎก

(๕) รายวิชา ๘๐๒  ๓๑๘   ปรัชญาจิต

๒) ตัดรายวิชาในหมวดวิชาพื้นฐาน จำนวน ๑ รายวิชา คือ รายวิชา ๐๐๐ ๒๑๐ ตรรกศาสตร์เบื้องต้น

๗.๖ ปรับหมวดรายวิชา ๘๐๒  ๒๑๔ ปรัชญาภาษา  จากหมวดวิชาพื้นฐานไม่นับหน่วยกิต เป็นหมวดวิชาเลือก และปรับคำอธิบายรายวิชาด้วย

๗.๗ เพิ่มรายวิชาใหม่

๑) เพิ่มรายวิชาในหมวดวิชาเลือก จำนวน ๑ รายวิชา คือ รายวิชา  ๘๐๒  ๒๑๑  สัมมนาปรัชญาปรากฏการณ์วิทยาและอัตถิภาวนิยม

๒) เพิ่มรายวิชาในหมวดวิชาพื้นฐาน จำนวน ๑ รายวิชา คือ รายวิชา ๘๐๒ ๓๒๑ การใช้เหตุผลทางปรัชญา ๒

 

๘. สรุปเปรียบเทียบโครงสร้างหลักสูตรเดิม-ใหม่  (พ.ศ. ๒๕๕๕ กับ พ.ศ.๒๕๖๐)

๘.๑ แบบ ๑.๒  โครงสร้างหลักสูตรไม่เปลี่ยนแปลง

๘.๒ แบบ ๒.๑  โครงสร้างหลักสูตรไม่เปลี่ยนแปลง ดังนี้

หมวดวิชา โครงสร้างเดิม โครงสร้างใหม่
วิชาบังคับ

วิชาเอก

วิชาเลือก

วิชาบังคับ (ไม่นับ นก.)

วิชาปรับพื้นฐาน

วิทยานิพนธ์

(๑๕)

๓๖

(๑๘)

(๒๐)

๓๖

รวมหน่วยกิตตลอดหลักสูตร ๕๔ ๕๔

๘.๓ แบบ ๒.๒ โครงสร้างหลักสูตรไม่เปลี่ยนแปลง

 

๑๐.สรุปการเปลี่ยนแปลงรายวิชาในหลักสูตร ดังนี้

 

หลักสูตร พ.ศ.๒๕๕๕ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐ สรุปการเปลี่ยนแปลง
ก.   วิชาบังคับ  (แบบนับหน่วยกิต)   
๘๐๒  ๑๐๑ สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก        ๓ (๓-๐-๖)

Seminar on Buddhist  Philosophy in Tipitaka

ศึกษาวิเคราะห์แนวความคิดพื้นฐานทางปรัชญาที่สำคัญในพระไตรปิฎก ประกอบด้วยแนวความคิดทางอภิปรัชญา  จักรวาลวิทยา ญาณวิทยา จริยศาสตร์และอื่น ๆ ทั้งนี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย ๓ ประเด็น  แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

๘๐๒  ๑๐๑ สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก            (๓) (๓-๐-๙)

                 Seminar on Buddhist Philosophy in Tipitaka

ศึกษาวิเคราะห์แนวความคิดพื้นฐานทางปรัชญาที่สำคัญในพระไตรปิฎก ประกอบด้วยแนวความคิดทางอภิปรัชญา  จักรวาลวิทยา ญาณวิทยา จริยศาสตร์และอื่น ๆ ทั้งนี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย ๓ ประเด็น  แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

ไม่เปลี่ยนแปลง
๘๐๐  ๑๐๒  พระพุทธศาสนากับศาสตร์แห่งการตีความ  ๓ (๓-๐-๖)

Buddhism and Hermeneutics

ศึกษาศาสตร์แห่งการตีความแบบตะวันตกและตะวันออก  โดยเน้นประเด็นความขัดแย้งทางศาสนาและปรัชญาที่นำไปสู่การสร้างรูปแบบการตีความแบบต่าง ๆ รวมทั้งบริบทแวดล้อมทางสังคมและทางวิชาการที่มีอิทธิพลต่อการตีความคำสอนทางศาสนาให้เหมาะสมกับยุคสมัย  โดยเฉพาะหลักการตีความในพระพุทธศาสนาเถรวาทและมหายานที่ปรากฏในคัมภีร์ต่าง ๆ เช่น กถาวัตถุ  อรรถกถา เปฏโกปเทส เนตติปกรณ์  วิสุทธิมรรค  มิลินทปัญหา ปรัชญาปารมิตาสูตร  ลังกาวตารสูตร และหัวข้อธรรมบางข้อในพระอภิธรรมปิฎก เป็นต้น

 

๘๐๒  ๑๐๒  พระพุทธศาสนากับศาสตร์แห่งการตีความ   ๓ (๓-๐-๙)

                 Buddhism and Hermeneutics

ศึกษาศาสตร์แห่งการตีความแบบตะวันตกและตะวันออก  โดยเน้นศาสนสัมพันธ์ภายในศาสนาและระหว่างศาสนา (Intra – Inter Relationship)   และปรัชญาที่นำไปสู่การสร้างรูปแบบการตีความแบบต่าง ๆ รวมทั้งบริบทแวดล้อมทางสังคมและทางวิชาการที่มีอิทธิพลต่อการตีความคำสอนทางศาสนาให้เหมาะสมกับยุคสมัย  โดยเฉพาะหลักการตีความในพระพุทธศาสนาเถรวาทและมหายานที่ปรากฏในคัมภีร์ต่าง ๆ เช่น กถาวัตถุ  อรรถกถาเปฏโกปเทส เนตติปกรณ์  วิสุทธิมรรค  มิลินทปัญหา ปรัชญาปารมิตาสูตร  ลังกาวตารสูตร และหัวข้อธรรมบางข้อในพระอภิธรรมปิฎก เป็นต้น

ปรับคำอธิบายรายวิชา
ข.  วิชาบังคับ  (แบบไม่นับหน่วยกิต)      
๘๐๒  ๒๐๓  ระเบียบวิธีวิจัยชั้นสูงทางปรัชญา        (๓) (๓-๐-๖)

Advanced  Research  Methodology in Philosophy

ศึกษาหลักการและวิธีการวิจัย  กระบวนการและขั้นตอนของการวิจัย การรวบรวมเอกสารและวิเคราะห์ข้อมูล  ศึกษาลักษณะและประเภทของงานวิจัย โดยเฉพาะด้านคุณภาพซึ่งเหมาะกับสาขาวิชาปรัชญา  นำวิธีการถกปัญหาของ จอห์น ฮอสเปอร์ มาฝึกใช้  เน้นฝึกปฏิบัติโดยการเลือกหัวข้อวิจัยและดำเนินการวิจัย  เพื่อนำไปสู่การวิจัยจริง

 

๘๐๒  ๒๐๓   ระเบียบวิธีวิจัยชั้นสูงทางปรัชญา               ๓ (๓-๐-๙)

                   Advanced Research Methodology in Philosophy 

                   ศึกษาหลักการและวิธีการวิจัย  กระบวนการและขั้นตอนของการวิจัย การรวบรวมเอกสารและวิเคราะห์ข้อมูล  ลักษณะและประเภทของงานวิจัยทางปรัชญา โดยเฉพาะด้านคุณภาพซึ่งเหมาะกับสาขาวิชาปรัชญา  นำวิธีการถกปัญหาของ จอห์น ฮอสเปอร์ มาฝึกใช้  เน้นฝึกปฏิบัติโดยการเลือกหัวข้อวิจัยและดำเนินการวิจัย  เพื่อนำไปสู่การวิจัยจริง

 

ไม่เปลี่ยนแปลง
๘๐๒ ๑๐๔ งานวิชาการภาษาอังกฤษเพื่อการวิจัยเชิงปรัชญา

(๓)(๓-๐-๖)

English Academic Works for Research in Philosophy

ศึกษางานวิชาการหรืองานวิจัยที่สำคัญทางปรัชญาในภาคภาษาอังกฤษ โดยเน้นให้นิสิตเกิดทักษะด้านการอ่านเอกสารวิชาการภาษาอังกฤษ รู้ศัพท์สำนวนทางปรัชญาในภาษาอังกฤษ รวมทั้งศึกษาวิเคราะห์รูปแบบ โครงสร้าง เนื้อหา และองค์ความรู้ใหม่ในงานวิชาการหรืองานวิจัยเรื่องนั้นๆ ตลอดทั้งศึกษางานพุทธปรัชญาที่มีความโดดเด่นและมีผลกระทบอย่างสูงต่อการศึกษาวิจัยทางพุทธปรัชญาในอดีตและปัจจุบัน  โดยเลือกศึกษาจากเอกสาร บทความทางวิชาการ และตำราภาษาอังกฤษ เพื่อให้นิสิตมีทักษะด้านการอ่านเอกสารวิชาการภาษาอังกฤษ มีข้อมูลและองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการค้นคว้า วิจัยด้านพุทธปรัชญา เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าข้อมูลประกอบการทำวิจัย

๘๐๒  ๑๐๔   งานวิชาการภาษาอังกฤษเพื่อการวิจัยเชิงปรัชญา

                                                              (๓) (๓-๐-๙)

                  English Academic Works for Research in Philosophy

ศึกษางานวิชาการหรืองานวิจัยที่สำคัญทางปรัชญาในภาคภาษาอังกฤษ โดยเน้นให้นิสิตเกิดทักษะด้านการอ่านเอกสารวิชาการภาษาอังกฤษ รู้ศัพท์สำนวนทางปรัชญาในภาษาอังกฤษ รวมทั้งศึกษาวิเคราะห์รูปแบบ โครงสร้าง เนื้อหา และองค์ความรู้ใหม่ในงานวิชาการหรืองานวิจัยเรื่องนั้นๆ ตลอดทั้งศึกษางานพุทธปรัชญาที่มีความโดดเด่นและมีผลกระทบอย่างสูงต่อการศึกษาวิจัยทางพุทธปรัชญาในอดีตและปัจจุบัน  โดยเลือกศึกษาจากเอกสาร บทความทางวิชาการ และตำราภาษาอังกฤษ เพื่อให้นิสิตมีทักษะด้านการอ่านเอกสารวิชาการภาษาอังกฤษ มีข้อมูลและองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการค้นคว้า วิจัยด้านพุทธปรัชญา เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าข้อมูลประกอบการทำวิจัย

 

ไม่เปลี่ยนแปลง
๘๐๒ ๑๐๕ งานนิพนธ์ภาษาบาลีและสันสกฤตเพื่อการวิจัย

(๓) (๓-๐-๖)

Pali and Sanskrit Works for Research

ศึกษางานนิพนธ์ภาษาบาลีและสันสกฤตของนักปราชญ์คนสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น มิลินทปัญหา วิมุตติมรรค  วิสุทธิมรรค มังคลัตถทีปนี  สัทธรรมปุณฑริกสูตร วิมลเกียรตินิเทศสูตร โดยเน้นให้นิสิตมีความรู้ความเข้าใจในศัพท์สำนวนวิชาการทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งศึกษาวิเคราะห์รูปแบบการแต่งคัมภีร์ โครงสร้าง เนื้อหา และองค์ความรู้ในงานนิพนธ์ภาษาบาลีและภาษาสันสกฤตเรื่องนั้น ๆ เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าข้อมูลประกอบการทำวิจัย

 

๘๐๒  ๑๐๕  งานนิพนธ์ภาษาบาลีและสันสกฤตเพื่อการวิจัย      

                                                                (๓) (๓-๐-๙)

                Pali and Sanskrit Works for Research 

ศึกษางานนิพนธ์ภาษาบาลีและสันสกฤตจากคัมภีร์สำคัญ เช่น มิลินทปัญหา วิมุตติมรรค  วิสุทธิมรรค มังคลัตถทีปนี  สัทธรรมปุณฑริกสูตร วิมลเกียรตินิเทศสูตร ลังกาวตรสูตร โดยเน้นประเด็นปัญหาทางปรัชญา เช่น ปัญหาเรื่องโลกหน้า ปัญหาเรื่องการคบเพื่อน  แนวคิดเรื่องจิต ภพภูมิ  ปัญญา กรุณา พระโพธิสัตว์ เป็นต้น เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าข้อมูลประกอบการทำวิจัย

 

ปรับคำอธิบายรายวิชา
๘๐๒  ๓๐๖  วิปัสสนากรรมฐาน  (๓) (๓-๓-๖)

Insight  Meditation

ศึกษาวิปัสสนากรรมฐานภาคทฤษฎีและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน โดยในภาคทฤษฎีเน้นศึกษาวิเคราะห์การปฏิบัติกรรมฐานของพระพุทธศาสนายุคต้นในพระไตรปิฎก การปฏิบัติกรรมฐานในคัมภีร์ยุคหลัง เช่น วิมุตติมรรค  วิสุทธิมรรค  รวมทั้งรูปแบบการปฏิบัติกรรมฐานของสำนักต่าง ๆ ในสังคมไทย

๘๐๒  ๓๐๖         วิปัสสนากรรมฐาน                        (๓) (๓-๓-๖)

                        Insight Meditation

ศึกษาหลักสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานที่ปรากฏในคัมภีร์พระไตรปิฎก โดยเน้นศึกษาสติปัฏฐาน ๔  รวมทั้งรูปแบบการปฏิบัติกรรมฐานของสำนักต่างๆ ในสังคมไทย ลำดับขั้นตอนของการเจริญกรรมฐาน และผลที่เกิดจากการเจริญกรรมฐาน ได้แก่ สมาบัติ ๘ และวิปัสสนาญาณ ๑๖ เป็นต้น

ปรับคำอธิบายรายวิชา
๖๐๐ ๔๐๑ สัมมนาวิทยานิพนธ์                       (๓) (๓-๓-๖)

Seminar on Thesis

สัมมนาเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับเทคนิคการเขียนวิทยานิพนธ์  การวิเคราะห์และการสังเคราะห์ข้อมูล การตีความในเชิงพรรณนา การอ้างอิง การเขียนบทความวิจัย รูปแบบและวิธีการนำเสนอวิทยานิพนธ์

 

๖๐๐ ๔๐๑          สัมมนาวิทยานิพนธ์                        (๓) (๓-๓-๖)

                        Seminar on Dissertation

สัมมนาเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับเทคนิคการเขียนวิทยานิพนธ์  การวิเคราะห์และการสังเคราะห์ข้อมูล การตีความในเชิงพรรณนา การอ้างอิง การเขียนบทความวิจัย รูปแบบและวิธีการนำเสนอวิทยานิพนธ์ เน้นตรวจสอบกระบวนการและความก้าวหน้าในการเขียนวิทยานิพนธ์ของนิสิต

ปรับชื่อภาษาอังกฤษและปรับคำอธิบายรายวิชา
๑๐๒ ๓๐๒    การใช้ภาษาบาลี ๑                    (๓) (๓-๓-๖)

Usage of Pali I

การพูด อ่าน เขียน ภาษาบาลีในระดับพื้นฐาน และแปลบาลีเป็นภาษาไทยและภาษาไทยเป็นภาษาบาลี โดยใช้หนังสือชาตกัฏฐกถาและธรรมปทัฏฐกถาประกอบ

๑๐๒ ๓๐๒          การใช้ภาษาบาลี ๑                        (๓)  (๓-๐-๖)

Usage of Pali I

ศึกษาภาษาบาลี โดยเน้นแนวคิดทางปรัชญา เช่น แนวคิดอภิปรัชญา แนวคิดญาณวิทยา แนวคิดจริยศาสตร์ เป็นต้น          ที่ปรากฏในหนังสือธรรมบท ๘ ภาค เน้นวิเคราะห์แนวคิดทางปรัชญาที่ปรากฏอยู่ในภาษาบาลี ในแต่ละบริบท

 

ปรับคำอธิบายรายวิชา
๑๐๒ ๓๐๖   การใช้ภาษาบาลี ๒ (๓) (๓-๓-๖)

Usage of Pali II

การพูด อ่าน เขียน ภาษาบาลี ต่อจากการใช้ภาษาบาลี ๑ และแปลภาษาบาลีเป็นไทย และภาษาไทยเป็นภาษาบาลี โดยใช้หนังสือมังคลัตถทีปนีและวิสุทธิมรรคประกอบ

๑๐๒ ๓๐๖          การใช้ภาษาบาลี ๒                        (๓)  (๓-๐-๖)

Usage of Pali II

ศึกษาภาษาบาลี โดยเน้นแนวคิดทางปรัชญา เช่น แนวคิดอภิปรัชญา แนวคิดญาณวิทยา แนวคิดจริยศาสตร์ เป็นต้น ที่ปรากฏในหนังสือมังคลัตถทีปนีและวิสุทธิมรรค เน้นการอธิบายเพื่อตรวจสอบ ความเชื่อมโยงแนวคิดทางปรัชญา และอธิบายพัฒนาการแนวคิดที่แฝงอยู่ในคัมภีร์ทั้งสอง

 

ปรับคำอธิบายรายวิชา
ค.. วิชาเอก  (แบบนับหน่วยกิต)
๘๐๒  ๒๐๗   การวิเคราะห์เชิงปรัชญา            ๓ (๓-๐-๖)

Philosophical Analysis

ศึกษาวิเคราะห์แนวความคิดทางปรัชญาสำนักต่าง ๆ เน้นวิเคราะห์หลักการ วิธีการและจุดมุ่งหมายของการนำเสนอทฤษฎีทางปรัชญา  สรุปประเด็นสำคัญแห่งทฤษฎีทางปรัชญา เน้นวิธีการทางตรรกศาสตร์ ทั้งนี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย  ๓ ประเด็น  แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

๘๐๒  ๒๐๗         การวิเคราะห์เชิงปรัชญา                  ๓ (๓-๐-๙)

                        Philosophical Analysis

ศึกษาวิเคราะห์แนวความคิดทางปรัชญาสำนักต่าง ๆ โดยเน้นการวิเคราะห์เหตุผลที่ใช้ในหลักการ วิธีการ และจุดมุ่งหมายของการนำเสนอแนวคิดทางปรัชญานั้น  ในการศึกษาวิชานี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย  ๑ ประเด็น  แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

ปรับคำอธิบายรายวิชา
๘๐๒  ๓๐๘   สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก      ๓ (๓-๐-๖)

Seminar on Problems in Eastern Philosophy

สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก เช่น ปรัชญาอินเดีย ปรัชญาจีน เป็นต้น โดยผู้บรรยายตั้งคำถาม ให้นิสิตตอบพร้อมแสดงเหตุผลทั้งในแง่สนับสนุนและในแง่คัดค้าน ทั้งนี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย  ๓ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

๘๐๒  ๓๐๘         สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก     ๓ (๓-๐-๙)

                        Seminar on Problems in Eastern Philosophy

สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันออก เช่น ปรัชญาอินเดีย ปรัชญาจีน เป็นต้น โดยผู้บรรยายตั้งคำถาม ให้นิสิตตอบพร้อมแสดงเหตุผลทั้งในแง่สนับสนุนและในแง่คัดค้าน  ในการศึกษาวิชานี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย  ๑ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษาโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

ปรับคำอธิบายรายวิชา
ง.  วิชาเอก  (แบบไม่นับหน่วยกิต)
๘๐๒  ๒๐๙   สัมมนาปัญหาปรัชญาศาสนา         (๓) (๓-๐-๖)

Seminar on Problems of Philosophy of  Religions

สัมมนาปัญหาทางปรัชญาศาสนา เช่น ปัญหาเกี่ยวกับพระเป็นเจ้า กรรมและนิพพาน ภาษาศาสนา ประสบการณ์ทางศาสนา สัญลักษณ์ทางศาสนา ความเชื่อและความจริงทางศาสนากับความรู้ทางวิทยาศาสตร์  ทั้งนี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย  ๓ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษา  โดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

๘๐๒  ๒๐๙         สัมมนาปัญหาปรัชญาศาสนา        (๓) (๓-๐-๙)

                        Seminar on Problems of Philosophy of Religions

สัมมนาปัญหาทางปรัชญาศาสนา เช่น  เป้าหมายสูงสุดของศาสนา ปัญหาเกี่ยวกับพระเจ้า  กรรม นิพพาน  โมกษะ ภาษาศาสนา  ประสบการณ์ทางศาสนา สัญลักษณ์ทางศาสนา ความเชื่อและความจริงทางศาสนา ศาสนากับเสรีภาพ ศาสนากับการกดขี่ทางเพศ ศาสนากับสันติภาพและความขัดแย้ง เป็นต้น ในการศึกษาวิชานี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย  ๑ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน  ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษา  โดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

 

 

ปรับคำอธิบายรายวิชา
จ. วิชาเลือก  ๖  หน่วยกิต
๘๐๒   ๒๑๐  พุทธปรัชญาในพระสุตตันตปิฎก ๓ (๓-๐-๖)

Buddhist Philosophy in Suttanta Pitaka

ศึกษาทรรศนะทางปรัชญาของพระพุทธศาสนาในพระไตรปิฎก โดยวิเคราะห์จากคำสอนของพระพุทธเจ้า หรือพระสาวกที่ปรากฏในพระสูตรต่าง ๆ  เช่น เรื่องโลก เรื่องมนุษย์ เรื่องอนัตตา เรื่องกรรม  เรื่องการเกิดใหม่  เรื่องอริยสัจสี่  เรื่องมรรคและผล เป็นต้น รวมทั้งแนวคิดทางปรัชญาที่ศึกษาตีความโดยนักปรัชญาร่วมสมัยที่ปรากฏในเอกสารต่าง ๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ

 

 

ไม่มี ตัดรายวิชานี้
๘๐๒  ๒๑๑   ปรัชญาปรากฏการณ์วิทยากับอัตถิภาวนิยม

๓ (๓-๐-๖)

Philosophy of Phenomenology and Existentialism

ศึกษาต้นกำเนิด ลักษณะความคิดและวิธีการของแนวคิดแบบปรากฏการณ์วิทยากับอัตถิภาวนิยม  ปัญหาเรื่องปรากฏการณ์กับความรู้ในทรรศนะของปรากฏการณ์นิยม ปัญหาเรื่องความมีอยู่  สารัตถะของมนุษย์  เสรีภาพ ความรับผิดชอบ และบทบาทปรัชญาปรากฎการณ์วิทยากับอัตถิภาวนิยมที่มีต่อสังคม

 

 

 

 

 

ไม่มี

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัดรายวิชานี้
 

 

ไม่มี

๘๐๒ ๒๒๑       สัมมนาปรัชญาปรากฏการณ์วิทยาและอัตถิภาวนิยม   

                                                                       ๓ (๓-๐-๙)

                     Seminar on Philosophy of Phenomenology

                     and  Existentialism

ศึกษาวิเคราะห์แนวคิดทางปรัชญาที่สำคัญของนักคิดกลุ่มอัตถิภาวนิยม เช่น ปรัชญาของเซอเรน เกียร์เกการ์ด  เฟดริก นิตส์เช คาร์ล จัสเปิร์ส  มาร์ติน ไฮเดกเกอร์  อัลแบรต์ กามูส์  และฌอง-ปอล ซาตร์ และศึกษาแนวความคิดสำคัญในปรากฏการณ์วิทยา เช่น การมุ่งอารมณ์ (Intentionality) สารัตถะ การลดทอน (Reduction) อัตตาเชิงอุตรวิสัย (Transcendental Ego) ในปรัชญาของ ฟรันซ์ เบรนทาโน เอดมุนด์ฮุสเซิร์ล มาร์ติน ไฮเดกเกอร์ แมร์โล ปองตี และฌอง-ปอล ซาตร์  ทั้งนี้ ให้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปรากฏการณ์วิทยากับอัตถิภาวนิยม เพื่อให้เห็นพัฒนาการทางด้านแนวคิดด้วย

 

เพิ่มรายวิชาใหม่
๘๐๒  ๒๑๒  สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันตก ๓ (๓-๐-๖)

Seminar on Problems in Western Philosophy

สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันตก เช่น ปัญหาทางอภิปรัชญา ญาณวิทยา จริยศาสตร์ ตรรกวิทยาหรืออื่น ๆ ในปรัชญาตะวันตก โดยนิสิตต้องแสดงโครงสร้างของรายงานอย่างน้อย          ๓  เรื่อง  แล้วดำเนินการศึกษาค้นคว้าโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา  แล้วเสนอผลการศึกษาค้นคว้าในชั้นเรียน

 

๘๐๒  ๒๑๒         สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันตก       ๓ (๓-๐-๙)

                        Seminar on Problems in Western Philosophy

สัมมนาปัญหาในปรัชญาตะวันตก เน้นศึกษาประเด็นปัญหาทางปรัชญา เช่น ปัญหาทางอภิปรัชญา ญาณวิทยา  จริยศาสตร์ ของนักปรัชญาคนสำคัญในแต่ละยุค เช่น  เพลโต อริสโตเติล โทมัส อไควนัส โทมัส ฮอบส์  คาร์ล มาร์ก เป็นต้น ในการศึกษาวิชานี้ นิสิตต้องแสดงโครงสร้างของรายงานอย่างน้อย ๑ เรื่อง  แล้วดำเนินการศึกษาค้นคว้าโดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา แล้วเสนอผลการศึกษาค้นคว้าในชั้นเรียน

 

ปรับคำอธิบายรายวิชา
๘๐๒  ๒๑๓ ปรัชญาสังคมและการเมืองในพระพุทธศาสนา

๓ (๓-๐-๖)

Socio-Political Philosophy in Buddhism

ศึกษาวิเคราะห์มโนทัศน์พื้นฐานสำคัญทางปรัชญาสังคม เช่น สิทธิ  เสรีภาพ ความยุติธรรม ความเสมอภาค แนวคิดทางการเมืองการปกครองในปรัชญาตะวันตกและปรัชญาตะวันออก เช่น เสรีนิยมประชาธิปไตย  สังคมนิยม และอื่นๆ ที่ปรากฏในพระพุทธศาสนา รวมทั้งประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับศาสนา ปัญหาทางศาสนา จริยธรรมและการเมือง

 

ไม่มี ตัดรายวิชานี้
๘๐๒  ๒๑๔   สัมมนาปัญหาปรัชญาวิทยาศาสตร์       ๓ (๓-๐-๖)

Seminar on Problem of Philosophy of Science

ศึกษาปัญหาเรื่องกฎและทฤษฎีในวิทยาศาสตร์  การอธิบายปรากฏการณ์การยืนยันความจริง  และความน่าจะเป็น  วิธีการทางวิทยาศาสตร์  ทฤษฎีการลดทอนกับวิทยาศาสตร์ การกำหนดขอบเขตของความเป็นและความไม่เป็นวิทยาศาสตร์  ทั้งนี้นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย ๓ ประเด็น  แล้วจัดทำโครงร่างรายงานดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษา

 

๘๐๒  ๓๑๔   สัมมนาปัญหาปรัชญาวิทยาศาสตร์           ๓ (๓-๐-๙)

                 Seminar on Problems of Philosophy of Science

ศึกษาปัญหาเรื่องกฎและทฤษฎีในวิทยาศาสตร์  การอธิบายปรากฏการณ์การยืนยันความจริง  และความน่าจะเป็น  วิธีการทางวิทยาศาสตร์  ทฤษฎีการลดทอนกับวิทยาศาสตร์  การกำหนดขอบเขตของความเป็นและความไม่เป็นวิทยาศาสตร์  ในการศึกษาวิชานี้  นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย ๑ ประเด็น  แล้วจัดทำโครงร่างรายงานดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษา

 

ปรับรหัสรายวิชาและปรับคำอธิบายรายวิชา
๘๐๒  ๒๑๖  พุทธปรัชญาในพระอภิธรรมปิฎก        ๓ (๓-๐-๖)

Buddhist Philosophy in Abhidhamma Pitaka

ศึกษาทรรศนะทางปรัชญาของพระพุทธศาสนาในพระอภิธรรมปิฎก โดยเฉพาะแนวความคิดเรื่องจิต เจตสิก รูป นิพพาน รวมทั้งแนวคิดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ไม่มี ตัดรายวิชานี้
๘๐๒  ๓๑๖  ปรัชญายุคหลังสมัยใหม่    ๓ (๓-๐-๖)

Post Modern Philosophy

ศึกษาวิกฤตการณ์แนวคิดปรัชญาตะวันตกสมัยใหม่  กำเนิดและพัฒนาการของแนวคิดปรัชญาหลังสมัยใหม่  องค์ประกอบที่สำคัญ โดยศึกษาแนวคิดของฟูโกลท์ (Michel Foucault) เดอร์ริดา (Jacques Derrida)  ฮาเบอร์มัส  (Jurgen Habermus) เลียวทาร์ด (Jean-Francois Lyotard) เจมสัน (Fredric Jameson)  แนนซี่  (Fean-Luc Nancy) วัตติโม (Gianni Vattimo) เป็นต้น

 

๘๐๒  ๓๑๖         ปรัชญายุคหลังสมัยใหม่                  ๓ (๓-๐-๙)

                        Post Modern Philosophy

ศึกษากำเนิดและพัฒนาการของแนวคิดปรัชญาหลังสมัยใหม่  เช่น แนวคิดธรรมชาติของมนุษย์ แนวคิดเรื่องกฎหมาย แนวคิดเรื่องภาษา แนวคิดเรื่องความจริง แนวคิดเรื่องเสรีภาพ แนวคิดเรื่องเพศ เรื่องประวัติศาสตร์  เป็นต้น โดยเน้นศึกษาแนวคิดของนักปรัชญาคนสำคัญ เช่น วิตเกนสไตน์ (Witgenstein) ฟูโกลท์ (Michel Foucault) แมคอินไตน์ (Mcintyre) เดอร์ริดา (Jacques Derrida)  ฮาเบอร์มัส  (Jurgen Habermus) เลียวทาร์ด (Jean-Francois Lyotard) เจมสัน (Fredric Jameson)  แนนซี่  (Fean-Luc Nancy) วัตติโม (Gianni Vattimo)   เป็นต้น

 

ปรับคำอธิบายรายวิชา
๘๐๒  ๓๑๘  ปรัชญาจิต     ๓ (๓-๐-๖)

Philosophy of  Mind

ศึกษาวิเคราะห์ปัญหาเรื่องการมีอยู่ของจิต ความสัมพันธ์ระหว่างจิตกับกาย ความคิด จินตนาการ  ความจำ อารมณ์ self-awareness, self-deception, sub-conscious และ artificial intelligence  รวมถึงทฤษฎีที่อธิบายธรรมชาติของจิต  การอธิบายสภาวะทางจิต ทรรศนะของวิทยาศาสตร์และศาสนาต่าง ๆ  รวมทั้งทรรศนะของพระพุทธศาสนา

ไม่มี ตัดรายวิชานี้
ไม่มี ๘๐๒  ๒๑๔         ปรัชญาภาษา                             (๓) (๓-๐-๙)                        Philosophy of Language

ศึกษาวิเคราะห์มโนทัศน์ของปรัชญาภาษา  ทฤษฎีความหมาย  ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับความจริง  ธรรมชาติของภาษา  ของนักปรัชญาตะวันตก เช่น วิตเกนสไตน์ เบอร์ทัน รัสเซลล์ ฟรีเก้เป็นต้น และนักปรัชญาตะวันออก เช่น  ธรรมกีรติ ปรัชญานยายะ เป็นต้น

ย้ายมาจากหมวดวิชาพื้นฐานและปรับคำอธิบายรายวิชา
ฉ. รายวิชาปรับพื้นฐาน  วิชาบังคับไม่นับหน่วยกิต (สำหรับผู้ไม่จบปรัชญาโดยตรง)
๐๐๐ ๒๑๐  ตรรกศาสตร์เบื้องต้น                       (๒) (๒-๐-๔)

Introduction to Logic

ศึกษานิมิต คำที่ปฏิปักษ์ต่อกัน วิภาค การนิยามความหมาย ญัตติประพจน์ในแบบต่างๆ การแบ่งญัตติ ความเป็นปฏิปักษ์แห่งญัตติ ญัตติผสม การให้เหตุผล ปรัตถานิมานและปฤจฉาวาทีแบบต่างๆ ศึกษาหลักการและวิธีการให้เหตุผลจากบทสนทนาของพระพุทธเจ้าในอนัตตลักขณสูตรหรือในสูตรอื่นๆ บทสนทนาในคัมภีร์กถาวัตถุ ญาณวิทยาของนิการสรวาสติวาทิน วิภาษวิธีของนาคารชุน เปรียบเทียบความเหมือนและความต่างระหว่างตรรกศาสตร์ตะวันตกกับตรรกศาสตร์ตะวันออก โดยเฉพาะหลักการเชิงตรรกในคัมภีร์พระพุทธศาสนา

 

 

 

 

ไม่มี

ตัดรายวิชานี้
 

 

 

 

 

ไม่มี

๘๐๒ ๓๒๑          การใช้เหตุผลทางปรัชญา ๒     (๓) (๓-๐-๙)

                        Philosophical Reasoning 2

ศึกษาหลักการและวิธีการใช้เหตุผลแบบนิรนัย (Deductive) และอุปนัย (Inductive) แบบเปรียบเทียบ วิธีการให้เหตุผลแบบมิลล์ เหตุผลวิบัติ (Fallacy) การให้เหตุผลในปรัชญาเชน ทฤษฎีจตุโกฏิของนาคารชุน   โดยศึกษากรณีตัวอย่างงานอภิปรัชญา ญาณวิทยา จริยศาสตร์ สุนทรียศาสตร์ ของนักปรัชญาตะวันตกและตะวันออก แล้วพัฒนาศักยภาพในการคิดเชิงวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ และสังเคราะห์ประเด็นปัญหาตามกรอบการให้เหตุผลนั้นๆ

 

 

รายวิชาใหม่

 

๖๐๓   ๑๐๖  อภิปรัชญาวิเคราะห์                     (๓) (๓-๐-๖)

Analytic Metaphysics

ศึกษาแนวคิดทางอภิปรัชญาหรือทฤษฏีความจริงในปรัชญาตะวันตก เช่น แนวคิดของเพลโต อาริสโตเติล, เรอเน เดส์การ์ดส์, บารุก สปิโนซา, กอตต์ฟริค วิลเฮล์ม ไลบ์นิช, จอร์จ เบิร์กลีย์, เดวิด ฮูม, อิมมานูเอลคานต์, เกออร์ก วิลเฮล์ม ฟรีดริช เฮเกล และปรัชญาตะวันออก เช่น ปรัชญาอินเดีย ปรัชญาจีน และพุทธปรัชญา รวมทั้งการปฏิเสธอภิปรัชญาโดยนักปฏิฐานนิยม และแนวโน้มในอนาคตของอภิปรัชญา

๖๐๓   ๑๐๖        อภิปรัชญาวิเคราะห์                      (๓) (๓-๐-๙)

            Analytic Metaphysics

ศึกษาแนวคิดทางอภิปรัชญาหรือทฤษฎีความเป็นจริงในปรัชญาตะวันตกและตะวันออก เช่น แนวคิดของเพลโต้ อริสโตเติล วัตถุนิยม (Materialism) จิตนิยม (Idealism) ปฏิบัตินิยม (Pragmatism) สัจนิยม (Realism) ปฏิฐานนิยมเชิงตรรกะ (Logical Positivism) อภิปรัชญาเชน  โยคาจาร อภิปรัชญาในพุทธปรัชญา ปัญหาเรื่องเสรีภาพกับความรับผิดชอบทางศีลธรรม : ทัศนะของนิยัตินิยม (Determinism) อนิยัตินิยม (Indeterminism) และทัศนะประนีประนอม (Compatibility) ปัญหาเรื่องเวลาว่าเวลามีจริงหรือไม่ (Is time real?) ความเป็นจริง (Reality) ในพุทธปรัชญาสำนักมัธยมิก (Madhyamika) ความเป็นจริง (Reality) ในพุทธปรัชญาสำนักโยคาจาร

 

ปรับคำอธิบายรายวิชา
๖๐๓   ๒๐๗   ญาณวิทยาวิเคราะห์                     (๓) (๓-๐-๖)

Analytic Epistemology

ศึกษาแนวคิดเรื่องความรู้หรือทฤษฏีความรู้ของปรัชญาตะวันตกและตะวันออกสำนักต่างๆ ในประเด็นเรื่องธรรมชาติของความรู้ ที่มาของความรู้ มาตรฐานในการตัดสินความรู้ ลักษณะของความเชื่อและความมั่นใจ โดยเปรียบเทียบกับญาณวิทยาในพุทธปรัชญา

 

๖๐๓   ๓๐๗        ญาณวิทยาวิเคราะห์                   (๓) (๓-๐-๙)

            Analytic Epistemology

ศึกษาแนวคิดเรื่องความรู้หรือทฤษฏีความรู้ของปรัชญาตะวันตกและตะวันออกสำนักต่างๆ ในประเด็นเรื่องธรรมชาติของความรู้ ที่มาของความรู้ มาตรฐานในการตัดสินความรู้ ลักษณะของความเชื่อและความมั่นใจ โดยเปรียบเทียบกับญาณวิทยาในพุทธปรัชญา

ปรับรหัสรายวิชา
๖๐๓  ๓๐๘   จริยศาสตร์วิเคราะห์                     (๓) (๓-๐-๖)

Analytic Ethics

ศึกษาจริยศาสตร์ในปรัชญาตะวันตกและตะวันออกของสำนักต่างๆ เช่น สำนักสัมพัทธนิยม และสำนักสัมบูรณนิยม แนวคิดเรื่องความดีงามสูงสุดของชีวิต เกณฑ์ตัดสินความดี-ความชั่วทางจริยศาสตร์ ทฤษฏีอภิจริยศาสตร์ (Metaethics) และวิเคราะห์ประเด็นปัญหาทางจริยศาสตร์ร่วมสมัย เช่น ปัญหาการทำแท้ง การฆ่าตัวตาย การุณยฆาต การตัดสินประหารชีวิต การทำสำเนาพันธุกรรม (Cloning) และการวิจัยเซลล์ต้นแบบ (Stem Cell Research) โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบกับแนวคิดทางจริยศาสตร์ในพุทธปรัชญา

 

๖๐๓  ๒๐๘         จริยศาสตร์วิเคราะห์                    (๓) (๓-๐-๙)

            Analytic Ethics

ศึกษาทฤษฎีจริยศาสตร์ในปรัชญาตะวันตก เช่น ประโยชน์นิยม (Utilitarianism) กรณียธรรม (Deontology) อัตตนิยม (Egoism) เน้นศึกษาแนวคิดเรื่องความดีสูงสุดของชีวิต เกณฑ์ตัดสินความดี (Good) ความชั่ว (Bad) ความถูก (Right) ความผิด (Wrong)  นอกจากนี้ยังศึกษาอภิจริยศาสตร์ (Metaethics) และศึกษาทฤษฎีจริยศาสตร์ในปรัชญาตะวันออก  เช่น พุทธจริยศาสตร์ จริยศาสตร์ของเชน เป็นต้น  พร้อมกับวิเคราะห์ประเด็นปัญหาทางจริยศาสตร์ร่วมสมัย เช่น ปัญหาการทำแท้ง การฆ่าตัวตาย การุณยฆาต การตัดสินประหารชีวิต การทำสำเนาพันธุกรรม (Cloning) และการวิจัยเซลล์ต้นแบบ (Stem Cell Research) โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบกับแนวคิดทางจริยศาสตร์ในพุทธปรัชญา

ปรับรหัสรายวิชาและปรับคำอธิบายรายวิชา
๘๐๒  ๒๑๔   ปรัชญาภาษา                      (๓) (๓-๐-๖)              Philosophy of Language

ศึกษาวิเคราะห์มโนทัศน์พื้นฐานในปรัชญาภาษา  ความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับความจริง  ธรรมชาติของภาษา  ทฤษฎีความหมายของนักปรัชญาตะวันตกและตะวันออกรวมทั้งพุทธปรัชญา

ไม่มี

 

ปรับไปอยู่หมวดวิชาเลือก
๘๐๒ ๒๑๙     สัมมนาปรัชญาจีน                   (๓) (๓-๐-๖)

Seminar on Chinese Philosophy

สัมมนาเกี่ยวกับแนวความคิดทางปรัชญาของจีนโบราณสำนักต่าง ๆ เช่น ปรัชญาสำนักหยู สำนักขงจื่อ สำนักเต๋า และสำนักฝ่าเจีย จากคัมภีร์สำคัญของนักปรัชญาแต่ละสำนักทั้งในภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ประเด็นปัญหาใหม่ ๆ ในปรัชญาจีนจากเอกสารบทความ และหนังสือวิชาการทางปรัชญาปัจจุบัน ทั้งนี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย ๓ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษา โดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

๘๐๒ ๒๑๙          สัมมนาปรัชญาจีน                    (๓) (๓-๐-๖)

            Seminar on Chinese Philosophy

สัมมนาเกี่ยวกับแนวคิดมนุษยนิยม  ธรรมชาติของมนุษย์ ทางสายกลาง ธรรมชาติและความจริงของเต๋า แนวคิดเรื่องหยิน-หยาง  ความรักสากล  สวรรค์ สวัสดิการสังคม  สำนักกฎหมายนิยม (Legalism) แนวคิดเรื่องการศึกษา แนวคิดว่าด้วยความดี ความชั่ว โดยเน้นศึกษานักปรัชญาที่มีอิทธิพลต่อแนวคิดและการพัฒนาทางสังคม เช่น ขงจื่อ  เม้งจื่อ เหล่าจื่อ หานเฟยจื่อ ซุนจื่อ   เป็นต้น ในการศึกษาวิชานี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย ๑ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษา โดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

ปรับคำอธิบายรายวิชา
๘๐๒ ๓๒๐   สัมมนาปรัชญาอินเดีย                     (๓) (๓-๐-๖)

Seminar on Indian Philosophy

สัมมนาเกี่ยวกับแนวความคิดทางปรัชญาอินเดียโบราณสำนัก ต่างๆจากคัมภีร์สำคัญของแต่ละสำนักทั้งในภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ประเด็นปัญหาใหม่ ๆ ในปรัชญาอินเดียจากเอกสาร บทความ และหนังสือวิชาการทางปรัชญาปัจจุบัน ทั้งนี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย ๓ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษา โดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

 

 

๘๐๒ ๓๒๐          สัมมนาปรัชญาอินเดีย                    (๓) (๓-๐-๖)

            Seminar on Indian Philosophy

สัมมนาเกี่ยวกับแนวความคิดทางปรัชญาอินเดีย เช่น แนวคิดเรื่องโมกษะ กรรม การเกิดใหม่ เป้าหมายสูงสุด พระพรหม ความหลุดพ้น จากสำนักจารวาก เชน นยายะ ไวเษศิกะ สังขยา โยคะ  มีมางสา  เวทานตะ  อไวทะเวทานตะ พุทธะ เป็นต้น  ในการศึกษาวิชานี้ นิสิตต้องกำหนดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรายวิชาอย่างน้อย ๑ ประเด็น แล้วจัดทำโครงร่างรายงาน ดำเนินการศึกษา รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอผลการศึกษา โดยความเห็นชอบของอาจารย์ประจำวิชา

 

ปรับคำอธิบายรายวิชา
๕) วิทยานิพนธ์
๘๐๐  ๒๐๐         วิทยานิพนธ์            ๓๖   หน่วยกิต

                        Dissertation

เป็นโครงการวิจัยเฉพาะบุคคล โดยการเขียนวิจัยทางปรัชญาหรือสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับปรัชญา นำเสนอวิทยานิพนธ์ และการเขียนบทความเพื่อตีพิมพ์ในหนังสือหรือวารสารวิชาการ

 

๘๐๐  ๒๐๐         วิทยานิพนธ์            ๓๖   หน่วยกิต

                        Dissertation

วิชานี้เป็นโครงการวิจัยทางปรัชญาเฉพาะบุคคล นิสิตต้องทำวิจัย เริ่มตั้งแต่การหาประเด็นปัญหา การเขียนโครงร่าง  การสอบโครงร่าง การเขียนวิจัยจนสำเร็จแล้วนำเสนอสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ และการตีพิมพ์บทความวิจัย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัยว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ และระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง

 

ปรับคำอธิบายรายวิชา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาคผนวก ข

 

คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำสั่งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ที่ ๑๒๐ /๒๕๕๙

เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต พุทธศาสตรมหาบัณฑิต   และหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

————-

เพื่อให้การดำเนินการพัฒนาหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และ บรรลุตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๑) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ จึงแต่งตั้งผู้มีรายนามดังต่อไปนี้ เป็นคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต พุทธศาสตรมหาบัณฑิต และ หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประกอบด้วย

 

  คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรประจำบัณฑิตวิทยาลัย

 

             ๑.  รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร                                      ที่ปรึกษา

๒.  รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ                                     ที่ปรึกษา

๓.  รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา                        ที่ปรึกษา

๔   รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป                                ที่ปรึกษา

๕.  รองอธิการบดีวิทยาเขตขอนแก่น                              ที่ปรึกษา

๖.  รองอธิการบดีวิทยาเขตเชียงใหม่                               ที่ปรึกษา

๗.  คณบดีคณะพุทธศาสตร์                                         ที่ปรึกษา

๘. คณบดีคณะครุศาสตร์                                           ที่ปรึกษา

๙. คณบดีคณะมนุษยศาสตร์                                        ที่ปรึกษา

๑๐. คณบดีคณะสังคมศาสตร์                                       ที่ปรึกษา

๑๑. คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย                                        ประธานกรรมการ

๑๒.รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ฝ่ายบริหาร                       รองประธานกรรมการ

๑๓.รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ฝ่ายวิชาการ                      รองประธานกรรมการ

๑๔.พระราชสิทธิมุนี วิ.                                             กรรมการ

             ๑๕.รศ.ดร.สุรพล สุยะพรม                                         กรรมการ

๑๖.ผศ.ดร.สิริวัฒน์ ศรีเครือดง                                     กรรมการ

๑๗.รศ.ดร.สมศักดิ์ บุญปู่                                           กรรมการ

๑๘.ผศ.ดร.ณัฐธีร์  ศรีดี                                             กรรมการ                               ๑๙.แม่ชีศันสนีย์  เสถียรสุต        กรรมการ

๒๐.รศ.เวทย์ บรรณกรกุล                                          กรรมการ

๒๑.รศ.ดร.วันชัย  พลเมืองดี                                        กรรมการ

๒๒.รศ.ดร.เอกฉัท  จารุเมธีชน                                     กรรมการ

๒๓.ดร.ไพฑูรย์  รื่นสัตย์                                            กรรมการ

๒๔.ศ. ดร.สมภาร พรมทา                                          กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

๒๕.ศ. ดร.วัชระ งามจิตรเจริญ                                     กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

๒๖. รศ. บำรุง สุขพรรณ์                                            กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

๒๗.ดร. วีรชาติ นิ่มอนงค์                                           กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

๒๘. เลขานุการสำนักงานคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย                   กรรมการและเลขานุการ

 

คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา

หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา

 

             ๑.  พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร,ดร.                                ประธานกรรมการ

             ๒.  พระครูภาวนาโพธิคุณ,ดร.                                      กรรมการ

๓.   พระมหาทวี มหาปญฺโญ,ผศ.ดร.                                กรรมการ

๔.  พระมหาดวงจันทร์ คุตฺตสีโล,ดร.                              กรรมการ

๕.  รศ.ดร.สมิทธิพล  เนตรนิมิต                                   กรรมการ

๖.  ผศ.ดร.แม่ชีกฤษณา รักษาโฉม                                 กรรมการ

๗.  ผศ.ดร.วุฒินันท์  กันทะเตียน                                  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

๘.  ผศ.ดร.มนตรี   สิระโรจนานันท์                                กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

๙.  ผศ.ดร.ประพันธ์ ศุภษร                                        กรรมการและเลขานุการ

 

คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาธรรมนิเทศ

และหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตสาขาวิชาพระไตรปิฏกศึกษา

             ๑.  พระมหาทวี มหาปญฺโญ,ผศ.ดร.                                ประธานกรรมการ

             ๒.  พระมหาอดิเดช สติวโร,ดร.                                    กรรมการ

๓.  ผศ.รังษี สุทนต์                                                 กรรมการ

๔.  ดร.จุฑามาศ  วารีแสงทิพย์                                     กรรมการ

๕.  ผศ.ดร.ชยุต  ภวภานันท์กุล                                    กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

๖.  รศ.ดร. สมาน  งามสนิท                                       กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

๗. ดร.บุญเลิศ โอฐสู                                                กรรมการและเลขานุการ

 

คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต  สาขาวิชาปรัชญา

หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา

๑. พระมหาพรชัย   สิริวโร,ดร.                                     ประธานกรรมการ

๒. พระราชวรเมธี,ดร.                                               กรรมการ

๓. พระมหาไพรัชน์ ธมฺมทีโป,ดร.                                   กรรมการ

๔. พระมหากฤษณะ  ตรุโณ,ผศ.ดร.                                กรรมการ

๕. พระมหาขวัญชัย  กิตฺติเมธี,ดร.                                  กรรมการ

๖. ศ.ดร.สมภาร  พรมทา                                           กรรมการ

๗. รศ.ดร.ประเวศ อินทองปาน                                     กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

๘. ดร.วีรชาติ นิ่มอนงค์                                             กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

๙. พระมหาดนัยพัชร์  คมฺภีรปญฺโญ, ดร.                          กรรมการและเลขานุการ

 

คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสันติศึกษา

๑.พระมหาหรรษา  ธมฺมหาโส,รศ.ดร.                              ประธานกรรมการ

๒.รศ.ดร.โคทม   อารียา                                            กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

๓.ดร.ขันทอง วัฒนะประดิษฐ์                                      กรรมการ

๔.พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ                                           กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

๕.ดร.พูนสุข  มาศรังสรรค์                                          กรรมการ

๖.ดร.นพ.บรรพต  ตันธีรวงศ์                                       กรรมการ

๗.ดร.อุทัย   สติมั่น                                                 กรรมการ

๘.พระมหาดวงเด่น  ฐิติญาโณ,ดร.                                  กรรมการและเลขานุการ

 

ให้คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินงานปรับปรุงหลักสูตรให้เป็นไปตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒

ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่   ๒๔      เดือน   กุมภาพันธ์  พุทธศักราช   ๒๕๕๙

 

(พระพรหมบัณฑิต)

อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาคผนวก ค

 

  • ประวัติและผลงานทางวิชาการของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร
  • ประวัติและผลงานทางวิชาการของอาจารย์ประจำหลักสูตร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประวัติและผลงานทางวิชาการของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร

ò³ò

๑.พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.

๑. ชื่อ/ฉายา/สกุล                        พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.

๓๓๖๐๖๐๐๐๑๔๑๗๙              

๒. ตำแหน่งทางวิชาการ               ผู้ช่วยศาสตราจารย์

๓. สาขาที่เชี่ยวชาญ                     ปรัชญาและศาสนา

๔. สังกัด-สถานที่                        หลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาปรัชญา

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น

๕.ประวัติการศึกษา

             คุณวุฒิ  ปีที่สำเร็จ ชื่อสถานที่ศึกษา
พธ.บ. (ศาสนา) ๒๕๓๔ ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
M.A. (Political Science) ๒๕๓๘ Tilak College, India
M.A. (Philosophy) ๒๕๔๒ University  of  Pune, India
Ph.D. (Philosophy) ๒๕๔๕ University of  Pune, India

ใบเทียบวุฒิเลขที่ศธ๐๕๐๖(๒)/๒๙๒๐

๖.ภาระงานในความรับผิดชอบ(ภายใน ๓ ปีย้อนหลัง)

๖.๑ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาตรี

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑. สัมมนาปัญหาปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. พระพุทธศาสนากับการพัฒนาคุณภาพชีวิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๓. พระพุทธศาสนากับปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๔. พระพุทธศาสนากับความมั่นคงของมนุษย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๕. พุทธปรัชญากับการบริหารจัดการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๖. พระพุทธศาสนากับสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

๖.๒ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาโท

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑. (๖๐๒ ๒๐๓) ระเบียบวิธีวิจัยทางปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๑. ๖๐๐ ๑๐๑ พระไตรปิฎกวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. ๖๐๓ ๓๐๘ จริยศาสตร์วิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๓. ๖๐๐ ๒๐๗ ญาณวิทยาวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๔. ๖๐๓ ๑๐๖ อภิปรัชญาวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

๖.๓ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาเอก

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑. (๘๐๒ ๑๔๒)งานวิชาการภาษาอังกฤษเพื่อการวิจัยเชิงปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. (๘๐๒ ๒๐๓)ระเบียบวิธีวิจัยชั้นสูงเชิงปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๓. (๘๐๒ ๓๒๐)สัมมนาปรัชญาอินเดีย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๔. (๘๐๐ ๓๐๖)วิปัสสนากรรมฐาน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗.ผลงานทางวิชาการ (งานวิจัย/บทความทางวิชาการ/หนังสือ/ตำรา)

           ๗.๑ งานวิจัย

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๘) ศึกษาบทบาทการเสริมสร้างสุขภาวะเชิงพุทธของสำนักปฏิบัติธรรมประจำวันจังหวัดขอนแก่น.ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๕๙ แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารวิชาการในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติและระดับชาติ มจร.วิทยาเขตขอนแก่น วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๘)  การศึกษาพัฒนาการจัดตั้งสถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น.ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๕๙ แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๓ (ฉบับพิเศษ) ประจำเดือนพ.ย.-ธ.ค.๒๕๕๙.

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๘)  งานวิจัยร่วม, การศึกษาเปรียบเทียบทฤษฎีความรู้ของเดวิด  ฮิวม์กับนยายะในปรัชญาอินเดีย.ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๕๙ แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารวิชาการในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติและระดับชาติ มจร.วิทยาเขตขอนแก่น วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙

แหล่งที่ตีพิมพ์:วารสารวิชาการในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติและระดับชาติ มจร.วิทยาเขตขอนแก่น วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙

           ๗.๒ บทความวิจัย/บทความวิชาการ

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๘) ศึกษาบทบาทการเสริมสร้างสุขภาวะเชิงพุทธของสำนักปฏิบัติธรรมประจำวันจังหวัดขอนแก่น.ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๕๙ แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารวิชาการในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติและระดับชาติ มจร.วิทยาเขตขอนแก่น วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๘)  การศึกษาพัฒนาการจัดตั้งสถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น.ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๕๙ แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๓ (ฉบับพิเศษ) ประจำเดือนพ.ย.-ธ.ค.๒๕๕๙.

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๘)  งานวิจัยร่วม, การศึกษาเปรียบเทียบทฤษฎีความรู้ของเดวิด  ฮิวม์กับนยายะในปรัชญาอินเดีย.ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๕๙ แหล่งที่ตีพิมพ์ : วารสารวิชาการในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติและระดับชาติ มจร.วิทยาเขตขอนแก่น วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๒) ศึกษาตีความสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธ  วารสารพุทธศาสตร์-ปรัชญาปริทรรศน์, ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๑ มิถุนายน – ธันวาคม ๒๕๕๒

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๔) ธรรมของในหลวง วารสารศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยขอนแก่น (Journal of General Education Khon Kaen University: JGE: KKU) ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๔

๗.๓ หนังสือ/ตำรา

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๔๕)  การเมืองใหม่วิถีพุทธ, พิมพ์ครั้งที่ ๓ สำนักพิมพ์ บริษัทคลังนานาวิทยาขอนแก่น

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๔๖)มรดกไทย มรดกธรรม, พิมพ์ครั้งที่ ๒ สำนักพิมพ์ บริษัทคลังนานาวิทยาขอนแก่น

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๔๗)ธรรมนูญชีวิตจากคาถาธรรมบท, พิมพ์ครั้งที่ ๑ สำนักพิมพ์ บริษัทคลังนานาวิทยาขอนแก่น

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๔)ธรรมซีรี่ชุดที่ ๑ อยู่ก็สบายไปก็มีสุข, พิมพ์ครั้งที่ ๔ , สำนักพิมพ์ บริษัทคลังนานาวิทยาขอนแก่น

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๖)ธรรมซีรี่ชุดที่ ๒ ไขปัญหาปริศนาธรรมศาลาโพธสาร ๗๒, พิมพ์ครั้งที่ ๓ สำนักพิมพ์ บริษัทคลังนานาวิทยาขอนแก่น

 

๘. กรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ระดับบัณฑิตวิทยาลัย– มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

 

๒. ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ

 

๑. ชื่อ/ฉายา/สกุล                  ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ

                                      ๓๒๕๐๒๐๐๖๖๓๒๕๑

๒. ตำแหน่งทางวิชาการ           ผู้ช่วยศาสตราจารย์

๓. สาขาที่เชี่ยวชาญ               ปรัชญา/ศาสนา

๔. สังกัด-สถานที่                    หลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาปรัชญา

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น

๕.ประวัติการศึกษา

คุณวุฒิ ปีที่สำเร็จ ชื่อสถานที่ศึกษา
พธ.บ.(ปรัชญา) ๒๕๓๙ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
M.A.(Philosophy) ๒๕๔๑ University of Madras, India

ใบเทียบวุฒิเลขที่ศธ๐๕๐๖(๒)/๑๓๑๒๘

M.A. (Pali& Buddhist Studies) ๒๕๔๔ Banaras Hindu University, India
Ph.D.(Philosophy) ๒๕๔๖ Magadh University, India

ใบเทียบวุฒิเลขที่ศธ๐๕๐๖(๒)/๓๒๒๒

 

๖.ภาระงานในความรับผิดชอบ(ภายใน ๓ ปีย้อนหลัง)

          ๖.๑ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาตรี

ที่ วิชา มหาวิทยาลัย
อภิปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พุทธศาสนากับปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระพุทธศาสนากับภูมิปัญญาไทย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ศึกษาอิสระทางปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

๖.๒ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาโท

ที่ วิชา มหาวิทยาลัย
๖๐๓ ๓๐๖ อภิปรัชญาวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๖๐๓ ๓๑๕ สุนทรียศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๖๐๓ ๓๐๙ สัมมนาปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

๖.๓ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาเอก

ที่ วิชา มหาวิทยาลัย
๖๐๓ ๓๐๖ อภิปรัชญาวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๖๐๓ ๓๑๕ สุนทรียศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๘๐๒ ๓๑๙ สัมมนาปรัชญาจีน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

         

๗.ผลงานทางวิชาการ (งานวิจัย/บทความทางวิชาการ/หนังสือ/ตำรา)

           ๗.๑ งานวิจัย

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ (๒๕๕๖).

พุทธจริยศาสตร์กับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม. ทุนวิจัยวิทยาเขตขอนแก่นและวิทยาลัยสงฆ์เลย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

 

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, พระครูสุธีคัมภีรญาณ, ผศ.ดร., พระมหานิพนธ์ มหาธมฺมรกฺขิโต (๒๕๕๘)

           การบริหารจัดการกลุ่มอาชีพเสริมเพาะเห็ดนางฟ้า : กรณีศึกษา กลุ่มสตรีบ้านขอนแดง ตำบลนาอาน อำเภอเมือง จังหวัดเลย. ทุนวิจัยวิทยาเขตขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

 

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, ผศ.ดร.จรัส ลีกา, พระมหาดาวสยาม วชิรปญฺโญ, ผศ.ดร., ร.ต.ดร.วสันต์ ศรีสอาด (๒๕๕๙)

การพัฒนาปัญญาตามแนวพุทธจริยศาสตร์ของสำนักปฏิบัติธรรมวัดโพธิ์บ้านโนนทัน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. ทุนวิจัยวิทยาเขตขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

          

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ (๒๕๖๐) กำลังดำเนินการ.

ศึกษาวิเคราะห์การพัฒนาปัญญาของสำนักปฏิบัติธรรมในจังหวัดขอนแก่น.ทุนวิจัยสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

           ๗.๒ งานวิจัยร่วม

พระมหาดาวสยาม วชิรปญฺโญ, ผศ.ดร., ผศ.ดร.จรัส ลีกา, ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, ร.ต.ดร.วสันต์ ศรีสะอาด (๒๕๕๙)

รูปแบบและกระบวนการสร้างความเข้มแข็งของบ้าน วัด โรงเรียน ในการจัดการปัญหายาเสพติดแนวพุทธในจังหวัดขอนแก่น. ทุนวิจัยวิทยาเขตขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

ร.ต.ดร.วสันต์ ศรีศรีสะอาด, ผศ.ดร.จรัส ลีกา, ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, ดร.อุบลรัตน์ แสวงผล, พระมหาจรูญ กิตฺติปญฺโญ,ดร., นายธีร์ดนัย กัปโป, นายสวาท ฮาดภักดี, นายทรงพล โชติกเวชกุล(๒๕๕๙).

           บทบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของเยาวชน : กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุงธนสาร อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น. ทุนวิจัยวิทยาเขตขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

๗.๓ บทความทางวิชาการ

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ(๒๕๕๖).“พุทธจริยศาสตร์กับการแก้ปัญหาสิ่งล้อม”

ตีพิมพ์และนำเสนอบทความวิชาการในการประชุมวิชาการระดับชาติและเขตลุ่มแม่น้ำโขง ในวารสารวิชาการแสงอีสาน ปีที่ ๑๒ ฉบับที่๒๗ ประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๕๘ มมร.วิทยาเขตอีสาน วันที่ ๒๘-๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๘.

 

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ (๒๕๕๘).“การพัฒนาปัญญาตามแนวพุทธจริยศาสตร์”

ตีพิมพ์ในโครงการปรระชุมวิชาการการนำเสนอผลวิจัยระดับชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ครั้งที่ ๕ วันที่ ๑๗ – ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๘

 

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, พระครูสุธีคัมภีรญาณ, ผศ.ดร., พระมหานิพนธ์ มหาธมฺมรกฺขิโต,(๒๕๕๘).“การบริหารจัดการกลุ่มอาชีพเสริมเพาะเห็ดนางฟ้า : กรณีศึกษากลุ่มสตรีบ้านขอนแดงตำบลนาอาน อำเภอเมือง จังหวัดเลย”

ตีพิมพ์ในวารสารการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ เรื่อง “พุทธบูรณาการวิจัยเพื่อพัฒนาสังคมให้ยั่งยืน” มจร.วิทยาเขตขอนแก่น วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙.

 

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, ผศ.ดร.จรัส ลีกา, พระมหาดาวสยาม วชิรญาโณ, ผศ.ดร., ร.ต.ดร.วสันต์ ศรีสะอาด, (๒๕๕๙)“การพัฒนาปัญญาตามแนวพุทธจริยศาสตร์ของสำนักปฏิบัติธรรมวัดโพธิ์บ้านโนนทัน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น”

         ตีพิมพ์ในวารสารธรรมทรรศน์ ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๑ ประจำเดือน พฤศจิกายน – ธันวาคม ๒๕๕๙, สำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น.

 

Asst.Prof.Dr.ChakkapanWongpornpavan, Asst.Prof.Dr.JarasLeeka, PhramahaDaosiamVachirapanyo, Asst.Prof.Dr., 2,Lt,Dr.Vasant Srisaa, PhramahaJaroonKittipanyo, Dr., Asst.Prof.ChumpholPanket, PhairatPanket, PunyaSunanta. (2560). “The intellectual development in the way ofBuddhist ethics of theMeditation center ofProbannontan temple, Naimuang Sub-District,Muang District, KhonKaen Province

           NIC The 4 th National and the 2nd International Conference 2017, Mahachulalongkornrajavidyalaya University, KhonKaen Campus

 

๗.๓ บทความวิจัยร่วม

ผศ.ดร.จรัส ลีกา, พระมหาปพนกตสาโร, พระวันดี กนฺตวีโร, พระมหาจรูญ กิตฺติปญฺโญ, ดร., ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, ร.ต.วสันต์ ศรีสะอาด, ทศพร พรหมเทศ, ผศ.ดร.กิตติศักดิ์ ดียา (๒๕๕๙)

กระบวนการอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในจังหวัดขอนแก่น. ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการธรรมทรรศน์, ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๓ (ฉบับพิเศษ) ประจำเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ๒๕๕๙.

 

ร.ต.ดร.วสันต์ ศรีศรีสะอาด, ผศ.ดร.จรัส ลีกา, ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, ดร.อุบลรัตน์ แสวงผล, พระมหาจรูญ กิตฺติปญฺโญ,ดร., นายธีร์ดนัย กัปโป, นายสวาท ฮาดภักดี, นายทรงพล โชติกเวชกุล(๒๕๕๙).

บทบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของเยาวชน : กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุงธนสาร อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น.ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการธรรมทรรศน์, ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๓ (ฉบับพิเศษ) ประจำเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ๒๕๕๙.

 

พระมหาดาวสยาม วชิรปญฺโญ, ดร., ผศ.ดร.จรัส ลีกา, ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, ร.ต.วสันต์ ศรีสะอาด (๒๕๖๐).

รูปแบบและกระบวนการสร้างความเข้มแข็งของบ้าน วัด โรงเรียน ในการจัดการปัญหายาเสพติดแนวพุทธในจังหวัดขอนแก่น.ตีพิมพ์ในวารสารการประชุมระดับชาติครั้งที่ ๔ เรื่อง “พุทธนวัตถกรรมเพื่อพัฒนาประเทศไทย” วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น.

 

Asst.Prof.Dr.JarasLeeka, PhraWandeePavase, PhramahaPaponKatasaro, Asst.Prof.Dr.ChakkapanWongpornpavan, 2/Lt.Dr.VasantSrisaard, PhramahaJaroonKittipanno, PhramahaBanjongSirijantho, TossapornPromtes(2017).

The conservative Processes of Bailan Scriptures with the Participation of People in KhonKaen Province.NIC The 4 th National and the 2nd International Conference 2017, Mahachulalongkornrajavidyalaya University, KhonKaen Campus

 

2/Lt.Dr.vasantSrisaard, Asst.Prof.Dr.JarasLeeka,Asst.Prof.Dr.Suvintongpan, Asst.Prof.Dr.ChakkapanWongpornpavan,PhramahaJaroonKittipanno, Dr., Dr.TanachaiManipikhai, PhramahaDoasiamVajirapanno, Asst.Prof.Dr., Mr.SawatHadpagdee(2017).

Roles of Sub-district Administrative Organization in Preventing and Solving Drug Addiction Youth: A Case Study of Kungthanasan Sub-District Administrative Organization, Phuvieng District, KhonKaen Province.NIC The 4 th National and the 2nd International Conference 2017, Mahachulalongkornrajavidyalaya University, KhonKaen Campus

๗.๓ หนังสือ/ตำรา

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ.(๒๕๕๕). ปรัชญา : ศาสตร์แห่งภูมิปัญญามนุษย์.วิทยาลัยสงฆ์เลย:สำนักพิมพ์สยาม.

๓. ผศ.ดร.จรัส  ลีกา

๑. ชื่อ/ฉายา/สกุล                        ผศ.ดร.จรัส  ลีกา

                                      ๓๕๓๐๔๐๐๑๗๙๖๙๕

๒. ตำแหน่งทางวิชาการ               ผู้ช่วยศาสตราจารย์

๓. สาขาที่เชี่ยวชาญ                     ปรัชญา/ศาสนา

๔. สังกัด-สถานที่                        หลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาปรัชญา

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น

๕.ประวัติการศึกษา

             คุณวุฒิ  ปีที่สำเร็จ ชื่อสถานที่ศึกษา
พุทธศาสตรบัณฑิต(พธ.บ.ศาสนา) ๒๕๓๕ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
M.A.  (Indian Philosophy) ๒๕๓๘ University  of  Madras,India

ใบเทียบวุฒิเลขที่ศธ๐๕๐๖(๒)/๑๒๐๙๓

Ph.D. (Philosophy) ๒๕๔๙ Magadh  University, India

ใบเทียบวุฒิเลขที่ศธ๐๕๐๖(๒)/๓๒๓๔

๖.ภาระงานในความรับผิดชอบ(ภายใน ๓ ปีย้อนหลัง)

๖.๑ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาตรี

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑. ๑๐๔ ๔๑๔ สัมมนาปัญหาปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. ๑๐๔ ๓๒๖ จริยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๓. ๑๐๔ ๓๐๙ ปรัชญาอินเดียสมัยโบราณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๔. ๐๐๐ ๒๑๐ ตรรกศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

๖.๒ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาโท

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑. ๖๐๐ ๑๐๑ พระไตรปิฎกวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. ๖๐๓ ๓๐๘ จริยศาสตร์วิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๓. ๖๐๐ ๒๐๗ ญาณวิทยาวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๔. ๘๐๐ ๔๐๑ สัมมนาวิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

          ๖.๓ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาเอก

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑. ๐๐๐ ๒๑๐ ตรรกศาสตร์เบื้องต้น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. ๘๐๒ ๑๐๑ สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๓. ๖๐๓ ๓๐๘ จริยศาสตร์วิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๔. ๖๐๐ ๒๐๗ ญาณวิทยาวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๕. ๘๐๐ ๔๐๑ สัมมนาวิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

๗.ผลงานทางวิชาการ (งานวิจัย/บทความทางวิชาการ/หนังสือ/ตำรา)

           ๗.๑ งานวิจัย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๖)

แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในการป้องกันและแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ของเด็กและเยาวชนเขตอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๕๗,แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ ปีที่ ๑๔ ฉบับที่ ๑(มี.ค. – มิ.ย.๒๕๕๗)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๗)

แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในการอนุรักษ์ป่าชุมชน : กรณีศึกษาวัดป่าบ้านหนองกุงธนสาร ตำบลหนองกุงธนสาร อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น.

ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๕๙    แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม  ปีที่ ๒  ฉบับที่ ๑ (มกราคม – มิถุนายน ๒๕๕๙)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกาและคณะ.(๒๕๕๘)

แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในการอนุรักษ์ป่าชุมชน : กรณีศึกษาวัดป่าประชาสรรค์ ตำบลหนองสองห้อง อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น.๒๕๕๙ ปีที่ตีพิมพ์  :๒๕๕๙(2016)           แหล่งที่ตีพิมพ์ : NIC 2016  The 3rd National and The  1st  International  Conferences  2016 “Integration  of  Buddhism  with  research  to  develop  a  sustainable  society”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๙)    กระบวนการอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในจังหวัดขอนแก่น,(The Conservative processes of Bailan Scriptures Participation of people in Khonkean Province) ทุนสนับสนุน วช.ปี ๕๙ MCU RS 610759119,ปีที่ตีพิมพ์ : พฤศจิกายน ๒๕๕๙ – กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐, แหล่งที่ตีพิมพ์ : วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ ฐานTCI ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๓ (ฉบับพิเศษ)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๖๐) รูปแบบและกระบวนการสร้างความเข้มแข็งของบ้าน วัด โรงเรียนในการจัดการปัญหายาเสพติดแนวพุทธของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(The model and process to create strength of villages – monasteries – schools  on  the  problems – Addictive Drug  tackling, A  ccording  to  Buddhism  in  the Northeastern Region) ทุนสนับสนุน วช. ปี ๖๐ สัญญาเขที่ว.๐๘๕/๒๕๖๐ MCU RS ๖๑๐๗๖๐๐๘๕, ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๖๐(2017)แหล่งที่ตีพิมพ์ : NIC 2016  The 4rd National and The  2st  International  Conferences  2017 “Buddhist  Innovation for  developing  Thailand”

๗.๒ บทความวิจัย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๖) แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในการป้องกันและแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ของเด็กและเยาวชนเขตอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

ปีที่ตีพิมพ์ :๒๕๕๗ แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ ปีที่ ๑๔ ฉบับที่ ๑(มี.ค. – มิ.ย.๕๗)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๗) แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในการอนุรักษ์ป่าชุมชน : กรณีศึกษาวัดป่าบ้านหนองกุงธนสาร ตำบลหนองกุงธนสาร อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น. ปีที่ตีพิมพ์ :๒๕๕๙ แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม  ปีที่ ๒  ฉบับที่ ๑ (มกราคม –  มิถุนายน ๒๕๕๙)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๘) Guidline  on  Participating  Development  of  the  Local  Governmental  Organization  for  the  Community  Forest  Preservation : A  case  study  of  Wat  Pa  Pachasan  Hnong  Songhong  District, Khon  Kaen  Province.

ปีที่ตีพิมพ์  :๒๕๕๙(2016)    แหล่งที่ตีพิมพ์ : NIC 2016  The 3rd National and The 1st  International  Conferences  2016 “Integration  of  Buddhism  with  research  to  develop  a  sustainable  society”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๗) กระบวนการอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในจังหวัดขอนแก่น,(The Conservative processes of Bailan Scriptures Participation of people in Khonkean Province) ทุนสนับสนุน วช.ปี ๕๙ ปีที่ตีพิมพ์ : พฤศจิกายน ๒๕๕๙ – กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ แหล่งที่ตีพิมพ์ : วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๓ ฉบับพิเศษ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๖๐) The model and process to create strength of villages – monasteries – schools  on  the  problems – Addictive Drug  tackling, A  ccording  to  Buddhism  in  the Northeastern Region) ทุนสนับสนุน วช. ปี ๖๐ สัญญาเขที่ว.๐๘๕/๒๕๖๐ MCU RS ๖๑๐๗๖๐๐๘๕, ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๖๐(2017)แหล่งที่ตีพิมพ์ : NIC 2016  The 4rd National and The  2st  International  Conferences  2017 “Buddhist  Innovation for  developing  Thailand”

๗.๓ หนังสือ/ตำรา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๙).ตรรกศาสตร์เบื้องต้น.วิทยาเขตขอนแก่น : สำนักพิมพ์เอมมี่ก๊อบปี้ปริ้นท์.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๔๗) ประวัติการศึกษาไทย. ขอนแก่นการพิมพ์.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๕) ปรัชญาอินเดีย.ขอนแก่นการพิมพ์.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๖) หน้าปรัชญาอินเดียร่วมสมัย.ขอนแก่นการพิมพ์.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๗) หน้าจิตวิทยาผู้สูงอายุ.ขอนแก่นการพิมพ์.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๘) หน้าการพัฒนาแบบยั่งยืน.ขอนแก่นการพิมพ์.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๔๖) การเมือการปกครองของไทย.ขอนแก่นการพิมพ์.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๖) การเมืองการปกครองเปรียบเทียบ.ขอนแก่นการพิมพ์.

 

๘. กรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ระดับบัณฑิตวิทยาลัย– มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

ประวัติและผลงานทางวิชาการของอาจารย์ประจำหลักสูตร

ò³ò

บัณฑิตวิทยาลัย (วิทยาเขตขอนแก่น)

๑. พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.

๑. ชื่อ/ฉายา/สกุล                        พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.

๓๓๖๐๖๐๐๐๑๔๑๗๙              

๒. ตำแหน่งทางวิชาการ               ผู้ช่วยศาสตราจารย์

๓. สาขาที่เชี่ยวชาญ                     ปรัชญาและศาสนา

๔. สังกัด-สถานที่                        หลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาปรัชญา

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น

๕.ประวัติการศึกษา

             คุณวุฒิ  ปีที่สำเร็จ ชื่อสถานที่ศึกษา
พธ.บ. (ศาสนา) ๒๕๓๔ ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
M.A. (Political Science) ๒๕๓๘ Tilak College, India
M.A. (Philosophy) ๒๕๔๒ University  of  Pune, India
Ph.D. (Philosophy) ๒๕๔๕ University of  Pune, India

ใบเทียบวุฒิเลขที่ศธ๐๕๐๖(๒)/๒๙๒๐

๖.ภาระงานในความรับผิดชอบ(ภายใน ๓ ปีย้อนหลัง)

๖.๑ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาตรี

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑. สัมมนาปัญหาปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. พระพุทธศาสนากับการพัฒนาคุณภาพชีวิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๓. พระพุทธศาสนากับปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๔. พระพุทธศาสนากับความมั่นคงของมนุษย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๕. พุทธปรัชญากับการบริหารจัดการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๖. พระพุทธศาสนากับสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

๖.๒ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาโท

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑. (๖๐๒ ๒๐๓) ระเบียบวิธีวิจัยทางปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๑. ๖๐๐ ๑๐๑ พระไตรปิฎกวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. ๖๐๓ ๓๐๘ จริยศาสตร์วิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๓. ๖๐๐ ๒๐๗ ญาณวิทยาวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๔. ๖๐๓ ๑๐๖ อภิปรัชญาวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

๖.๓ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาเอก

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑. (๘๐๒ ๑๔๒)งานวิชาการภาษาอังกฤษเพื่อการวิจัยเชิงปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. (๘๐๒ ๒๐๓)ระเบียบวิธีวิจัยชั้นสูงเชิงปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๓. (๘๐๒ ๓๒๐)สัมมนาปรัชญาอินเดีย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๔. (๘๐๐ ๓๐๖)วิปัสสนากรรมฐาน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗.ผลงานทางวิชาการ (งานวิจัย/บทความทางวิชาการ/หนังสือ/ตำรา)

           ๗.๑ งานวิจัย

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๘) ศึกษาบทบาทการเสริมสร้างสุขภาวะเชิงพุทธของสำนักปฏิบัติธรรมประจำวันจังหวัดขอนแก่น.ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๕๙ แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารวิชาการในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติและระดับชาติ มจร.วิทยาเขตขอนแก่น วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๘)  การศึกษาพัฒนาการจัดตั้งสถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น.ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๕๙ แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๓ (ฉบับพิเศษ) ประจำเดือนพ.ย.-ธ.ค.๒๕๕๙.

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๘)  งานวิจัยร่วม, การศึกษาเปรียบเทียบทฤษฎีความรู้ของเดวิด  ฮิวม์กับนยายะในปรัชญาอินเดีย.ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๕๙ แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารวิชาการในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติและระดับชาติ มจร.วิทยาเขตขอนแก่น วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙

แหล่งที่ตีพิมพ์:วารสารวิชาการในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติและระดับชาติ มจร.วิทยาเขตขอนแก่น วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙

           ๗.๒ บทความวิจัย/บทความวิชาการ

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๘) ศึกษาบทบาทการเสริมสร้างสุขภาวะเชิงพุทธของสำนักปฏิบัติธรรมประจำวันจังหวัดขอนแก่น.ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๕๙ แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารวิชาการในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติและระดับชาติ มจร.วิทยาเขตขอนแก่น วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๘)  การศึกษาพัฒนาการจัดตั้งสถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น.ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๕๙ แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๓ (ฉบับพิเศษ) ประจำเดือนพ.ย.-ธ.ค.๒๕๕๙.

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๘)  งานวิจัยร่วม, การศึกษาเปรียบเทียบทฤษฎีความรู้ของเดวิด  ฮิวม์กับนยายะในปรัชญาอินเดีย.ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๕๙ แหล่งที่ตีพิมพ์ : วารสารวิชาการในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติและระดับชาติ มจร.วิทยาเขตขอนแก่น วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๒) ศึกษาตีความสุขภาวะองค์รวมวิถีพุทธ  วารสารพุทธศาสตร์-ปรัชญาปริทรรศน์, ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๑ มิถุนายน – ธันวาคม ๒๕๕๒

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๔) ธรรมของในหลวง วารสารศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยขอนแก่น (Journal of General Education Khon Kaen University: JGE: KKU) ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๕๔

๗.๓ หนังสือ/ตำรา

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๔๕)  การเมืองใหม่วิถีพุทธ, พิมพ์ครั้งที่ ๓ สำนักพิมพ์ บริษัทคลังนานาวิทยาขอนแก่น

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๔๖)มรดกไทย มรดกธรรม, พิมพ์ครั้งที่ ๒ สำนักพิมพ์ บริษัทคลังนานาวิทยาขอนแก่น

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๔๗)ธรรมนูญชีวิตจากคาถาธรรมบท, พิมพ์ครั้งที่ ๑ สำนักพิมพ์ บริษัทคลังนานาวิทยาขอนแก่น

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๔)ธรรมซีรี่ชุดที่ ๑ อยู่ก็สบายไปก็มีสุข, พิมพ์ครั้งที่ ๔ , สำนักพิมพ์ บริษัทคลังนานาวิทยาขอนแก่น

พระครูภาวนาโพธิคุณ,ผศ.ดร.(๒๕๕๖)ธรรมซีรี่ชุดที่ ๒ ไขปัญหาปริศนาธรรมศาลาโพธสาร ๗๒, พิมพ์ครั้งที่ ๓ สำนักพิมพ์ บริษัทคลังนานาวิทยาขอนแก่น

  • กรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ระดับบัณฑิตวิทยาลัย– มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

 

 

๒. ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ

 

๑. ชื่อ/ฉายา/สกุล                  ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ

                                      ๓๒๕๐๒๐๐๖๖๓๒๕๑

๒. ตำแหน่งทางวิชาการ           ผู้ช่วยศาสตราจารย์

๓. สาขาที่เชี่ยวชาญ               ปรัชญา/ศาสนา

๔. สังกัด-สถานที่                    หลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาปรัชญา

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น

๕.ประวัติการศึกษา

คุณวุฒิ ปีที่สำเร็จ ชื่อสถานที่ศึกษา
พธ.บ.(ปรัชญา) ๒๕๓๙ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
M.A.(Philosophy) ๒๕๔๑ University of Madras,India

ใบเทียบวุฒิเลขที่ศธ๐๕๐๖(๒)/๑๓๑๒๘

M.A. (Pali& Buddhist Studies) ๒๕๔๔ Banaras Hindu University,India

 

Ph.D.(Philosophy) ๒๕๔๖ Magadh University,India

ใบเทียบวุฒิเลขที่ศธ๐๕๐๖(๒)/๓๒๒๒

๖.ภาระงานในความรับผิดชอบ(ภายใน ๓ ปีย้อนหลัง)

          ๖.๑ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาตรี

ที่ วิชา มหาวิทยาลัย
อภิปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พุทธศาสนากับปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระพุทธศาสนากับภูมิปัญญาไทย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ศึกษาอิสระทางปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖.๒ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาโท

ที่ วิชา มหาวิทยาลัย
๖๐๓ ๓๐๖ อภิปรัชญาวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๖๐๓ ๓๑๕ สุนทรียศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๖๐๓ ๓๐๙ สัมมนาปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖.๓ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาเอก

ที่ วิชา มหาวิทยาลัย
๖๐๓ ๓๐๖ อภิปรัชญาวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๖๐๓ ๓๑๕ สุนทรียศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๘๐๒ ๓๑๙ สัมมนาปรัชญาจีน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗.ผลงานทางวิชาการ (งานวิจัย/บทความทางวิชาการ/หนังสือ/ตำรา)

           ๗.๑ งานวิจัย

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ (๒๕๕๖).

พุทธจริยศาสตร์กับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม. ทุนวิจัยวิทยาเขตขอนแก่นและวิทยาลัยสงฆ์เลย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

 

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, พระครูสุธีคัมภีรญาณ, ผศ.ดร., พระมหานิพนธ์ มหาธมฺมรกฺขิโต (๒๕๕๘)

           การบริหารจัดการกลุ่มอาชีพเสริมเพาะเห็ดนางฟ้า : กรณีศึกษา กลุ่มสตรีบ้านขอนแดง ตำบลนาอาน อำเภอเมือง จังหวัดเลย. ทุนวิจัยวิทยาเขตขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

 

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, ผศ.ดร.จรัส ลีกา, พระมหาดาวสยาม วชิรปญฺโญ, ผศ.ดร., ร.ต.ดร.วสันต์ ศรีสอาด (๒๕๕๙)

การพัฒนาปัญญาตามแนวพุทธจริยศาสตร์ของสำนักปฏิบัติธรรมวัดโพธิ์บ้านโนนทัน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. ทุนวิจัยวิทยาเขตขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ (๒๕๖๐) กำลังดำเนินการ.

ศึกษาวิเคราะห์การพัฒนาปัญญาของสำนักปฏิบัติธรรมในจังหวัดขอนแก่น.ทุนวิจัยสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

           ๗.๒ งานวิจัยร่วม

พระมหาดาวสยาม วชิรปญฺโญ, ผศ.ดร., ผศ.ดร.จรัส ลีกา, ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, ร.ต.ดร.วสันต์ ศรีสะอาด (๒๕๕๙)

รูปแบบและกระบวนการสร้างความเข้มแข็งของบ้าน วัด โรงเรียน ในการจัดการปัญหายาเสพติดแนวพุทธในจังหวัดขอนแก่น. ทุนวิจัยวิทยาเขตขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ร.ต.ดร.วสันต์ ศรีศรีสะอาด, ผศ.ดร.จรัส ลีกา, ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, ดร.อุบลรัตน์ แสวงผล, พระมหาจรูญ กิตฺติปญฺโญ,ดร., นายธีร์ดนัย กัปโป, นายสวาท ฮาดภักดี, นายทรงพล โชติกเวชกุล(๒๕๕๙).

           บทบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของเยาวชน : กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุงธนสาร อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น. ทุนวิจัยวิทยาเขตขอนแก่น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗.๓ บทความทางวิชาการ

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ(๒๕๕๖).“พุทธจริยศาสตร์กับการแก้ปัญหาสิ่งล้อม”

ตีพิมพ์และนำเสนอบทความวิชาการในการประชุมวิชาการระดับชาติและเขตลุ่มแม่น้ำโขง ในวารสารวิชาการแสงอีสาน ปีที่ ๑๒ ฉบับที่๒๗ ประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๕๘ มมร.วิทยาเขตอีสาน วันที่ ๒๘-๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๘.

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ (๒๕๕๘).“การพัฒนาปัญญาตามแนวพุทธจริยศาสตร์”

ตีพิมพ์ในโครงการปรระชุมวิชาการการนำเสนอผลวิจัยระดับชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ครั้งที่ ๕ วันที่ ๑๗ – ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๘

 

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, พระครูสุธีคัมภีรญาณ, ผศ.ดร., พระมหานิพนธ์ มหาธมฺมรกฺขิโต,(๒๕๕๘).“การบริหารจัดการกลุ่มอาชีพเสริมเพาะเห็ดนางฟ้า : กรณีศึกษากลุ่มสตรีบ้านขอนแดงตำบลนาอาน อำเภอเมือง จังหวัดเลย”

ตีพิมพ์ในวารสารการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ เรื่อง “พุทธบูรณาการวิจัยเพื่อพัฒนาสังคมให้ยั่งยืน” มจร.วิทยาเขตขอนแก่น วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙.

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, ผศ.ดร.จรัส ลีกา, พระมหาดาวสยาม วชิรญาโณ, ผศ.ดร., ร.ต.ดร.วสันต์ ศรีสะอาด, (๒๕๕๙)“การพัฒนาปัญญาตามแนวพุทธจริยศาสตร์ของสำนักปฏิบัติธรรมวัดโพธิ์บ้านโนนทัน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น”

         ตีพิมพ์ในวารสารธรรมทรรศน์ ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๑ ประจำเดือน พฤศจิกายน – ธันวาคม ๒๕๕๙, สำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น.

Asst.Prof.Dr.ChakkapanWongpornpavan,Asst.Prof.Dr.JarasLeeka,PhramahaDaosiamVachirapanyo,Asst.Prof.Dr.,2,Lt,Dr.VasantSrisaa, PhramahaJaroonKittipanyo, Dr., Asst.Prof.ChumpholPanket, PhairatPanket,PunyaSunanta. (2560). “The intellectual development in the way ofBuddhist ethics of theMeditation center ofProbannontan temple, Naimuang Sub-District,Muang District, KhonKaen Province

           NIC The 4 th National and the 2nd International Conference 2017, Mahachulalongkornrajavidyalaya University, KhonKaen Campus

๗.๓ บทความวิจัยร่วม

ผศ.ดร.จรัส ลีกา, พระมหาปพนกตสาโร, พระวันดี กนฺตวีโร, พระมหาจรูญ กิตฺติปญฺโญ, ดร., ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, ร.ต.วสันต์ ศรีสะอาด, ทศพร พรหมเทศ, ผศ.ดร.กิตติศักดิ์ ดียา (๒๕๕๙)

กระบวนการอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในจังหวัดขอนแก่น. ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการธรรมทรรศน์, ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๓ (ฉบับพิเศษ) ประจำเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ๒๕๕๙.

 

ร.ต.ดร.วสันต์ ศรีศรีสะอาด, ผศ.ดร.จรัส ลีกา, ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, ดร.อุบลรัตน์ แสวงผล, พระมหาจรูญ กิตฺติปญฺโญ,ดร., นายธีร์ดนัย กัปโป, นายสวาท ฮาดภักดี, นายทรงพล โชติกเวชกุล(๒๕๕๙).

บทบาทขององค์การบริหารส่วนตำบลในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของเยาวชน : กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุงธนสาร อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น.ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการธรรมทรรศน์, ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๓ (ฉบับพิเศษ) ประจำเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ๒๕๕๙.

พระมหาดาวสยาม วชิรปญฺโญ, ดร., ผศ.ดร.จรัส ลีกา, ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ, ร.ต.วสันต์ ศรีสะอาด (๒๕๖๐).

รูปแบบและกระบวนการสร้างความเข้มแข็งของบ้าน วัด โรงเรียน ในการจัดการปัญหายาเสพติดแนวพุทธในจังหวัดขอนแก่น.ตีพิมพ์ในวารสารการประชุมระดับชาติครั้งที่ ๔ เรื่อง “พุทธนวัตถกรรมเพื่อพัฒนาประเทศไทย” วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น.

 

Asst.Prof.Dr.JarasLeeka, PhraWandeePavase, PhramahaPaponKatasaro, Asst.Prof.Dr.ChakkapanWongpornpavan, 2/Lt.Dr.VasantSrisaard, PhramahaJaroonKittipanno, PhramahaBanjongSirijantho, TossapornPromtes(2017).

The conservative Processes of Bailan Scriptures with the Participation of People in KhonKaen Province.NIC The 4 th National and the 2nd International Conference 2017, Mahachulalongkornrajavidyalaya University, KhonKaen Campus

 

2/Lt.Dr.vasantSrisaard,Asst.Prof.Dr.JarasLeeka,Asst.Prof.Dr.Suvintongpan,Asst.Prof.Dr.ChakkapanWongpornpavan,PhramahaJaroonKittipanno, Dr., Dr.TanachaiManipikhai, PhramahaDoasiamVajirapanno, Asst.Prof.Dr., Mr.SawatHadpagdee(2017).

Roles of Sub-district Administrative Organization in Preventing and Solving Drug Addiction Youth: A Case Study of Kungthanasan Sub-District Administrative Organization, Phuvieng District, KhonKaen Province.NIC The 4 th National and the 2nd International Conference 2017, Mahachulalongkornrajavidyalaya University, KhonKaen Campus

๗.๓ หนังสือ/ตำรา

ผศ.ดร.จักรพรรณ วงศ์พรพวัณ.(๒๕๕๕). ปรัชญา : ศาสตร์แห่งภูมิปัญญามนุษย์.วิทยาลัยสงฆ์เลย:สำนักพิมพ์สยาม.

 

 

 

๓. ผศ.ดร.จรัส  ลีกา

๑. ชื่อ/ฉายา/สกุล                        ผศ.ดร.จรัส  ลีกา

                                      ๓๕๓๐๔๐๐๑๗๙๖๙๕

๒. ตำแหน่งทางวิชาการ               ผู้ช่วยศาสตราจารย์

๓. สาขาที่เชี่ยวชาญ                     ปรัชญา/ศาสนา

๔. สังกัด-สถานที่                        หลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาปรัชญา

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น

๕.ประวัติการศึกษา

             คุณวุฒิ  ปีที่สำเร็จ ชื่อสถานที่ศึกษา
พุทธศาสตรบัณฑิต(พธ.บ.ศาสนา) ๒๕๓๕ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
M.A.  (Indian Philosophy) ๒๕๓๘ University of Madras,India

ใบเทียบวุฒิเลขที่ศธ๐๕๐๖(๒)/๑๒๐๙๓

Ph.D. (Philosophy) ๒๕๔๙ Magadh  University,India

ใบเทียบวุฒิเลขที่ศธ๐๕๐๖(๒)/๓๒๓๔

๖.ภาระงานในความรับผิดชอบ(ภายใน ๓ ปีย้อนหลัง)

๖.๑ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาตรี

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑. ๑๐๔ ๔๑๔ สัมมนาปัญหาปรัชญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. ๑๐๔ ๓๒๖ จริยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๓. ๑๐๔ ๓๐๙ ปรัชญาอินเดียสมัยโบราณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๔. ๐๐๐ ๒๑๐ ตรรกศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

๖.๒ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาโท

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑. ๖๐๐ ๑๐๑ พระไตรปิฎกวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. ๖๐๓ ๓๐๘ จริยศาสตร์วิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๓. ๖๐๐ ๒๐๗ ญาณวิทยาวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๔. ๘๐๐ ๔๐๑ สัมมนาวิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

          ๖.๓ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาเอก

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑. ๐๐๐ ๒๑๐ ตรรกศาสตร์เบื้องต้น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. ๘๐๒ ๑๐๑ สัมมนาพุทธปรัชญาในพระไตรปิฎก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๓. ๖๐๓ ๓๐๘ จริยศาสตร์วิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๔. ๖๐๐ ๒๐๗ ญาณวิทยาวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๕. ๘๐๐ ๔๐๑ สัมมนาวิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

๗.ผลงานทางวิชาการ (งานวิจัย/บทความทางวิชาการ/หนังสือ/ตำรา)

           ๗.๑ งานวิจัย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๖)

แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในการป้องกันและแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ของเด็กและเยาวชนเขตอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๕๗,แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ ปีที่ ๑๔ ฉบับที่ ๑(มี.ค. – มิ.ย.๒๕๕๗)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๗)

แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในการอนุรักษ์ป่าชุมชน : กรณีศึกษาวัดป่าบ้านหนองกุงธนสาร ตำบลหนองกุงธนสาร อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น.

ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๕๙    แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม  ปีที่ ๒  ฉบับที่ ๑ (มกราคม – มิถุนายน ๒๕๕๙)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกาและคณะ.(๒๕๕๘)

แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในการอนุรักษ์ป่าชุมชน : กรณีศึกษาวัดป่าประชาสรรค์ ตำบลหนองสองห้อง อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น.๒๕๕๙ ปีที่ตีพิมพ์  :๒๕๕๙(2016)           แหล่งที่ตีพิมพ์ : NIC 2016  The 3rd National and The  1st  International  Conferences  2016 “Integration  of  Buddhism  with  research  to  develop  a  sustainable  society”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๙)    กระบวนการอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในจังหวัดขอนแก่น,(The Conservative processes of Bailan Scriptures Participation of people in Khonkean Province) ทุนสนับสนุน วช.ปี ๕๙ MCU RS 610759119,ปีที่ตีพิมพ์ : พฤศจิกายน ๒๕๕๙ – กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐, แหล่งที่ตีพิมพ์ : วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ ฐานTCI ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๓ (ฉบับพิเศษ)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๖๐) รูปแบบและกระบวนการสร้างความเข้มแข็งของบ้าน วัด โรงเรียนในการจัดการปัญหายาเสพติดแนวพุทธของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(The model and process to create strength of villages – monasteries – schools  on  the  problems – Addictive Drug  tackling, A  ccording  to  Buddhism  in  the Northeastern Region) ทุนสนับสนุน วช. ปี ๖๐ สัญญาเขที่ว.๐๘๕/๒๕๖๐ MCU RS ๖๑๐๗๖๐๐๘๕, ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๖๐(2017)แหล่งที่ตีพิมพ์ : NIC 2016  The 4rd National and The  2st  International  Conferences  2017 “Buddhist  Innovation for  developing  Thailand”

๗.๒ บทความวิจัย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๖) แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในการป้องกันและแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ของเด็กและเยาวชนเขตอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

ปีที่ตีพิมพ์ :๒๕๕๗ แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ ปีที่ ๑๔ ฉบับที่ ๑(มี.ค. – มิ.ย.๕๗)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๗) แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในการอนุรักษ์ป่าชุมชน : กรณีศึกษาวัดป่าบ้านหนองกุงธนสาร ตำบลหนองกุงธนสาร อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น. ปีที่ตีพิมพ์ :๒๕๕๙ แหล่งที่ตีพิมพ์ :วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม  ปีที่ ๒  ฉบับที่ ๑ (มกราคม –  มิถุนายน ๒๕๕๙)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๘) Guidline  on  Participating  Development  of  the  Local  Governmental  Organization  for  the  Community  Forest  Preservation : A  case  study  of  Wat  Pa  Pachasan  Hnong  Songhong  District, Khon  Kaen  Province.

ปีที่ตีพิมพ์  :๒๕๕๙(2016)    แหล่งที่ตีพิมพ์ : NIC 2016  The 3rd National and The 1st  International  Conferences  2016 “Integration  of  Buddhism  with  research  to  develop  a  sustainable  society”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๗) กระบวนการอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในจังหวัดขอนแก่น,(The Conservative processes of Bailan Scriptures Participation of people in Khonkean Province) ทุนสนับสนุน วช.ปี ๕๙ ปีที่ตีพิมพ์ : พฤศจิกายน ๒๕๕๙ – กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ แหล่งที่ตีพิมพ์ : วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๓ ฉบับพิเศษ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๖๐) The model and process to create strength of villages – monasteries – schools  on  the  problems – Addictive Drug  tackling, A  ccording  to  Buddhism  in  the Northeastern Region) ทุนสนับสนุน วช. ปี ๖๐ สัญญาเขที่ว.๐๘๕/๒๕๖๐ MCU RS ๖๑๐๗๖๐๐๘๕, ปีที่ตีพิมพ์ : ๒๕๖๐(2017)แหล่งที่ตีพิมพ์ : NIC 2016  The 4rd National and The  2st  International  Conferences  2017 “Buddhist  Innovation for  developing  Thailand”

๗.๓ หนังสือ/ตำรา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๙).ตรรกศาสตร์เบื้องต้น.วิทยาเขตขอนแก่น : สำนักพิมพ์เอมมี่ก๊อบปี้ปริ้นท์.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๔๗) ประวัติการศึกษาไทย. ขอนแก่นการพิมพ์.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๕) ปรัชญาอินเดีย.ขอนแก่นการพิมพ์.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๖) หน้าปรัชญาอินเดียร่วมสมัย.ขอนแก่นการพิมพ์.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๗) หน้าจิตวิทยาผู้สูงอายุ.ขอนแก่นการพิมพ์.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๘) หน้าการพัฒนาแบบยั่งยืน.ขอนแก่นการพิมพ์.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๔๖) การเมือการปกครองของไทย.ขอนแก่นการพิมพ์.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จรัส  ลีกา.(๒๕๕๖) การเมืองการปกครองเปรียบเทียบ.ขอนแก่นการพิมพ์.

 

๘. กรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ระดับบัณฑิตวิทยาลัย– มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

 

๔. พระมหาบรรจง สิริจนฺโท,ดร.

 

๑. ชื่อ/ฉายา/สกุล                   พระมหาบรรจง สิริจนฺโท,ดร.

                                      ๓ ๔๑๑ ๒๐๐ ๑๐๐ ๙๘ ๑

๒. ตำแหน่งทางวิชาการ             อาจารย์

๓. สาขาที่เชี่ยวชาญ                ปรัชญาและศาสนา

๔. สังกัด-สถานที่                    หลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาพระพุทธศาสนา
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น

๕.ประวัติการศึกษา

คุณวุฒิ ปีที่สำเร็จ ชื่อสถานที่ศึกษา
พธ.บ. (ปรัชญา) ๒๕๓๖ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พธ.ม. (ปรัชญา) ๒๕๓๙ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
Ph.D. (Philosophy) ๒๕๕๘ University of Madras, India

ใบเทียบวุฒิเลขที่ศธ๐๕๐๖(๒)/๑๒๘๕๓

๖.ภาระงานในความรับผิดชอบ(ภายใน ๓ ปีย้อนหลัง)

๖.๑ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาตรี

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑.   ปรัชญาเบื้องต้น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖.๒ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาโท

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑. สัมมนาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. กรรมฐาน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

          ๖.๓ ประสบการณ์กาสอนปริญญาเอก

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑. ระเบียบวิธีวิจัยชั้นสูง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. พระพุทธศาสนากับวิชาชีพ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

๗.ผลงานทางวิชาการ (งานวิจัย/บทความทางวิชาการ/หนังสือ/ตำรา)

๗.๑ งานวิจัย

พระมหาบรรจง สิริจนฺโท,ดร.(๒๕๕๙).กระบวนการอนุรักษ์คัมภีร์ใบราณโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน
ในจังหวัดขอนแก่น
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระมหาบรรจง สิริจนฺโท,ดร.(๒๕๖๐) แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมขององค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น
ในการอนุรักษ์ป่าชุมชน
: กรณีศึกษาวัดป่าประชาสรรค์ อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

 

          ๗.๒ บทความทางวิชาการ

พระมหาบรรจง สิริจนฺโท,ดร. (2016).A Guideline on Participating Development of the
local Governmental organization for the community forestation Preservation, a case study of watPachasamHnonysonghong district, khonkean province
.Journal of the 3rd National and the 1st International Conferences2016 at M C U
KhonKaen.

พระมหาบรรจง สิริจนฺโท,ดร.(2017).The Conservative Processes of Palm leaf (Bailan)
Scriptures with the Participation of people in khonkean
.Journal of the 4rd
National and the 2st International Conferences201๗ at M C U KhonKaen

         

           ๗.๓ หนังสือ/ตำรา

           –

           ๗.๔ เอกสารวิชาการ

                   –

๘.กรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ระดับบัณฑิตศึกษา

– มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

 

๕. พระโสภณพัฒนบัณฑิต, รศ.

 

๑. ชื่อ/ฉายา/สกุล                   พระโสภณพัฒนบัณฑิต, รศ.

๓ ๔๔๐๙ ๐๐๑๔๒ ๑๐ ๔

๒. ตำแหน่งทางวิชาการ             รองศาสตราจารย์

๓. สาขาที่เชี่ยวชาญ                ปรัชญา/ศาสนา

๔. สังกัด-สถานที่                    หลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาพระพุทธศาสนาวิทยาเขตขอนแก่น
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยาเขตขอนแก่น

๕.ประวัติการศึกษา

คุณวุฒิ ปีที่สำเร็จ ชื่อสถานที่ศึกษา
พธ.บ.(ศาสนา) ๒๕๔๕ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ศษ.บ.(ปฐมวัย) ๒๕๓๕ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ศศ.ม.(ปรัชญา) ๒๕๔๘ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

 

๖.ภาระงานในความรับผิดชอบ(ภายใน ๓ ปีย้อนหลัง)

๖.๑ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาตรี

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑. พระพุทธศาสนากับสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖.๒ ประสบการณ์ในการสอนระดับปริญญาโท

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑. ศึกษางานสำคัญทางพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

          ๖.๓ ประสบการณ์กาสอนปริญญาเอก

ที่                             วิชา             มหาวิทยาลัย
๑. สัมมนาพระพุทธศาสนาเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

๗.ผลงานทางวิชาการ (งานวิจัย/บทความทางวิชาการ/หนังสือ/ตำรา)

๗.๑ งานวิจัย

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ.(๒๕๕๗).พระพุทธศาสนาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว : ประวัติศาสตร์
วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ทางสังคม.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๕๖).รูปแบบการสร้างเครื่องข่ายการเผยแผ่เชิงรุก มหาวิทยาลัยวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยขอนแก่น
. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๕๘).การมีส่วนร่วมของพระสงฆ์ในการจัดการแหล่งโบราณคดี
ในสังกัดสำนักศิลปาการที่ ๙
.  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๕๘).การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพองค์รวมของพระสงฆ์ในจังหวัด
ขอนแก่น โดยเน้นการมีส่วนรวมของเครือข่าย.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๕๙).รูปแบบการใช้วัดเป็นศูนย์กลางในการดูแลผู้สูงอายุในอนาคต.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

 

          ๗.๒ บทความทางวิชาการ

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๖๐).รูปแบบการใช้วัดเป็นศูนย์กลางในการดูแลผู้สูงอายุในอนาคต. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์. ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๓ (ฉบับพิเศษป ประจำเดือน พฤหัสบดี-ธันวาคม ๒๕๕๙ หน้าที่ ๓๑-๔๒

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๖๐).บทบาทภาวะผู้นำของพระสังฆาธิการกับการพัฒนาชุมชนเป็นเลิศในยุคไทยแลนด์ ๔.๐. วารสารวิชาการในการประชุมวิชาการระดับชาติครั้งที่ ๔ และระดับนานาชาติ ครั้งที่ ๒ (proceeding) วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตขอนแก่น.หน้า ๒๘๖๐-๒๘๗๑

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๖๐).The Two Thuth in Buddhist Thought. วารสารวิชาการในการประชุมวิชาการระดับชาติครั้งที่ ๔ และระดับนานาชาติ ครั้งที่ ๒ (proceeding) วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตขอนแก่น.หน้า ๑๑๑-๑๒๒

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๕๙).Model  of  Network  Building  for  the  Buddhist  Proactive
Propagation  of  Mahachulalornrajavidyalaya  University  at  KhonKaen
Campus(2016).
วารสารวิชาการในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติและระดับชาติ (Proceeding)
มจร.วิทยาเขตขอนแก่น. วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙.หน้า ๓๒

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๕๗). พระพุทธศาสนาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว :
ประวัติศาสตร์  วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ทางสังคม
. วารประชุมวิชาการและเสนอผลงานวิจัย
ระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ ๔ (Proceeding). วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย. หน้า ๑๒๓.

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๕๘).การมีส่วนร่วมของพระพสงฆ์ในการจัดการแหล่งโบราณคดี
ในสังกัดสำนักศิลปาการที่ ๙.
วารสารวิชาการในการประชุมวิชาการระดับชาติครั้งที่ ๔ และระดับนานาชาติ
ครั้งที่ ๒ (Proceeding)  วันที่ ๓๑  มีนาคม   ๒๕๖๐.  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาเขตขอนแก่น. หน้า ๑๐๑.

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๕๘). การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพองค์รวมของพระสงฆ์ในจังหวัดขอนแก่น
โดยเน้นการมีส่วนรวมของเครือข่าย.
วารสารวิชาการในการประชุมวิชาการระดับชาติลุ่มแม่น้ำโขง
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยวิทยาเขตอีสาน (proceeding)  วันที่ ๒๘– ๓๐ สิงหาคม  ๒๕๕๘.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตขอนแก่นเล่มที่ ๒. หน้า ๙๕.

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๕๖).รูปแบบการสร้างเครื่องข่ายการเผยแผ่เชิงรุก มหาวิทยาลัยวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยขอนแก่น
วารสารวิชาการในการประชุมวิชาการระดับชาติครั้งที่ ๔
และระดับนานาชาติ ครั้งที่ ๒ (proceeding)  วันที่ ๓๑  มีนาคม   ๒๕๖๐:  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัย  วิทยาเขตขอนแก่น.

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๖๐).Buddhism in lao PDR: Historical, Cultural, and Social Relations.
วารสารวิชาการในการประชุมวิชาการระดับชาติ. ครั้งที่ ๔ และระดับนานาชาติ ครั้งที่๒ (proceeding)
วันที่ ๓๑มีนาคม   ๒๕๖๐. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น.หน้า ๓๕๔-๓๖๒

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๕๓). การส่งเสริมสุขภาพให้ยังยืนตามแนวอิทธิบาท ๔. วารสารบัณฑิตศึกษา
ปริทรรศน์ ปีที่ ๖ ฉบับพิเศษ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓. หน้า ๙๘.

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๕๗).การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุนในสถานการณ์ปัจจุบัน.
วารสารประชุมระดับชาติเล่มที่ ๑ ๒๒-๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๗. หน้า ๑-๒๖

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๕๗). พระพุทธศาสนาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว :
ประวัติศาสตร์  วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ทางสังคม.
วารสารประชุมระดับชาติเล่มที่ ๑ (proceeding). ๒๒-๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๗.มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาเขตขอนแก่น เล่มที่๒ หน้า ๑-๑๗
          ๗.๓ หนังสือ/ตำรา

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๕๑).พุทธศาสนากับสาธารณสุข.  ขอนแก่น: หจก. โรงพิมพ์คลังนาวิทยา.

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๕๑). การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุก. ขอนแก่น: หจก. โรงพิมพ์คลังนาวิทยา.

พระโสภณพัฒบัณฑิต,รศ. (๒๕๕๑).การดูแลสุขเชิงพุทธ (๒๕๕๙). ขอนแก่น: หจก. โรงพิมพ์คลังนาวิทยา.

๗.๔ เอกสารวิชาการ

 

๘.กรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ระดับบัณฑิตศึกษา

– มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

 

 

 

 

ภาคผนวก ง

 

ระเบียบ ข้อบังคับและประกาศที่เกี่ยวข้องประกาศมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

 

 

 

 

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑

 

เพื่อให้การบริหารงานในบัณฑิตวิทยาลัยบรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย
จึงเห็นสมควรออกข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในคราว ประชุมครั้งที่ ๙/๒๕๔๑ เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ จึงมีมติให้ออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

 

หมวดที่ ๑

บททั่วไป

 

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑”

ข้อ ๒ ให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓ บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อ

บังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้

“นิสิต” หมายถึง ผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตบัณฑิตวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว

ข้อ ๕ ให้อธิการบดีรักษาการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้

ข้อ ๖ คุณสมบัติของผู้สมัครเข้าศึกษาระดับมหาบัณฑิต

๖.๑ ผู้สมัครเข้าเป็นนิสิตต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรองและต้องมีคุณสมบัติอื่นตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

๖.๒ ต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรี ไม่ต่ำกว่า ๒.๕๐ จากระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปีนับแต่สำเร็จการศึกษาและผู้จบเปรียญธรรมเก้าประโยคและ

๖.๓ ไม่เคยถูกลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนิสิตบัณฑิตวิทยาลัย

ข้อ ๗ คุณสมบัติของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรปริญญามหาบัณฑิต

๗.๑ ผู้สมัครเข้าเป็นนิสิตต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาโทหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษา ที่สภามหาวิทยาลัยรับรองและต้องมีคุณสมบัติอื่นตามที่

มหาวิทยาลัยกำหนด

๗.๒ ต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาโทไม่ต่ำกว่า ๓.๕๐ จากระบบ
๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปีนับแต่สำเร็จการศึกษา หรือมีผลงานทางวิชาการที่คณะกรรมการ ประจำบัณฑิตวิทยาลัยเห็นชอบ

๗.๓ ไม่เคยถูกลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนิสิตบัณฑิตวิทยาลัย

ข้อ ๘ บัณฑิตวิทยาลัยจะดำเนินการเกี่ยวกับการรับสมัครนิสิตใหม่โดยพิจารณาแต่งตั้ง

คณะกรรมการสอบคัดเลือกผู้สมัครเข้าศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาในแต่ละปีการศึกษา

 

หมวดที่ ๒

การจัดและวิธีการศึกษา

 

ข้อ ๙ ระบบการศึกษา

บัณฑิตวิทยาลัย จัดการศึกษาระบบหน่วยกิตทวิภาค โดยแบ่งเวลาการศึกษาในแต่

ละปีการศึกษาออกเป็น ๒ ภาคการศึกษาปกติ แต่ละภาคการศึกษามีเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า
๑๖ สัปดาห์ บัณฑิตวิทยาลัยอาจจัดการศึกษาภาคฤดูร้อนได้อีก ๑ ภาค มีเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า
๖ สัปดาห์ และจะกำหนดระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อนที่ไม่ขัดกับข้อบังคับนี้โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย

ข้อ ๑๐ หลักสูตร

๑๐.๑ หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต ให้ศึกษางานรายวิชาไม่น้อยกว่า ๓๖ หน่วยกิต และวิทยานิพนธ์ ๑๒ หน่วยกิต จำแนกประเภท ดังนี้

วิชาบังคับ                           ๑๒      หน่วยกิต

กลุ่มวิชา                             ๑๘      หน่วยกิต

วิชาเลือก ไม่น้อยกว่า               ๖        หน่วยกิต

วิทยานิพนธ์                         ๑๒      หน่วยกิต

                             รวมทั้งสิ้น                           ๔๘      หน่วยกิต

๑๐.๒ หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต ให้ศึกษางานรายวิชาไม่น้อยกว่า ๒๔ หน่วยกิต และวิทยานิพนธ์ ๓๖ หน่วยกิต จำแนกประเภท ดังนี้

วิชาบังคับ                           ๙        หน่วยกิต

กลุ่มวิชา                             ๙        หน่วยกิต

วิชาเลือก ไม่น้อยกว่า               ๖        หน่วยกิต

วิทยานิพนธ์                         ๓๖      หน่วยกิต

                             รวมทั้งสิ้น                           ๖๐      หน่วยกิต

ข้อ ๑๑ ระยะเวลาการศึกษาตามหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา มีดังนี้

๑๑.๑ หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๔ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๐ ภาคการศึกษาปกติ

๑๑.๒ หลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๐ ภาคการศึกษาปกติ ในกรณีที่นิสิตไม่สามารถจบการศึกษาได้ในระยะเวลา ๑๐ ภาคการศึกษาปกติตามข้อ ๑๑.๑ และข้อ ๑๑.๒ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยอาจอนุมัติให้ต่ออายุสภาพนิสิตได้อีก แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน ๒ ภาคการศึกษาปกติ

๑๑.๓ การนับเวลาในข้อ ๑๑.๑ และข้อ ๑๑.๒ ให้นับรวมเวลาที่นิสิตได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาด้วย ยกเว้นนิสิตที่ได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษา ตามข้อ ๑๓.๑.๑

๑๑.๔ รายวิชาที่กำหนดให้นิสิตฟังการบรรยายสัปดาห์ละ ๑ ชั่วโมงและศึกษานอกเวลาอีกไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ ๓ ชั่วโมงตลอดภาคการศึกษา ให้มีค่าเท่ากับ ๑ หน่วยกิต

๑๑.๕ รายวิชาที่นิสิตใช้เวลาปฏิบัติการ อภิปราย หรือสัมมนาสัปดาห์ละ ๒ ถึง
๓ ชั่วโมงและเมื่อรวมเวลาการศึกษานอกเวลาแล้ว นิสิตใช้เวลาไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ ๓ ชั่วโมงตลอดภาคการศึกษา ให้มีค่าเท่ากับ ๑ หน่วยกิต

ข้อ ๑๒ การเปลี่ยนสาขาวิชาจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไปและคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยบัณฑิตวิทยาลัยอาจอนุมัติให้นิสิตที่ขอเปลี่ยนสาขาวิชาโอนหน่วยกิตของรายวิชาในระดับบัณฑิตศึกษาที่ได้ศึกษาไว้แล้วไม่เกิน ๕ ปีได้ตามที่เห็นสมควร แต่ต้องไม่เกิน ๙ หน่วยกิต โดยไม่ให้นำไปคำนวณค่าระดับเฉลี่ยสะสม และรายวิชานั้นต้องได้ผลการศึกษาไม่ต่ำกว่า B  หรือ S

ข้อ ๑๓ การลาพักและการกลับเข้าศึกษาใหม่

๑๓.๑ นิสิตที่มีเหตุจำเป็น อาจลาพักการศึกษาภาคใดภาคหนึ่ง เมื่อได้ศึกษาในบัณฑิตวิทยาลัยไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ โดยความเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไป นิสิตต้องยื่นคำร้องต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยภายใน ๓๐ วันนับจากวันเปิด ภาคการศึกษาใหม่ หากพ้นจากกำหนดการลาพักการศึกษาดังกล่าว นิสิตอาจขอลาพักการศึกษา เป็นกรณีพิเศษในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

๑๓.๑.๑ ถูกเกณฑ์หรือระดมเข้ารับราชการทหารกองประจำการ

๑๓.๑.๒ มีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ

๑๓.๑.๓ เจ็บป่วยต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานานตามคำสั่งแพทย์โดยมีใบรับรองแพทย์มาแสดงต่อบัณฑิตวิทยาลัย

๑๓.๑.๔ มีเหตุจำเป็นสุดวิสัยอื่นที่สำคัญในกรณีที่นิสิตได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาให้นับระยะเวลาที่ลาพักการศึกษารวมอยู่ในระยะเวลาศึกษาด้วย ยกเว้นนิสิตที่ได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาตามข้อ ๑๓.๑.๑ นิสิตที่ได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษา ต้องชำระค่าธรรมเนียมเพื่อรักษาสภาพการเป็นนิสิตทุกภาคการศึกษา ยกเว้นนิสิตที่ได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาหลังจากที่ได้ลงทะเบียนรายวิชาแล้ว ในกรณีนี้ ให้นิสิตได้ W ในทุกรายวิชาที่ได้ลงทะเบียนไว้ในภาคการศึกษาที่ได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษา

ข้อ ๑๔ การพ้นสภาพการเป็นนิสิต

นิสิตพ้นสภาพการเป็นนิสิตในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้

๑๔.๑ สอบได้ค่าระดับเฉลี่ยประจำภาคการศึกษาที่ ๑ ต่ำกว่า ๒.๕๐

๑๔.๒ สอบได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า ๓.๐๐

๑๔.๓ ไม่สามารถสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๑๑.๑ หรือข้อ ๑๑.๒ แล้วแต่กรณี

๑๔.๔ มหาวิทยาลัยลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนิสิตตามข้อ ๓๒.๕

๑๔.๕ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลาพักตามข้อ ๑๓ หรือไม่ลงทะเบียนรายวิชาในภาคการศึกษาปกติตามข้อ ๑๗.๕

๑๔.๖ ได้รับอนุมัติให้ลาออกจากการเป็นนิสิต

ข้อ ๑๕ นิสิตที่พ้นสภาพตามข้อ ๑๔.๕ และ ๑๔.๖ อาจขอกลับเข้าเป็นนิสิตใหม่ได้ภายในกำหนดระยะเวลา ๒ ปี นับจากวันที่นิสิตพ้นสภาพการเป็นนิสิต และถ้าคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยเห็นสมควรอนุมัติโดยให้คิดระยะเวลาที่พ้นสภาพการเป็นนิสิตนั้นรวมอยู่ในระยะเวลาการศึกษาทั้งหมด ในกรณีเช่นนี้นิสิตต้องเสียค่าธรรมเนียมต่างๆ เหมือนกับผู้ลาพักการศึกษาทั่วไป

 

หมวดที่ ๓

การขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตและการลงทะเบียนรายวิชา

 

ข้อ ๑๖ การขึ้นทะเบียนเป็นนิสิต

๑๖.๑ ผู้ขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตต้องนำหลักฐานที่บัณฑิตวิทยาลัยกำหนดมายื่นต่อกองทะเบียนและวัดผลด้วยตนเองตามวันเวลาและสถานที่ที่กำหนด พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด สำหรับภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษาในบัณฑิตวิทยาลัยนิสิตต้องลงทะเบียนรายวิชาที่ต้องศึกษาในภาคนั้นทั้งหมด พร้อมกับการขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตด้วย

๑๖.๒ ผู้ไม่สามารถมายื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตตามวันที่กำหนดต้องแจ้งเหตุขัดข้องให้กองทะเบียนและวัดผลทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน ๗ วันหลังจากวันที่กำหนดไว้ มิฉะนั้น จะถือว่าสละสิทธิ์ในกรณีที่ได้แจ้งให้กองทะเบียนและวัดผลทราบตามความในวรรคแรกแล้วต้องมาขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตด้วยตนเอง ยกเว้นกรณีที่มหาวิทยาลัยพิจารณาเห็นว่ามีเหตุจำเป็นอย่างยิ่งจึงอนุญาตให้มอบหมายผู้แทนมาขึ้นทะเบียนแทนได้ ทั้งนี้ต้องทำให้เรียบร้อยภายใน ๗ วัน

นับจากวันเปิดภาคการศึกษา

๑๖.๓ ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าศึกษาในสาขาวิชาใด ต้องขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตของบัณฑิตวิทยาลัยในสาขาวิชานั้น และจะศึกษาเกินกว่า ๑ สาขาวิชาในขณะเดียวกันไม่ได้

ข้อ ๑๗ การลงทะเบียนรายวิชา

๑๗.๑ นิสิตต้องลงทะเบียนรายวิชาทุกภาคการศึกษาตามกำหนดเวลาในปฏิทินการศึกษา โดยความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไป

๑๗.๒ นิสิตที่ไม่มาลงทะเบียนรายวิชาภายใน ๑๔ วันแรกของภาคการศึกษาปกตินับจากวันเปิดภาคการศึกษา ไม่มีสิทธิลงทะเบียนในภาคการศึกษานั้นเว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย

๑๗.๓ จำนวนหน่วยกิตที่กำหนดให้นิสิตลงทะเบียนแต่ละภาคการศึกษาต้องไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิตและไม่เกิน ๑๕ หน่วยกิต

๑๗.๔ นิสิตที่ลงทะเบียนล่าช้ากว่าที่กำหนด ต้องชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

๑๗.๕ นิสิตที่ไม่ลงทะเบียนวิชาในภาคการศึกษาใด ต้องลาพักการศึกษาตาเงื่อนไขที่ระบุไว้ในข้อ ๑๓ หากไม่ปฏิบัติตามต้องพ้นสภาพการเป็นนิสิต

๑๗.๖ นิสิตที่ได้ศึกษารายวิชาครบตามหลักสูตรแล้วแต่ยังไม่สำเร็จการศึกษา ต้องลงทะเบียนรักษาสภาพการเป็นนิสิตทุกภาคการศึกษา

ข้อ ๑๘ อาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไป

นิสิตต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไปหนึ่งท่านเป็นผู้แนะนำและช่วยวางแผน การศึกษาโดยคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเป็นผู้แต่งตั้งจากอาจารย์ที่มีชื่อในทำเนียบอาจารย์บัณฑิตวิทยาลัย

ข้อ ๑๙ การถอน เพิ่ม และเปลี่ยนรายวิชา

๑๙.๑ การถอนรายวิชาจะกระทำได้ภายใต้เงื่อนไขและมีผลสืบเนื่องดังต่อไปนี้

๑๙.๑.๑ ในกรณีที่ขอถอนภายใน ๑๔ วันแรกของภาคการศึกษาปกติโดยได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไป รายวิชาที่ถอนนั้นจะไม่ปรากฏในระเบียน

๑๙.๑.๒ ในกรณีที่ขอถอนหลังจาก ๑๔ วันของภาคการศึกษาปกติแต่ไม่เกิน ๓๐ วันแรกของภาคการศึกษาปกติ โดยได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไป นิสิตจะได้รับ W ในรายวิชาที่ถอน

๑๙.๑.๓ ถ้านิสิตขอถอนรายวิชาใด เมื่อพ้นกำหนดตามข้อ ๑๙.๑.๒ นิสิตจะได้ F ในรายวิชานั้น เว้นแต่กรณีที่มีเหตุผลพิเศษซึ่งคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยเห็นสมควรอนุมัติให้ถอนได้ ในกรณีเช่นนี้นิสิตจะได้ W ในรายวิชานั้น

๑๙.๒ การเพิ่มหรือเปลี่ยนรายวิชา ให้กระทำได้ภายใน ๑๔ วันแรกของภาคการศึกษาปกติโดยได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไป และหากพ้นกำหนดนี้ต้องได้รับอนุมัติจากคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ทั้งนี้นิสิตผู้นั้นจะต้องมีเวลาศึกษาต่อไปไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาการศึกษาทั้งหมดในภาคการศึกษานั้น

 

หมวดที่ ๔

การวัดผลและประเมินผลการศึกษา

 

ข้อ ๒๐ การวัดผลการศึกษา

๒๐.๑ ให้มีการวัดผลการศึกษาทุกรายวิชาที่นิสิตลงทะเบียนในแต่ละภาคการศึกษาโดยอาจทำการวัดผลระหว่างภาคด้วย วิธีการทดสอบ การเขียนรายงาน การมอบหมายงานให้ทำ หรือวิธีอื่นใดที่เหมาะสมกับรายวิชานั้นเมื่อสิ้นภาคการศึกษา ให้มีการสอบไล่สำหรับแต่ละรายวิชาที่ศึกษาในภาคการศึกษานั้นหรือจะใช้วิธีการวัดผลอย่างอื่นที่เหมาะสมกับลักษณะของวิชานั้น ๆ ก็ได้

บัณฑิตวิทยาลัยอาจกำหนดระเบียบที่ไม่ขัดกับข้อบังคับนี้เพื่อใช้ในการวัดผลตามความเหมาะสมของแต่ละสาขาวิชา หรือรายวิชาก็ได้

๒๐.๒ เมื่อสิ้นภาคการศึกษาแต่ละภาค นิสิตจะมีสิทธิเข้าสอบไล่หรือได้รับการวัดผลในรายวิชาใดก็ต่อเมื่อมีเวลาศึกษาในรายวิชานั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาการศึกษาทั้งหมดในภาคการศึกษานั้นและ/หรือมีผลการทดสอบระหว่างภาคการศึกษาหรืองานที่ได้รับมอบหมายเป็นที่พอใจของอาจารย์ประจำวิชา

ข้อ ๒๑ การประเมินผลการศึกษา

๒๑.๑ ระบบการประเมินผลการศึกษารายวิชาของบัณฑิตวิทยาลัย ใช้เพียง
๖ ระดับ มีผลการศึกษา ระดับและค่าระดับ ดังนี้

ผลการศึกษา ระดับ ค่าระดับ
ดีเยี่ยม (Excellent) A ๔.๐
ดีมาก (Very good) B+ ๓.๕
ดี (Good) B ๓.๐
ค่อนข้างดี (Very Fair) C+ ๒.๕
พอใช้ (Fair) C ๒.๐
ตก (Failed) F

๒๑.๒ ในรายวิชาใดที่หลักสูตรกำหนดให้เป็นรายวิชาที่ไม่นับหน่วยกิตให้แสดงผลการศึกษาในรายวิชานั้นด้วยสัญลักษณ์ ดังนี้

   สัญลักษณ์                        ผลการศึกษา

S (Satisfactory)                    เป็นที่พอใจ

U (Unsatisfactory)                ไม่เป็นที่พอใจ

๒๑.๓ ในรายวิชาใดยังไม่ได้ทำการวัดผล หรือไม่มีการวัดผล ให้รายงานการศึกษารายวิชานั้นด้วยสัญลักษณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

 

สัญลักษณ์ สภาพการศึกษา
I (Incomplete) ไม่สมบูรณ์
SP (Satisfactory Progress) ก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจ
UP (Unsatisfactory Progress) ไม่ก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจ
W (Withdrawn) ถอนรายชื่อวิชาที่ศึกษา
Au (Audit) ศึกษาโดยไม่นับหน่วยกิต

๒๑.๔ การประเมินผลวิทยานิพนธ์

๒๑.๔.๑ ให้ใช้ IP (In Progress) สำหรับวิทยานิพนธ์ที่อยู่ระหว่างกาเรียบเรียง

๒๑.๔.๒ การประเมินผลวิทยานิพนธ์ที่เรียบเรียงเสร็จเรียบร้อยแล้วให้กำหนดเป็น ๔ ระดับ ดังนี้

ผลการศึกษา ระดับ
ดีเยี่ยม (Excellent) A
ดี (Good) B +
ผ่าน (Passed) B
ตก (Failed) F

๒๑.๕ การให้ F ให้กระทำในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

๒๑.๕.๑ นิสิตขอถอนรายวิชา เมื่อพ้นกำหนดตามข้อ ๑๙.๑.๓

๒๑.๕.๒ นิสิตเข้าสอบและสอบตกตามข้อ ๒๐.๑

๒๑.๕.๓ นิสิตไม่มีสิทธิเข้าสอบตามข้อ ๒๐.๒

๒๑.๕.๔ นิสิตไม่แก้ค่า I ตามข้อ ๒๑.๖.๒ วรรคสุดท้าย

๒๑.๕.๔ นิสิตทำผิดระเบียบการสอบไล่และได้รับการตัดสินให้สอบตก

๒๑.๖ การให้ I จะกระทำได้ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้

๒๑.๖.๑ นิสิตมีเวลาเรียนในรายวิชาไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ แต่มิได้สอบเพราะป่วยหรือเหตุสุดวิสัย และได้รับอนุมัติจากคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย

๒๑.๖.๒ อาจารย์ประจำวิชาและคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเห็นสมควรให้รอผลการศึกษา เพราะนิสิตยังปฏิบัติงานซึ่งเป็นส่วนประกอบการศึกษารายวิชานั้นยังไม่สมบูรณ์การแก้ค่า I นิสิตจะต้องสอบและ/หรือปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายจากอาจารย์ประจำวิชาให้ครบถ้วน เพื่อให้อาจารย์ประจำวิชาวัดผลและส่งผลการศึกษาของนิสิตผู้นั้นแก่บัณฑิตวิทยาลัยภายในภาคการศึกษาถัดไป

๒๑.๗ การให้ S จะกระทำได้ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

๒๑.๗.๑ รายวิชาซึ่งมีผลการศึกษาเป็นที่พอใจ และหลักสูตรกำหนดให้วัดผลการศึกษาโดยไม่มีค่าระดับ

๒๑.๗.๒ รายวิชาซึ่งนิสิตได้ลงทะเบียนศึกษาในระดับบัณฑิตวิทยาลัยและ

ได้รับอนุมัติให้โอนหน่วยกิตตามข้อ ๑๒

๒๑.๘ การให้ U จะกระทำได้เฉพาะในรายวิชาที่หลักสูตรกำหนดว่าให้วัดผลโดยไม่มีค่าระดับและมีผลการศึกษาไม่เป็นที่พอใจ

๒๑.๙ การให้ IP จะกระทำเพื่อแสดงฐานะของวิทยานิพนธ์ที่อยู่ในระหว่างการเรียบเรียงเมื่อสิ้นภาคการศึกษาปกติทุกภาค นับแต่ภาคที่นิสิตลงทะเบียนเพื่อทำวิทยานิพนธ์

๒๑.๑๐ การให้ W จะกระทำได้เฉพาะในกรณีที่ได้ระบุไว้ในข้อ ๑๓. ข้อ ๑๙.๑.๒ และข้อ ๑๙.๑.๓

๒๑.๑๑ การให้ Au ในรายวิชาใดจะกระทำได้ในกรณีที่นิสิตได้รับอนุมัติให้ลงทะเบียนเรียนเป็นพิเศษโดยไม่นับหน่วยกิต

๒๑.๑๒ การให้ SP จะให้เฉพาะกรณีที่เป็นรายวิชาต่อเนื่องกับรายวิชาในภาคการศึกษาถัดไป และผลการศึกษาเมื่อสิ้นภาคการศึกษาก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจแต่ยังมิได้วัดผลการวัดผลให้กระทำเมื่อนิสิตได้ศึกษารายวิชาต่อเนื่องในภาคการศึกษาถัดไปตามหลักสูตรแล้ว แต่ถ้านิสิตไม่ศึกษารายวิชาต่อเนื่องในภาคการศึกษาถัดไปด้วยเหตุใดก็ตาม ให้ทำการวัดผลรายวิชาที่ได้ SP เป็นระดับและใช้ผลนั้นแทน

๒๑.๑๓ การให้ UP จะให้เฉพาะกรณีที่เป็นรายวิชาต่อเนื่องกับรายวิชาในภาคการศึกษาถัดไปและผลการศึกษาไม่ก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจแต่ยังมิได้วัดผลการวัดผลให้กระทำเมื่อนิสิตได้ศึกษารายวิชาต่อเนื่องในภาคการศึกษาถัดไปตามหลักสูตรแล้ว แต่ถ้านิสิตไม่ศึกษารายวิชาต่อเนื่องในภาคการศึกษาถัดไปด้วยเหตุใดก็ตาม ให้ทำการวัดผลรายวิชาที่ได้ UP นั้น เป็นระดับและใช้ผลนั้นแทน

ข้อ ๒๒ การนับหน่วยกิตและการลงทะเบียนรายวิชาซ้ำ

๒๒.๑ การนับหน่วยกิตให้ครบหลักสูตร ให้นับหน่วยกิตเฉพาะรายวิชาที่นิสิตสอบได้ระดับ A, B, C หรือ S เท่านั้น เว้นแต่รายวิชาที่หลักสูตรกำหนดไว้เป็นวิชาบังคับหรือกลุ่มวิชา ซึ่งนิสิตต้องได้ไม่ต่ำกว่า B หรือ S

๒๒.๒ นิสิตที่ได้ต่ำกว่า B หรือได้ U ในรายวิชาบังคับหรือกลุ่มวิชา ต้องลงทะเบียนศึกษารายวิชานั้นอีกและสอบให้ได้ระดับไม่ต่ำกว่า B หรือ S แล้วแต่กรณี

๒๒.๓ ในกรณีที่นิสิตได้ต่ำกว่า B หรือได้ U ในวิชาเลือก นิสิตมีสิทธิลง ทะเบียนรายวิชาเดิม หรืออาจลงทะเบียนรายวิชาอื่นในกลุ่มเดียวกันได้

๒๒.๔ ในกรณีที่นิสิตลงทะเบียนรายวิชาซ้ำหรือแทนตามที่หลักสูตรกำหนดการนับหน่วยกิตตามข้อ ๒๒.๑ นับจำนวนหน่วยกิตได้เพียงครั้งเดียว

ข้อ ๒๓ ให้มีการประเมินผลการศึกษาเมื่อสิ้นภาคการศึกษาปกติทุกภาค โดยคำนวณหาค่าระดับเฉลี่ยประจำภาคของรายวิชาที่นิสิตได้ลงทะเบียนไว้ในภาคการศึกษานั้น และคำนวณหาค่าเฉลี่ยสะสมสำหรับรายวิชาทั้งหมดทุกภาคการศึกษา ตั้งแต่เริ่มเข้าศึกษาจนถึงภาคการศึกษาปัจจุบัน

ข้อ ๒๔ การคิดค่าระดับเฉลี่ยประจำภาค ให้คำนวณโดยคูณค่าระดับของแต่ละรายวิชาด้วยหน่วยกิตของรายวิชานั้น แล้วรวมผลคูณของแต่ละรายวิชาเข้าด้วยกันและหารผลรวมนั้นด้วยจำนวนหน่วยกิตทั้งหมดที่ลงทะเบียนไว้ในภาคการศึกษานั้น โดยคิดทศนิยมสองตำแหน่งไม่ปัดเศษ

ข้อ ๒๕ รายวิชาใดที่มีรายงานผลการศึกษาเป็นสัญลักษณ์ I, S, U, W และ Au ไม่ให้นำรายวิชานั้นมาคำนวณหาค่าระดับเฉลี่ยตามข้อ ๒๔

 

หมวดที่ ๕

การทำวิทยานิพนธ์

 

ข้อ ๒๖ ให้บัณฑิตวิทยาลัยวางระเบียบว่าด้วยการทำวิทยานิพนธ์และการสอบวิทยานิพนธ

ข้อ ๒๗ การเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์ และลงทะเบียนทำวิทยานิพนธ์ มีหลักปฏิบัติดังนี้

๒๗.๑ ระดับปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต นิสิตที่ศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ภาคการศึกษาปกติและมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า ๑๖ หน่วยกิตจึงจะมีสิทธิเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์เพื่อขออนุมัติลงทะเบียนทำวิทยานิพนธ์

๒๗.๒ ระดับปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต นิสิตที่ศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า ๑๒ หน่วยกิต จึงจะมีสิทธิเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์เพื่อขออนุมัติลงทะเบียนทำวิทยานิพนธ์

๒๗.๓ นิสิตสามารถลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ได้หลังจากได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์แล้ว

ข้อ ๒๘ รูปแบบของวิทยานิพนธ์ให้เป็นไปตามที่บัณฑิตวิทยาลัยกำหนด

ข้อ ๒๙ วิทยานิพนธ์ซึ่งผ่านการประเมินผลแล้ว ให้นับเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเพื่อรับปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต หรือปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตการนำวิทยานิพนธ์ออกโฆษณาเผยแพร่ ต้องได้รับอนุมัติจากบัณฑิตวิทยาลัยก่อน ได้หน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในหลักสูตร

 

หมวดที่ ๖

การสำเร็จการศึกษา

 

ข้อ ๓๐ คุณสมบัติของผู้สำเร็จการศึกษา

๓๐.๑ มีเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า หรือไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๑.๑  และข้อ ๑๑.๒

๓๐.๒ ได้ศึกษารายวิชาต่าง ๆ ครบถ้วนและถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหลักสูตร

๓๐.๓ ได้หน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในหลักสูตร

๓๐.๔ ได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐ จากระบบ ๔ แต้ม

๓๐.๕ ได้ระดับไม่ต่ำกว่า B ในรายวิชาบังคับและรายกลุ่มวิชาทุกวิชาและได้ระดับ S ในกรณีที่หลักสูตรกำหนดให้วัดผลเป็น S หรือ U

๓๐.๖ สอบผ่านการประเมินผลวิทยานิพนธ์และส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

ข้อ ๓๑ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับปริญญา

๓๑.๑ มีคุณสมบัติตามข้อ ๓๐

๓๑.๒ ไม่ติดค้างค่าธรรมเนียมใด ๆ

๓๑.๓ ไม่อยู่ระหว่างการถูกลงโทษใด ๆ

 

หมวดที่ ๗

ความประพฤติและวินัยนิสิต

 

ข้อ ๓๒ ในกรณีที่นิสิตกระทำผิดเกี่ยวกับการสอบ ต้องได้รับโทษสถานใดสถานหนึ่งตามสมควรแก่ความผิด ดังนี้

๓๒.๑ ภาคทัณฑ์

๓๒.๒ ให้สอบตกรายวิชาใดวิชาหนึ่ง หรือหลายรายวิชา

๓๒.๓ ให้สอบตกหมดทุกรายวิชาในภาคการศึกษานั้น

๓๒.๔ ให้พักการศึกษาตั้งแต่ ๑ ภาคการศึกษา ถึง ๓ ภาคการศึกษาแล้วแต่กรณี

๓๒.๕ ให้พ้นสภาพการเป็นนิสิต

ข้อ ๓๓ นิสิตต้องมีความประพฤติเรียบร้อยดีงาม ในกรณีที่นิสิตกระทำผิดข้อบังคับระเบียบ คำสั่ง หรือประกาศของบัณฑิตวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย และได้รับโทษนอกจากที่ระบุไว้แล้วในข้อ ๓๒ นิสิตต้องได้รับโทษสถานใดสถานหนึ่งตามสมควรแก่ความผิดดังนี้

๓๓.๑ ชดใช้ค่าเสียหาย

๓๓.๒ ระงับการให้ปริญญามีกำหนดไม่เกิน ๓ ปีการศึกษา

๓๓.๓ ระงับการออกใบแสดงผลการศึกษามีกำหนดไม่เกิน ๓ ปีการศึกษา

ข้อ ๓๔ ให้คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยเป็นผู้พิจารณาลงโทษนิสิตที่มีความประพฤติเสียหายหรือกระทำผิดต่าง ๆ ตามเกณฑ์ที่ระบุไว้ในข้อ ๓๒ และข้อ ๓๓ตามสมควรแก่กรณีเฉพาะกรณีที่นิสิตกระทำผิดระเบียบการสอบทุกประเภทของบัณฑิตวิทยาลัยให้คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยร่วมกับกรรมการควบคุมการสอบเป็นผู้พิจารณาลงโทษตามสมควรแก่กรณี ตามเกณฑ์ที่ระบุไว้ในข้อ ๓๒

 

บทเฉพาะกาล

 

ข้อ ๓๕ ให้ใช้ข้อบังคับนี้กับนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา ดังต่อไปนี้

๓๕.๑ นิสิตที่เข้าศึกษาตามหลักสูตรปริญญามหาบัณฑิต ก่อนปีการศึกษา๒๕๔๒ ยังคงปฏิบัติตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาโท พุทธศักราช ๒๕๓๐

๓๕.๒ นิสิตที่เข้าศึกษาตามหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๒ เป็นต้นไป ให้ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑

 

 

(พระสุเมธาธิบดี)

นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา  พุทธศักราช ๒๕๔๑ (ฉบับที่ ๓)

แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๕๔๙

เพื่อให้การบริหารจัดการเกี่ยวกับการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย  มีประสิทธิภาพ  และบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒)  แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐  และมติสภามหาวิทยาลัย  ในคราวประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๔๙ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑  กันยายน  พ.ศ.๒๕๔๙  จึงให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา  พ.ศ. ๒๕๔๑  ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑  คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตและมหาบัณฑิต

ข้อ ๒  ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๖ และข้อ ๗ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๑ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“๖.๑  ผู้สมัครเข้าศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต

๖.๑.๑  ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง และ

๖.๑.๒  ไม่เคยถูกลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนิสิตบัณฑิตวิทยาลัย

๖.๒  ผู้สมัครเข้าศึกษาระดับมหาบัณฑิต

๖.๒.๑ ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง

๖.๒.๒ ต้องได้รับค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า ๒.๕๐ จากระบบ ๔ แต้ม  ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี  นับแต่สำเร็จการศึกษาและผู้จบเปรียญธรรมเก้าประโยค และ

๖.๒.๓  ไม่เคยถูกลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนิสิตบัณฑิตวิทยาลัย

ข้อ ๗  ผู้สมัครเข้าศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต

๗.๑  ระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๑.๑ และแบบ ๒.๑

๗.๑.๑  ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง

๗.๑.๒  ต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาโทไม่ต่ำกว่า ๓.๕๐ ระบบ ๔ แต้ม ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่วันสำเร็จการศึกษาหรือมีผลงานทางวิชาการที่คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยเห็นชอบ และ

๗.๑.๓  ไม่เคยถูกลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนิสิตบัณฑิตวิทยาลัย

๗.๒ ระดับดุษฎีบัณฑิต  แบบ ๑.๒ และแบบ ๒.๒

๗.๒.๑  ต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรองหรือเปรียญธรรมเก้าประโยค  ซึ่งบัณฑิตวิทยาลัยอนุมัติให้เข้าศึกษาเป็นกรณีพิเศษ

๗.๒.๒  ต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมในระดับปริญญาตรีไม่ต่ำกว่า ๓.๒๕ จากระบบ ๔ แต้ม  ยกเว้นผู้มีประสบการณ์การทำงานติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับแต่สำเร็จการศึกษาและผู้จบเปรียญธรรมเก้าประโยค

๗.๒.๓ ไม่เคยถูกลงโทษให้พ้นสภาพการเป็นนิสิตบัณฑิตวิทยาลัย

ข้อ ๓  ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๙ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๙ การศึกษาในบัณฑิตวิทยาลัยใช้ระบบทวิภาคหรือไตรภาค  ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแต่ละสาขาวิชา

ระบบทวิภาค ๑ ปี การศึกษาแบ่งออกเป็น ๒ ภาคการศึกษาปกติ ๑ ภาคการศึกษาปกติ มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ สัปดาห์  และอาจจัดการศึกษาภาคฤดูร้อนได้อีก ๑ ภาค  มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ สัปดาห์  และจะกำหนดระเบียบว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อน  ที่ไม่ขัดกับข้อบังคับนี้โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยก็ได้

ระบบไตรภาค ๑ ปี  การศึกษาแบ่งออกเป็น ๓ ภาคการศึกษาปกติ ๑ ภาคการศึกษาปกติ  มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑๒ สัปดาห์

ข้อ ๔  ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๑๐ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๔๘  และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๐ หลักสูตร

๑๐.๑  หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต

๑๐.๒  หลักสูตรระดับมหาบัณฑิต แผน ก แบบ ก (๑) และ แผน ก (๒)

๑๐.๓  หลักสูตรระดับมหาบัณฑิต  แผน ข

๑๐.๔  หลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต  แบบ ๑  และแบบ ๒

โครงสร้างของแต่ละหลักสูตร  การศึกษารายวิชาและการทำวิทยานิพนธ์ตามจำนวนหน่วยกิต  ให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย

ข้อ ๕  ระยะเวลาการศึกษาตามหลักสูตร

“ข้อ ๑๑ ระยะเวลาการศึกษาตามหลักสูตร

๑๑.๑  หลักสูตรประกาศนียบัตร  ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๒ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๔ ภาคการศึกษาปกติ  ในระบบทวิภาคหรือให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ภาคการศึกษาปกติ  และไม่เกิน ๖ ภาคการศึกษาปกติในระบบไตรภาค

๑๑.๒  หลักสูตรระดับมหาบัณฑิต ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๔ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๐ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวิภาคหรือให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๔ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๕ ภาคการศึกษาปกติในระบบไตรภาค

๑๑.๓  หลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๑.๑ และ ๒.๑ ให้มีระยะเวลาศึกษามีน้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๐ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวิภาคหรือให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๖ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๕ ภาคการศึกษาปกติในระบบไตรภาค

๑๑.๔  หลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต แบบ ๑.๒ และ ๒.๒ ให้มีระยะเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า ๘ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๑๔ ภาคการศึกษาปกติ ในระบบทวิภาคหรือให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๘ ภาคการศึกษาปกติ และไม่เกิน ๒๑ ภาคการศึกษาปกติในระบบไตรภาค

ในกรณีที่นิสิตไม่สามารถสำเร็จการศึกษาในระยะเวลาตามที่กำหนดคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย  อาจอนุมัติให้ต่ออายุสภาพนิสิตได้อีก  แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน ๒ ภาคการศึกษาปกติ

๑๑.๕  การนับเวลาในข้อ ๑๑  ให้นับรวมเวลาที่นิสิตได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาด้วยยกเว้นนิสิตที่ได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาตามข้อ ๑๓.๑.๑

ข้อ ๖  ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๒๑.๑ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๑ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

ข้อ  ๒๑.๑ ระบบการประเมินผลการศึกษารายวิชา  แบ่งเป็น ๗ ระดับและค่าระดับ ดังนี้

ระดับ A A- B+ B C+ C F
ค่าระดับ ๔.๐๐ ๓.๖๗ ๓.๓๓ ๓.๐๐ ๒.๕๐ ๒.๐๐

 

ข้อ ๗  ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๒๗ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา  พุทธศักราช ๒๕๔๑ และให้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๗ การเสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์และลงทะเบียนทำวิทยานิพนธ์  มีหลักปฏิบัติดังนี้

๒๗.๑  นิสิตหลักสูตรระดับมหาบัณฑิต  ที่ศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาค

๒๗.๒ นิสิตหลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต  แบบ ๑ มีสิทธิ์เสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์  เพื่อขออนุมัติลงทะเบียนทำวิทยานิพนธ์  หลังจากขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตแล้ว

๒๗.๓  นิสิตหลักสูตรระดับดุษฎีบัณฑิต  แบบ ๒ ที่ศึกษารายวิชามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ  และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต  มีสิทธิ์เสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์  เพื่อขออนุมัติลงทะเบียนทำวิทยานิพนธ์

๒๗.๔  นิสิตสามารถลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ได้  หลังจากได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์แล้ว

 

ประกาศ  ณ  วันที่  ๑๘  กันยายน  พุทธศักราช  ๒๕๔๙

 

 

 

(พระธรรมสุธี)

นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา (ฉบับที่ ๕)

พุทธศักราช ๒๕๕๓

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงบางส่วนของข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๑ (ฉบับที่ ๔) แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช  ๒๕๕๓  ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ  ราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ และมติสภามหาวิทยาลัย  ในคราวประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๕๓ เมื่อวันพฤหัสบดี  ที่ ๑๗  มิถุนายน จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา  (ฉบับที่ ๕  แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช  ๒๕๕๓”

ข้อ ๒ ให้ใช้ข้อบังคับนี้กับนิสิตเข้าศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๓ เป็นต้นไป

ข้อ ๓  ให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๒ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พุทธศักราช  ๒๕๔๑ (ฉบับที่ ๔) แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๕๕๓ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ  ๒ ให้ใช้ข้อบังคับนี้กับนิสิตที่รับเข้าศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๙ เป็นต้นไป”

 

ประกาศ  ณ  วันที่    ๑๕    กรกฎาคม     พุทธศักราช    ๒๕๕๓

 

 

(พระธรรมสุธี)

นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ว่าด้วยคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยและคณะกรรมการประจำคณะ

พ.ศ. ๒๕๔๑

 

 

เพื่ออนุวัตให้เป็นไปตามความในมาตรา ๓๕  แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  พ.ศ. ๒๕๔๐  จึงเห็นสมควรออกข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยและคณะกรรมการประจำคณะ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒)  แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐  สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในคราวประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๔๑  เมื่อวันที่ ๒๗  สิงหาคม  พ.ศ.๒๕๔๑  จึงมีมติให้ออกบังคับไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า  “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยและคณะกรรมการประจำคณะ พ.ศ.๒๕๔๑”

ข้อ ๒  ให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓  บรรดากฎ  ระเบียบ  ข้อบังคับ  ข้อกำหนด  คำสั่ง  หรือประกาศอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้  ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

ข้อ ๔  ให้มีคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ประกอบด้วย

  • ประธานกรรมการ ได้แก่ คณบดี
  • รองประธานกรรมการ ได้แก่ รองคณบดีซึ่งเป็นพระภิกษุ
  • กรรมการผู้เป็นคณาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัยจำนวนสี่รูปหรือคนที่

อธิการบดีแต่งตั้งโดยคำแนะนำของคณบดี

  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินห้ารูปหรือคนที่อธิการบดีแต่งตั้งโดย

คำแนะนำของคณบดี

  • กรรมการและเลขานุการ ได้แก่  เลขานุการบัณฑิตวิทยาลัย

ข้อ ๕  ให้มีคณะกรรมการประจำคณะ  ประกอบด้วย

  • ประธานกรรมการ ได้แก่ คณบดี
  • รองประธานกรรมการ ได้แก่ รองคณบดีซึ่งเป็นพระภิกษุ
  • กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ หัวหน้าภาควิชา
  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินห้ารูปหรือคนที่อธิการบดีแต่งตั้งโยคำแนะนำของคณบดี
  • กรรมการและเลขานุการ ได้แก่ เลขานุการประจำคณะ

ข้อ ๖  คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยและคณะกรรมการประจำคณะมีวาระ

การดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระการดำรงตำแหน่งของคณะบดี

ในกรณีที่กรรมการตามข้อ ๔ และข้อ ๕  พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระและได้มีการ

แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลือของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแต่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ให้

กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้แต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ทั้งนี้ต้องไม่เกินหกสิบวัน

ข้อ ๗  คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยและคณะกรรมการประจำคณะมีอำนาจและ

หน้าที่ ดังนี้

  • วางนโยบายและแผนงานให้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัย
  • พิจารณาหลักสูตรเพื่อนำเสนอต่อสภาวิชาการ
  • พิจารณาวางระเบียบ ข้อบังคับ ที่เกี่ยวกับการบริหารและการดำเนินงาน                          เพื่อเสนอต่อสภาวิชาการ
  • ให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นแก่คณบดี
  • ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่สภาวิชาการหรืออธิการบดีมอบหมาย

ข้อ ๘  ให้มีการประชุมคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยและคณะกรรมการประจำคณะ

อย่างน้อยปีละสี่ครั้ง  วิธีการประชุมให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัยมาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ ๙  ให้อธิการดีรักษาการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗  สิงหาคม  พ.ศ. ๒๕๔๑

 

 

 

 

(พระสุเมธาธิบดี)

นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

      ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย

       มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

     ว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อน พ.ศ. ๒๕๔๒

เพื่อให้การจัดการศึกษาในภาคการศึกษาฤดูร้อนในระดับบัณฑิตศึกษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์และนโยบาลของมหาวิทยาลัย เพละเพื่ออนุมัติให้เป็นไปตามความในข้อ ๙ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยอาศัยมติที่ประชุมคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยัมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๔๒ เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๒ บัณฑิตวิทยาลัย จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนนี้

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า ฎระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อน พ.ศ. ๒๕๔๒”

ข้อ ๒ ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วัถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ภาคการศึกษาฤดูร้อน ต้องมีเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ สัปดาห์ และมีจำนวนชั่วโมงการศึกษาในแต่ละรายวิชาเท่ากับการศึกษาภาคปกติ

ข้อ ๔ จำนวนหน่วยกิตที่กำหนดให้นิสิตลงทะเบียนในภาคการศึกษาฤดูร้อนไม่น้อยกว่า ๓ หน่วยกิตและไม่เกิน ๖ หน่วยกิต โดยความเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไป

นิสิคที่ประสงค์จะลงทะเบียนน้อยกว่าหรือมากกกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ ให้ยื่นคำร้องต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย เพื่อขออนุมัติเป็นกรณีพิเศษ

ข้อ ๕ อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาในภาคการศึกษาฤดูร้อนให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

ข้อ ๖ ให้ใช้ระเบียบนี้สำหรับนิสิตที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒

ข้อ ๗ ให้คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๒
 

 

 

(พระมหาสมจินต์  สมฺมาปญฺโ)

คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย

ประธานคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย

 

 

 

 

         

ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ว่าด้วยการฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน  พ.ศ. ๒๕๔๗

เพื่อให้การศึกษาวิชากรรมฐานของนิสิตบัณฑิตวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  บรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย

โดยอาศัยมติที่ประชุมคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย  ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๔๗  เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ บัณฑิตวิทยาลัย  จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑  ระเบียบนี้เรียกว่า  “ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน พ.ศ. ๒๕๔๗

ข้อ ๒  ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓  ให้คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย  มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน  ดังนี้

(๑)  วางนโยบาย  กำหนดหลักเกณฑ์  วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวิธีการฝึกภาคปฏิบัติ

วิปัสสนากรรมฐาน  การวัดผลและติดตามผลลัพธ์ของการฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

(๒)  กำหนดวัน  เวลาและสถานที่  สำหรับการฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

(๓)  รายงานผลการฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานต่อมหาวิทยาลัย

ข้อ ๔  ให้นิสิตบัณฑิตวิทยาลัยฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน  ในวัน  เวลาและสถานที่ตามที่คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยกำหนด  ดังนี้

(๑)  นิสิตระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต  ต้องฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

ไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน

(๒)  นิสิตระดับมหาบัณฑิตต้องฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน

(๓)  นิสิตระดับดุษฎีบัณฑิต  ต้องฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานไม่น้อยกว่า

๔๕ วัน  โดยให้ใช้กับนิสิตที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๓ เป็นต้นไป

ข้อ ๕ ให้คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

 

ประกาศ  ณ  วันที่  ๒๕  สิงหาคม  พุทธศักราช  ๒๕๔๗

 

 

 

(พระมหาสมจินต์  สมฺมาปญฺโ)

คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย

ประธานคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย

 

 

 

 

ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เรื่อง  เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘

 

โดยที่เห็นเป็นการสมควรปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิตและพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต  ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘ ของกระทรวงศึกษาธิการ  เพื่อประโยชน์ในการกำหนดมาตรฐานการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา  ให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย  มีประสิทธิภาพ  และบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐  และมติสภามหาวิทยาลัย  ในคราวประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๔๘ เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ จึงออกประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ ไว้ดังต่อไปนี้

๑. ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต มีจำนวนหน่วยกิตรวมตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๒๔ หน่วยกิต

๒. ระดับปริญญาโท  มีจำนวนหน่วยกิตรวมตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๓๘ หน่วยกิต

โดยแบ่งการศึกษา เป็น ๒ แผน ดังนี้

๑) แผน ก  เป็นการศึกษาที่เน้นการวิจัย  โดยมีการทำวิทยานิพนธ์  ดังนี้

แบบ ก (๑) ทำเฉพาะวิทยานิพนธ์ซึ่งมีค่าเทียบได้ ๓๘ หน่วยกิต และบัณฑิตวิทยาลัยอาจจัดให้ศึกษารายวิชาเพิ่มเติม  โดยไม่ต้องนับหน่วยกิต  เพื่อคุณภาพการศึกษาของผู้ศึกษา

แบบ ก (๒) ศึกษารายวิชาไม่น้อยกว่า ๒๖ หน่วยกิต และทำวิทยานิพนธ์ซึ่งมีค่าเทียบได้ ๑๒ หน่วยกิต  จำแนกประเภทดังนี้

วิชาบังคับ         ไม่น้อยกว่า    ๘         หน่วยกิต

วิชาเอก          ไม่น้อยกว่า    ๑๒       หน่วยกิต

วิชาเลือก         ไม่น้อยกว่า    ๖         หน่วยกิต

วิทยานิพนธ์                       ๑๒      หน่วยกิต

รวมทั้งสิ้น         ไม่น้อยกว่า    ๓๘       หน่วยกิต

๒) แผน ข  ศึกษารายวิชาไม่น้อยกว่า ๓๒ หน่วยกิต และทำการศึกษาอิสระซึ่งมีค่าเทียบได้ ๖ หน่วยกิต จำแนกประเภท ดังนี้

วิชาบังคับ         ไม่น้อยกว่า   ๘        หน่วยกิต

วิชาเอก          ไม่น้อยกว่า    ๑๒      หน่วยกิต

วิชาเลือก          ไม่น้อยกว่า    ๑๒      หน่วยกิต

การศึกษาอิสระ                  ๖        หน่วยกิต

รวมทั้งสิ้น        ไม่น้อยกว่า    ๓๘      หน่วยกิต

 

๓. ระดับปริญญาเอก  แบ่งการศึกษาเป็น ๒ แบบ  ดังนี้

๑)  แบบ ๑  ผู้เข้าศึกษาต้องทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งมีค่าเทียบได้ ๕๔ หน่วยกิต  แบ่งการศึกษาเป็น ๒ แบบ โดยบัณฑิตวิทยาลัยอาจจัดให้ศึกษารายวิชาเพิ่มเติม  โดยไม่ต้องนับหน่วยกิต  เพื่อคุณภาพการศึกษาของผู้ศึกษา

แบบ ๑.๑ ผู้เข้าศึกษาที่สำเร็จปริญญาโทต้องทำวิทยานิพนธ์  ซึ่งมีค่าเทียบได้ ๕๔หน่วยกิต

แบบ ๑.๒ ผู้เข้าศึกษาที่สำเร็จปริญญาตรีหรือเปรียญธรรม  ๙  ประโยค ซึ่งบัณฑิตวิทยาลัยอนุมัติให้เข้าศึกษาเป็นกรณีพิเศษ ต้องทำวิทยานิพนธ์  ซึ่งมีค่าเทียบได้ ๗๘ หน่วยกิต

๒) แบบ ๒ แบ่งการศึกษาเป็น ๒ แบบ ดังนี้

แบบ ๒.๑ ผู้เข้าศึกษาที่สำเร็จปริญญาโท ต้องศึกษารายวิชาไม่น้อยกว่า ๑๙ หน่วยกิต และทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งมีค่าเทียบได้ ๓๖ หน่วยกิต จำแนกประเภทดังนี้

วิชาบังคับ           ไม่น้อยกว่า            ๖             หน่วยกิต

วิชาเอก              ไม่น้อยกว่า           ๖             หน่วยกิต

วิชาเลือก            ไม่น้อยกว่า           ๖             หน่วยกิต

วิทยานิพนธ์                                 ๓๖           หน่วยกิต

รวมทั้งสิ้น           ไม่น้อยกว่า           ๕๔           หน่วยกิต

 

ทั้งนี้  ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

 

ประกาศ  ณ  วันที่  ๘  กันยายน  พุทธศักราช  ๒๕๔๘

 

 

 

 

 

(พระราชรัตนโมลี)

อุปนายกสภามหาวิทยาลัย  ทำหน้าที่แทน

นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์  พ.ศ.๒๕๕๐

 

 

 

อนุวัตให้เป็นไปตามความในข้อ ๒๖ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ จึงเห็นสมควรออกระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ของบัณฑิตวิทยาลัย

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒๖  แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงมีมติให้วางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

 

หมวดที่ ๑

บททั่วไป

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์  พ.ศ.๒๕๕๐”

ข้อ ๒  บรรดา กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือประกาศอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

  • ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ พ.ศ.๒๕๔๒
  • ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๔๖
  • ประกาศบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง กำหนดส่วนประกอบเพิ่มเติมของโครงร่างวิทยานิพนธ์ พ.ศ. ๒๕๔๔
  • ประกาศบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง การรายงานความก้าวหน้าวิทยานิพนธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐

ข้อ ๕ ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันถัดจากประกาศ เป็นต้นไป

 

หมวดที่ ๒

การอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์และการลงทะเบียน

 

ข้อ ๖  การอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์

๖.๑ ให้นิสิตจัดทำหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์โดยความเห็นชอบของผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นประธานหรือกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ และเสนอต่อบัณฑิตวิทยาลัย เพื่อตรวจรูปแบบก่อน เมื่อผ่านการตรวจรูปแบบและแก้ไขแล้ว จึงเสนอขอสอบอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ตามขั้นตอน

๖.๒  โครงร่างวิทยานิพนธ์ มีส่วนประกอบดังนี้

(๑)  หัวข้อวิทยานิพนธ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

(๒)  รายชื่อคณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์

(๓)  ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

(๔)  วัตถุประสงค์ของการวิจัย

(๕)  ทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

(๖)  วิธีดำเนินการวิจัย

(๗)  ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย

(๘)  โครงสร้างของรายงานวิทยานิพนธ์ (สารบัญชั่วคราว)

(๙) บรรณานุกรมและเชิงอรรถ

(๑๐)  ประวัติผู้วิจัย

ส่วนประกอบอื่น ๆ นอกจากนี้  ให้เป็นไปตามคู่มือการทำวิทยานิพนธ์ และข้อกำหนดอื่น ๆ ของบัณฑิตวิทยาลัย

๖.๓  การเสนอขออนุมัติสอบหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ให้นิสิตยื่นแบบคำร้อง  บฑ ๘  พร้อมด้วยหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์  จำวน ๖  ฉบับ ในจำนวนนี้ต้องมีลายเซ็นรับรองของผู้สมควรเป็นกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ทุกคน บนปกของโครงร่างฯ จำนวน ๑ ฉบับ ต่อบัณฑิตวิทยาลัย

๖.๔  นิสิตที่ประสงค์จะเสนอหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์เชิงปริมาณ ที่มีเครื่องมือวิจัยหรือแบบสอบถามชั่วคราว ต้องส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบ ในวันพิจารณาหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์

๖.๕  คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ในแต่ละปีการศึกษา คณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งจะเป็นผู้พิจารณาหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ที่นิสิตเสนอ และในการประชุมพิจารณาสอบแต่ละครั้ง นิสิตต้องเข้านำเสนอและชี้แจงเกี่ยวกับหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ด้วย

๖.๖  เมื่อนิสิตแก้ไขหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ตามมติคณะกรรมการแล้วให้ยื่นแบบคำร้อง บฑ ๘.๑ พร้อมด้วยหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ จำนวน ๔ ชุด ต่อบัณฑิตวิทยาลัย ให้ประธานคณะกรรมการพิจารณาหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ เสนอผลการพิจารณาหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ของนิสิตที่ผ่านความเห็นชอบแล้วพร้อมรายชื่อ ผู้สมควรเป็นคณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ในหัวข้อนั้นต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเพื่อพิจารณาอนุมัติ

๖.๗  เมื่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์และเมื่อบัณฑิตวิทยาลัยประกาศรายชื่อนิสิตและหัวข้อวิทยานิพนธ์พร้อมทั้งรายชื่อคณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ที่ได้รับอนุมัติแล้ว นิสิตจึงจะมีสิทธิลงทะเบียนวิทยานิพนธ์

ข้อ ๗  การลงทะเบียนวิทยานิพนธ์

๗.๑  นิสิตระดับปริญญาโทที่มีสิทธิลงทะเบียนวิทยานิพนธ์  ต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตรของบัณฑิตวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ  และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า ๙  หน่วยกิต

๗.๒  นิสิตระดับปริญญาเอก แบบ ๑ ที่มีสิทธิลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ภายหลังจากขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตแล้ว นิสิตระดับปริญญาเอก แบบ ๒ ที่มีสิทธิลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ต้องศึกษารายวิชาในหลักสูตรของบัณฑิตวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษาปกติ และมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต

๗.๓  ให้นิสิตลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ภายใน ๓๐ วัน  นับจากวันที่บัณฑิตวิทยาลัยประกาศอนุมัติหัวข้อวิทยานิพนธ์ โดยกรอกแบบการลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ บฑ  ๙  แล้วยื่นต่อบัณฑิตวิทยาลัยพร้อมทั้งชำระเงินค่าลงทะเบียนในส่วนงานตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด หากไม่สามารถชำระค่าลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ต้องยื่นคำร้องขอชำระค่าลงทะเบียนล่าช้าต่อบัณฑิตวิทยาลัย ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน ๓๐ วันทำการ หากเกินต้องชำระเป็นค่าปรับในอัตราการลงทะเบียนล่าช้า จำนวน ๕๐ บาท ต่อ ๑ วันทำการ

ข้อ ๘  การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับโครงร่างวิทยานิพนธ์

๘.๑  การขอเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ที่ไม่ใช่สาระสำคัญให้นิสิตยื่นแบบคำร้อง บฑ ๘  พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลที่ขอเปลี่ยนแปลงต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยเพื่อขออนุมัติโดยผ่านคณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ เมื่อได้รับการอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงให้นำส่งหัวข้อและโครงร่างที่เปลี่ยนแปลงใหม่ต่อบัณฑิตวิทยาลัย จำนวน ๔ ชุด

๘.๒  หากการเปลี่ยนแปลงหัวข้อหรือโครงร่างวิทยานิพนธ์ที่เป็นสาระสำคัญ  นิสิตต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับการยื่นขออนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ใหม่ โดยไม่ต้องลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ซ้ำอีก ยกเว้น หากการเปลี่ยนแปลงเป็นความประสงค์ส่วนตัวของนิสิต เมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้ว พบว่าไม่มีเหตุผลความจำเป็นเพียงพอ นิสิตต้องชำระค่าลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ซ้ำอีก

๘.๓  ให้นิสิตติดตามผลการขออนุมัติการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์หลังจากที่ได้ยื่นคำร้องและได้เข้าชี้แจงแล้ว

 

หมวดที่ ๓

คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์

 

ข้อ ๙  คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์

๙.๑  คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ต้องมีทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ รูปคน แต่ไม่เกิน  ๓  รูป/คน  ทั้งนี้จะต้องมีอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยอย่างน้อย ๑ รูป/คน

๙.๒  คณะกรรมการผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ของนิสิตระดับปริญญาโท ต้องมีคุณสมบัติได้รับปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งในสาขาวิชาที่นิสิตทำวิทยานิพนธ์หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง

คณะกรรมการผู้มีคุณสมบัติได้รับปริญญาต่ำกว่าระดับปริญญาเอก  ต้องมีตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่าผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญ

๙.๓  คณะกรรมการผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ของนิสิตระดับปริญญาเอก  ต้องมีคุณสมบัติได้รับปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งในสาขาวิชาที่นิสิตทำวิทยานิพนธ์หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง

คณะกรรมการผู้มีคุณสมบัติได้รับปริญญาต่ำกว่าระดับปริญญาเอก ต้องมีตำแหน่งทางวิชาการไม่ต่ำกว่ารองศาสตราจารย์หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญ

๙.๔ คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)  ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับวิธีทำวิทยานิพนธ์  รวมทั้งตัดสินแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นขณะทำวิทยานิพนธ์

(๒)  ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการเขียนวิทยานิพนธ์

(๓)  พิจารณาให้ความเห็นชอบในการขอสอบวิทยานิพนธ์ของนิสิต

ข้อ ๑๐  การเขียนวิทยานิพนธ์

ให้นิสิตเรียบเรียงวิทยานิพนธ์โดยให้มีรูปแบบและขนาดวิทยานิพนธ์ ตามคู่มือการทำวิทยานิพนธ์ของบัณฑิตวิทยาลัย

 

หมวดที่ ๔

การรายงานความก้าวหน้าวิทยานิพนธ์

 

ข้อ ๑๑  การรายงานความก้าวหน้าวิทยานิพนธ์

๑๑.๑  นิสิตระดับปริญญาโททุกสาขา ผู้ได้รับผลการศึกษา ตั้งแต่ ๙ หน่วยกิต ขึ้นไป และยังไม่ได้ยื่นเสนอหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ต้องมารายงานความก้าวหน้าในการจัดทำหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ต่อบัณฑิตวิทยาลัยและอาจารย์ผู้ติดตามความก้าวหน้าวิทยานิพนธ์ ทุก ๑ เดือน

๑๑.๒  นิสิตระดับปริญญาเอก แบบ ๒.๑ (หลักสูตรภาษาไทย) ผู้ได้รับผลการศึกษาตั้งแต่ ๖ หน่วยกิตขึ้นไป และยังไม่ได้ยื่นเสนอขอสอบหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ต้องมารายงานความก้าวหน้าในการจัดทำหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ต่อบัณฑิตวิทยาลัยและอาจารย์ผู้ติดตามความก้าวหน้าวิทยานิพนธ์ ทุก ๑ เดือน

๑๑.๓  นิสิตระดับปริญญาเอก แบบ ๑.๑ (หลักสูตรภาษาอังกฤษ) ผู้ผ่านรายวิชาที่กำหนดให้ศึกษาเพิ่มเติมครบ ๓ รายวิชาแล้ว  และยังไม่ได้ยื่นเสนอขอสอบหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ต้องมารายงานความก้าวหน้าในการจัดทำหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์ ต่อบัณฑิตวิทยาลัยและอาจารย์ผู้ติดตามความก้าวหน้าวิทยานิพนธ์ ทุก ๑ เดือน

๑๑.๔      นิสิตผู้ลงทะเบียนทำวิทยานิพนธ์แล้ว ต้องมารายงานความก้าวหน้าในการทำวิทยานิพนธ์ต่อบัณฑิตวิทยาลัยและอาจารย์ผู้ติดตามความก้าวหน้าวิทยานิพนธ์ ทุก ๓ เดือน

 

หมวดที่ ๕

การสอบวิทยานิพนธ์

ข้อ ๑๒  การขอสอบวิทยานิพนธ์

๑๒.๑  นิสิตระดับปริญญาโท มีสิทธิขอสอบวิทยานิพนธ์ได้เมื่อ

(๑)  ใช้เวลาทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า  ๓ เดือน  นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์   และลงทะเบียนวิทยานิพนธ์

(๒)  สอบผ่านรายวิชาต่าง ๆ  ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหลักสูตร  และได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมในรายวิชาตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐

(๓)  เขียนวิทยานิพนธ์เสร็จสมบูรณ์ตามคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์  และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการดังกล่าวให้ทำการขอสอบได้

๑๒.๒  นิสิตระดับปริญญาเอก มีสิทธิขอสอบวิทยานิพนธ์ได้เมื่อ

(๑)  ใช้เวลาทำวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า  ๘  เดือน  นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์  และลงทะเบียนวิทยานิพนธ์

  • สอบผ่านรายวิชาต่าง ๆ ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหลักสูตรและได้รับค่าระดับเฉลี่ยสะสมในรายวิชาตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า  ๓.๐๐
  • สอบผ่านการสอบวัดคุณสมบัติในรายวิชาตามที่บัณฑิตวิทยาลัยกำหนด
  • เขียนวิทยานิพนธ์สำเร็จสมบูรณ์ตามคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์ และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการดังกล่าวให้ทำการขอสอบได้

๑๒.๓  ให้นิสิตยื่นคำร้องขอตรวจรูปแบบวิทยานิพนธ์  พร้อมทั้งแนบวิทยานิพนธ์ ๑ ฉบับ  ต่อบัณฑิตวิทยาลัยก่อนวันสอบวิทยานิพนธ์ไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน

๑๒.๔  ให้นิสิตรับผลการตรวจรูปแบบวิทยานิพนธ์จากบัณฑิตวิทยาลัยหลังจากยื่นคำร้องแล้ว ๑๐ วันทำการ

๑๒.๕  ให้นิสิตยื่นแบบคำร้องขอสอบวิทยานิพนธ์ บท ๘ ต่อบัณฑิตวิทยาลัยผ่านประธานคณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์  พร้อมกับเสนอวิทยานิพนธ์ที่เรียบเรียงเสร็จแล้ว  รวมทั้งบทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  อย่างละ ๖ ชุด

๑๒.๖  ให้บัณฑิตวิทยาลัยส่งวิทยานิพนธ์และบทคัดย่อถึงคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ก่อนวันสอบไม่น้อยกว่า ๒ สัปดาห์

ข้อ ๑๓  คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์

๑๓.๑  คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์  มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๓ ท่าน แต่ไม่เกิน ๕ ท่าน ประกอบด้วย

(๑)  ประธาน  ได้แก่  คณบดีหรือผู้ที่คณบดีมอบหมาย

(๒)  คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์

(๓)  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกมหาวิทยาลัย  จำนวนไม่เกิน ๓ ท่าน

๑๓.๒  เมื่อบัณฑิตวิทยาลัยติดต่อเชิญผู้ที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ได้แล้ว  ให้เสนอรายนามกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ต่อคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย  เพื่อพิจารณาแต่งตั้ง

๑๓.๓  เมื่อประธานคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย  ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์แล้ว  ให้บัณฑิตวิทยาลัยประกาศกำหนดวัน  เวลาและสถานที่สอบให้ทราบโดยทั่วกัน  และมีหนังสือเชิญถึงกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ก่อนวันสอบ ไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน   รายนามคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ให้ถือเป็นความลับสำหรับผู้สอบ

๑๓.๔    ในกรณีที่กรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ไม่สามารถมาตรวจสอบวิทยานิพนธ์ได้ ให้แจ้งต่อบัณฑิตวิทยาลัยโดยผ่านประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์พร้อมทั้งแจ้งผลการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ด้วย

 

หมวดที่ ๖

การประเมินผลวิทยานิพนธ์

 

ข้อ ๑๔  การประเมินผลวิทยานิพนธ์

๑๔.๑  ในการสอบวิทยานิพนธ์  นิสิตต้องตอบข้อซักถามต่าง ๆ เกี่ยวกับวิทยานิพนธ์หรือเรื่องที่เกี่ยวข้อง  หลังจากสอบแล้วให้คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ประชุมพิจารณาประเมินผล  ในขณะประเมินผลให้นิสิตออกจากห้องสอบ

๑๔.๒  ให้มีการจดบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการประเมินผลวิทยานิพนธ์ทุกครั้ง

๑๔.๓  หากคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์มีมติให้แก้ไขวิทยานิพนธ์   ไม่ว่ากรณีใด ๆ  นิสิตต้องแก้ไขวิทยานิพนธ์ให้ถูกต้องตามมติและคำแนะนำนั้น  ก่อนที่จะนำวิทยานิพนธ์ฉบับที่แก้ไขแล้วส่งบัณฑิตวิทยาลัย กรณีที่นิสิตไม่สามารถส่งวิทยานิพนธ์ได้ทันเวลา ตามที่คณะกรรมการกำหนด จะต้องดำเนินการยื่นขอขยายเวลาการส่งวิทยานิพนธ์ต่อบัณฑิตวิทยาลัย โดยผ่านความเห็นชอบของประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ ทั้งนี้ การขยายเวลาต้องอยู่ภายใต้ในระยะเวลา ๖ เดือน นับแต่วันสอบ หากเกินจากกำหนดนี้ ให้ถือว่าสอบไม่ผ่าน และจะต้องดำเนินการขอสอบใหม่ กรณีที่ยังคงสถานภาพนิสิตอยู่เท่านั้น

๑๔.๔  ให้คณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ทำการประเมินผลวิทยานิพนธ์โดยกำหนดเป็น ๔ ระดับ  ดังนี้

ผลการศึกษา                                            ระดับ

ดีเยี่ยม  (Excellence)                                  A

ดี  (Good)                                                 B+

ผ่าน  (Passed)                                          B

ตก  (Failed)                                            F

ส่วนวิทยานิพนธ์ที่อยู่ในระหว่างการเรียบเรียงให้แสดงสถานะด้วยสัญลักษณ์  IP (In progress)

๑๔.๕  การลงนามของกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ในหน้าอนุมัติวิทยานิพนธ์  อาจกระทำได้เมื่อเห็นสมควร  แต่ประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์จะลงนามได้ต่อเมื่อวิทยานิพนธ์นั้นได้รับการแก้ไขทั้งรูปแบบ  และเนื้อหาเรียบร้อยแล้วเท่านั้น  จากนั้นคณะบดีบัณฑิตวิทยาลัยจึงลงนามอนุมัติ

๑๔.๖  ให้ประธานคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์เสนอผลการประเมินต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย  หากมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ให้รวบรวมใบประเมินผลของกรรมการทุกท่าน  เพื่อส่งให้คณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัยพิจารณาชี้ขาดเมื่อทราบผลการประเมิน  และนิสิตส่งวิทยานิพนธ์ฉบับที่แก้ไขเรียบร้อยแล้วบัณฑิตวิทยาลัยจะประกาศผลให้ทราบโดยทั่วกัน

 

ข้อ ๑๕  การส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์

๑๕.๑  เมื่อนิสิตแก้ไขเนื้อหาและรูปแบบ  ตามมติคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์แล้ว  ให้นิสิตส่งวิทยานิพนธ์ฉบับที่แก้ไขที่มีลายมือชื่อคณะกรรมการตรวจสอบวิทยานิพนธ์ครบถ้วนทุกคน  จำนวน ๗ เล่ม  โดยเย็บเล่มและเข้าปกแข็งเรียบร้อย  ตามรูปแบบที่บัณฑิตวิทยาลัยกำหนดพร้อมด้วย บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษอีกอย่างละ ๒ ชุด  และแผ่นซีดีบันทึกไฟล์หัวข้อวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ทั้งที่เป็นแบบไฟล์ Microsoft  Word  และไฟล์  Adobe PDF  จำนวนไฟล์ละ ๑ แผ่น ต่อบัณฑิตวิทยาลัย  วันที่นิสิตส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ถือว่าเป็นวันที่นิสิตสำเร็จการศึกษา

๑๕.๒  ในกรณีที่นิสิตประสงค์จะเผยแพร่วิทยานิพนธ์หรือมอบให้แก่หน่วยงานใดตามข้อผูกพันหรืออื่น ๆ  หลังจากที่ได้รับอนุมัติวิทยานิพนธ์  ให้นิสิตยื่นคำร้องพร้อมด้วยวิทยานิพนธ์ตามจำนวนที่ต้องการเสนอต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย  เพื่อพิจารณาลงนามในหน้าอนุมัติ  ทั้งนี้ให้แนบวิทยานิพนธ์ฉบับซึ่งคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยลงนามไว้แล้ว ๑ เล่ม  พร้อมทั้งแผ่นบันทึกข้อมูลวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์จำนวน ๑ ชุด

๑๕.๓  วิทยานิพนธ์และบทคัดย่อทั้งฉบับภาษาไทย และภาษาอังกฤษของนิสิตที่สำเร็จการศึกษาให้เป็นลิขสิทธิ์ของบัณฑิตวิทยาลัย  ก่อนนำไปพิมพ์เผยแร่ต้องได้รับอนุมัติจากคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย

บทเฉพาะกาล

 

ข้อ ๑๖  นิสิตที่ได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงการวิทยานิพนธ์และลงทะเบียนไว้แล้วก่อนที่จะประกาศใช้ระเบียบนี้  ให้ปฏิบัติตามระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย  มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ในพระบรมราชูปถัมภ์  ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์  พุทธศักราช ๒๕๔๒ และระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติวิทยานิพนธ์ แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๕๔๖

ข้อ ๑๗  นิสิตที่ได้รับอนุมัติหัวข้อและโครงร่างวิทยานิพนธ์  และลงทะเบียนภายหลังที่ประกาศใช้ระเบียบนี้แล้ว  ให้ปฏิบัติตามระเบียบนี้

 

ประกาศ  ณ  วันที่  ๒๔  ตุลาคม  พ.ศ. ๒๕๕๐

(พระศรีสิทธิมุนี)

คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย

ประธานคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อน พ.ศ.๒๕๕๒

 

 

เพื่อให้การจัดการศึกษาในภาคการศึกษาฤดูร้อนในระดับบัณฑิตศึกษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์และนโยบาลของมหาวิทยาลัย เพละเพื่ออนุมัติให้เป็นไปตามความในข้อ ๙ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยอาศัยมติที่ประชุมคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในคราวประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๔๒ เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๒ บัณฑิตวิทยาลัย จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบบัณฑิตวิทยาลัย ว่าด้วยการศึกษาภาคฤดูร้อน พ.ศ. ๒๕๔๒”

ข้อ ๒ ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ภาคการศึกษาฤดูร้อน ต้องมีเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า ๖ สัปดาห์ และมีจำนวนชั่วโมงการศึกษาในแต่ละรายวิชาเท่ากับการศึกษาภาคปกติ

ข้อ ๔ จำนวนหน่วยกิตที่กำหนดให้นิสิตลงทะเบียนในภาคการศึกษาฤดูร้อนไม่น้อยกว่า ๓ หน่วยกิตและไม่เกิน ๖ หน่วยกิต โดยความเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไป

นิสิต  ที่ประสงค์จะลงทะเบียนน้อยกว่าหรือมากกกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ ให้ยื่นคำร้องต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย เพื่อขออนุมัติเป็นกรณีพิเศษ

ข้อ ๕ อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาในภาคการศึกษาฤดูร้อนให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

ข้อ ๖ ให้ใช้ระเบียบนี้สำหรับนิสิตที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒

ข้อ ๗ ให้คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๒

 

 

 

 

(พระมหาสมจินต์  สมฺมาปญฺโญ)

คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย

ประธานคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย

 

 

 

 

 

 

ประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เรื่อง  เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘

 

 

โดยที่เห็นเป็นการสมควรปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิตและพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต  ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘ ของกระทรวงศึกษาธิการ  เพื่อประโยชน์ในการกำหนดมาตรฐานการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา  ให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย  มีประสิทธิภาพ  และบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐  และมติสภามหาวิทยาลัย  ในคราวประชุมครั้งที่ ๖/๒๕๔๘ เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ จึงออกประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ ไว้ดังต่อไปนี้

๑. ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต มีจำนวนหน่วยกิตรวมตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๒๔ หน่วยกิต

๒. ระดับปริญญาโท  มีจำนวนหน่วยกิตรวมตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๓๘ หน่วยกิต

โดยแบ่งการศึกษา เป็น ๒ แผน ดังนี้

๑) แผน ก  เป็นการศึกษาที่เน้นการวิจัย  โดยมีการทำวิทยานิพนธ์  ดังนี้

แบบ ก (๑) ทำเฉพาะวิทยานิพนธ์ซึ่งมีค่าเทียบได้ ๓๘ หน่วยกิต และบัณฑิตวิทยาลัยอาจจัดให้ศึกษารายวิชาเพิ่มเติม  โดยไม่ต้องนับหน่วยกิต  เพื่อคุณภาพการศึกษาของผู้ศึกษา

แบบ ก (๒) ศึกษารายวิชาไม่น้อยกว่า ๒๖ หน่วยกิต และทำวิทยานิพนธ์ซึ่งมีค่าเทียบได้ ๑๒ หน่วยกิต  จำแนกประเภทดังนี้

วิชาบังคับ                   ไม่น้อยกว่า                  ๘        หน่วยกิต

วิชาเอก                     ไม่น้อยกว่า                   ๑๒     หน่วยกิต

วิชาเลือก                    ไม่น้อยกว่า                   ๖       หน่วยกิต

วิทยานิพนธ์                                              ๑๒      หน่วยกิต

รวมทั้งสิ้น                   ไม่น้อยกว่า                  ๓๘     หน่วยกิต

๒) แผน ข  ศึกษารายวิชาไม่น้อยกว่า ๓๒ หน่วยกิต และทำการศึกษาอิสระซึ่งมีค่าเทียบได้ ๖ หน่วยกิต จำแนกประเภท ดังนี้

วิชาบังคับ                   ไม่น้อยกว่า                   ๘       หน่วยกิต

วิชาเอก                      ไม่น้อยกว่า                  ๑๒     หน่วยกิต

วิชาเลือก                   ไม่น้อยกว่า                  ๑๒     หน่วยกิต

การศึกษาอิสระ                                            ๖       หน่วยกิต

รวมทั้งสิ้น                    ไม่น้อยกว่า                 ๓๘     หน่วยกิต

 

๓. ระดับปริญญาเอก  แบ่งการศึกษาเป็น ๒ แบบ  ดังนี้

๑)  แบบ ๑  ผู้เข้าศึกษาต้องทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งมีค่าเทียบได้ ๕๔ หน่วยกิต  แบ่งการศึกษาเป็น ๒ แบบ โดยบัณฑิตวิทยาลัยอาจจัดให้ศึกษารายวิชาเพิ่มเติม  โดยไม่ต้องนับหน่วยกิต  เพื่อคุณภาพการศึกษาของผู้ศึกษา

แบบ ๑.๑ ผู้เข้าศึกษาที่สำเร็จปริญญาโทต้องทำวิทยานิพนธ์  ซึ่งมีค่าเทียบได้ ๕๔หน่วยกิต

แบบ ๑.๒ ผู้เข้าศึกษาที่สำเร็จปริญญาตรีหรือเปรียญธรรม  ๙  ประโยค ซึ่งบัณฑิตวิทยาลัยอนุมัติให้เข้าศึกษาเป็นกรณีพิเศษ ต้องทำวิทยานิพนธ์  ซึ่งมีค่าเทียบได้ ๗๘ หน่วยกิต

๒) แบบ ๒ แบ่งการศึกษาเป็น ๒ แบบ ดังนี้

แบบ ๒.๑ ผู้เข้าศึกษาที่สำเร็จปริญญาโท ต้องศึกษารายวิชาไม่น้อยกว่า ๑๙ หน่วยกิต และทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งมีค่าเทียบได้ ๓๖ หน่วยกิต จำแนกประเภทดังนี้

วิชาบังคับ     ไม่น้อยกว่า                ๖                     หน่วยกิต

วิชาเอก        ไม่น้อยกว่า                ๖                     หน่วยกิต

วิชาเลือก      ไม่น้อยกว่า               ๖                     หน่วยกิต

วิทยานิพนธ์                                 ๓๖                   หน่วยกิต

รวมทั้งสิ้น     ไม่น้อยกว่า                ๕๔                    หน่วยกิต

 

ทั้งนี้  ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

 

ประกาศ  ณ  วันที่  ๘  กันยายน  พุทธศักราช  ๒๕๔๘

 

 

(พระราชรัตนโมลี)

อุปนายกสภามหาวิทยาลัย  ทำหน้าที่แทน

นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประกาศบัณฑิตวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เรื่อง  กำหนดรายวิชาให้นิสิตคฤหัสถ์ศึกษาเพิ่มเติม

 

 

เพื่อให้การจัดการศึกษาหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต  สำหรับคฤหัสถ์  เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  มีประสิทธิภาพ  บรรลุตามวัตถุประสงค์และนโยบายของมหาวิทยาลัยจึงสมควรกำหนดรายวิชาบาลี  ให้ศึกษาเพิ่มเติม

อาศัยมติที่ประชุมคณะกรรมการประจำบัณฑิตวิทยาลัย  ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๔๙ เมื่อวันอังคารที่ ๒๐ มิถุนายน  พ.ศ. ๒๕๔๙  จึงให้ยกเลิกประกาศบัณฑิตวิทยาลัย เรื่อง  กำหนดรายวิชาให้นิสิตคฤหัสถ์ศึกษาเพิ่มเติม ลงวันที่  ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘   และกำหนดรายวิชาบาลี ให้ศึกษาเพิ่มเติม ดังนี้

๑. วิชา     ๑๐๒  ๓๐๒             การใช้ภาษาบาลี ๑          (๓)  (๓-๐-๖)

Usage of Pali I

๒. วิชา     ๑๐๒  ๓๐๖             การใช้ภาษาบาลี ๒          (๓)  (๓-๐-๖)

Usage of Pali II

ให้รายวิชาเหล่านี้เป็นรายวิชาเรียนเสริมโดยไม่นับหน่วยกิตและแสดงผลการเรียนด้วยสัญลักษณ์ S หรือ U

นิสิตที่สอบได้เปรียญธรรมหรือบาลีศึกษาตั้งแต่ประโยค ป.ธ.๓ ขึ้นไป หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรภาษาบาลี  ไม่ต้องลงทะเบียนเรียน

 

ทั้งนี้  ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

 

ประกาศ  ณ  วันที่  ๒๖  มิถุนายน พุทธศักราช  ๒๕๔๙

 

 

(พระมหาสมจินต์  สมฺมาปญฺโ)

คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย